posttoday
Biz Monitor

Biz Monitor

06 มิถุนายน 2556

โฟร์โมสต์ลุยเปิดคลังสินค้าใหม่

โฟร์โมสต์ลุยเปิดคลังสินค้าใหม่

นายชนินทร์ อรรจนานันท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทจะให้ความสำคัญกับยุทธศาสตร์การกระจายสินค้านมพร้อมดื่มโฟร์โมสต์ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศไทยให้มากขึ้น โดยล่าสุดได้พัฒนาคลังสินค้าใหม่ร่วมกับ บริษัท ไทยธนาพาณิชย์ เพื่อเพิ่มความสามารถด้านการกระจายสินค้าให้มีประสิทธิภาพ บนพื้นที่ 43 ไร่ ที่ อ.เมือง จ.ปทุมธานี คาดว่าจะช่วยเพิ่มกำลังการจัดเก็บและกระจายสินค้าให้กับโฟร์โมสต์ได้กว่า 30% ในปีแรก และยังมีพื้นที่สำรองเพื่อรองรับการเติบโตทางธุรกิจในระยะยาว

เพื่อตอบสนองความต้องการของสังคมไทยยุคใหม่ที่ใส่ใจดูแล และยอมใช้จ่ายเพื่อสุนัขมากขึ้น

งานครั้งนี้ใช้งบประมาณกว่า 20 ล้านบาท บนพื้นที่ 13,500 ตารางเมตร โดยมีผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศนำเสนอสินค้าและบริการกว่า 200 บูธ เพิ่มจากปีที่ผ่านมา 20% โดยมีสินค้าราคาโปรโมชั่น รวมทั้งกิจกรรมมากมายภายในงาน โดยปีนี้มีกิจกรรมไฮไลท์พิเศษ ในการเปิดโอกาสให้สุนัขร่วมทำ บัตรประชาชนน้องหมา (TIDS Card) เป็นครั้งแรกของประเทศไทย เพื่อสร้างฐานข้อมูลสุนัข โดยเจ้าของสุนัขที่ถือบัตรจะได้รับบริการพิเศษต่างๆ สำหรับสุนัข เช่น ตรวจสุขภาพฟรีทั้งปี เป็นต้น คาดว่าในปีแรกนี้จะมีผู้สนใจสมัครบัตรไม่น้อยกว่า 3,000-5,000ใบ และเพิ่มขึ้นในปีต่อๆไป อีกทั้งในงานนี้จะมีการปฏิบัติหน้าที่เป็นครั้งแรกของ “แก็งค์ ค คนรักหมา แอมบาสเดอร์” ซึ่งเป็น10ผู้ผ่านการคัดเลือกปฏิบัติหน้าที่ประชาสัมพันธ์งานและทำหน้าที่เพื่อคนรักสุนัขรุ่นแรก

นอกจากนี้ยังเปิดตัว TIDS App แอพพลิเคชั่นครบเครื่องเรื่องน้องหมา ที่ตอบสนองเจ้าของสุนัขคนรุ่นใหม่ อาทิ ข้อมูลเกี่ยวกับโรงพยาบาล คลินิกสัตว์ทั่วกรุงเทพ โปรโมชั่นร้านค้า สินค้าเกี่ยวกับสุนัข กิจกรรมที่น่าสนใจ รวมทั้งแผนที่แสดงเส้นทางไปยังสถานที่จัดงาน สำหรับกิจกรรมที่ยังคงมีต่อเนื่องตั้งแต่การจัดงานปีที่ผ่านมาถึงปีนี้นั้น เช่น การรวมพลคนรักสุนัข ในวันที่ 28-29 มิ.ย. 2556 ที่อิมแพคเมืองทองธานี คาดว่าจะมีการรวมตัวของคนและสุนัขมากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา 50-70%

“จากกระแสที่คนหันมาเลี้ยงสุนัข รวมถึงเอาใจใส่ดูแลสุนัขกันมากขึ้น ทำให้ธุรกิจสุนัขมีอัตราการเจริญเติบโตสูง เกิดธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสุนัขเป็นจำนวนมาก สินค้าและบริการมีความหลากหลาย ทำให้ปีนี้อิมแพ็คขยายพื้นที่การจัดงานไปยังหัวเมืองใหญ่ ทั้งที่เชียงใหม่ เมื่อเดือนม.ค.ที่ผ่านมา และจะขยายการจัดงานไปยังจังหวัดขอนแก่น ภายในปลายปีนี้ด้วย สำหรับงานที่กรุงเทพมหานคร คาดว่าในปีนี้จะมีผู้เข้าร่วมงานไม่น้อยกว่า 200,000คน และสุนัขกว่า 50,000 ตัว และมียอดเงินสะพัดไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาท” นางกุลวดี กล่าว

ตลาดอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยงไทย 1.2 หมื่นล้านบาท โอกาสโตสูง 10 %

ด้านนางสาวเมธาวี เทียนรุ่งศรี นายกสมาคมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยงไทย กล่าวว่า แนวโน้มตลาดอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยงไทย มูลค่า 12,000 ล้านบาท และมีโอกาสเติบโตสูงถึง 10-20% ในปีนี้ เนื่องจากคนเลี้ยงสัตว์สมัยใหม่มักเป็นกลุ่มผู้หญิง สถานะภาพโสด แต่งงานช้าทำให้ มีกำลังซื้อสูงและพอใจที่จะซื้อสินค้าและบริการที่ดีที่สุดให้กับสุนัข ทำให้เกิดสินค้าและบริการใหม่ๆออกมามากขึ้น โดยเฉพาะสินค้าระดับพรีเมียม และเฉพาะเจาะจง ขณะที่เจ้าของสุนัขในปัจจุบันนิยมพักอาศัยในคอนโดมีเนียม ทำให้กระแสความนิยมสุนัขสายพันธุ์เล็ก เลี้ยงในบ้าน(Indoor)ยังเป็นที่นิยมต่อเนื่อง เช่น ชิวาว่า ปอมเมเรเนียน

“การเปิดเสรีการค้าเ หรือ เออีซี จะผลักดันให้ธุรกิจอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยงไทยมีการแข่งขัน และมีโอกาสเติบโตสูงมาก เพราะประเทศไทยถือเป็นแหล่งผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยงที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน และเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาค แต่อย่างไรก็ตามผู้ประกอบการต้องไม่ลืมที่จะเพิ่มขีดการแข่งขันและรักษาฐานลูกค้าเดิม”นางสาวเมธาวี กล่าว

สุดยอดการประกวดสุนัขพันธุ์ไทยชิงถ้วยพระราชทาน

นางวนิดา บุษกรนันท์ นายกสมาคมพัฒนาพันธุ์สุนัข (ประเทศไทย) กล่าวว่า ในปีนี้งาน"สมาร์ทฮาร์ท พรีเซ้นต์ ไทยแลนด์อินเตอร์เนชั่นแนลด็อกโชว์ 2013“ เตรียมจัดกิจกรรมการประกวดสายพันธุ์สุนัขชิงแชมป์ประเทศไทย ภายใต้หลักเกณฑ์และคณะกรรมการในระดับสากลเป็นผู้ตัดสิน โดยไฮไลท์ของการประกวดปีนี้ คือการประกวดสุนัขพันธุ์ไทยบางแก้ว พันธุ์ไทยหลังอาน ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ซึ่งถือเป็นที่สุดของการประกวดสุนัขในเมืองไทย และการแข่งขันพิทบูล สุนัขทรงพลัง ซึ่งจัดโดยความร่วมมือระหว่าง สมาคมพัฒนาพันธุ์สุนัข(ประเทศไทย) ,ชมรมอนุรักษ์และพัฒนาพันธ์ไทยหลังอาน และอิมแพ็ค เมืองทองธานี

สมาร์ทฮาร์ท ร่วมสนับสนุนสู่งานระดับอาเซียน

นายศุภกฤต อัศวชัยพร รองกรรมการผู้จัดการ สายงานการตลาดอาหารสัตว์เลี้ยง บริษัท เพอร์เฟค คอมพาเนียน กรุ๊ป จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ สมาร์ท ฮาร์ท และผู้สนับสนุนหลักของงาน กล่าวว่า งาน "สมาร์ทฮาร์ท พรีเซ้นต์ ไทยแลนด์อินเตอร์เนชั่นแนลด็อกโชว์ 2013” จะเป็นงานสำหรับสุนัขที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งบริษัทให้การสนับสนุนต่อเนื่อง โดยเชื่อว่าหลังจากเปิดเสรีเศรษฐกิจอาเซียน งานนี้จะยกระดับเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ระดับอาเซียน ทั้งในแง่ของการประกวดพันธุ์สุนัข การนำเสนอสินค้าและบริการสำหรับสุนัขในประเทศไทยอีกด้วย

งาน "สมาร์ทฮาร์ท พรีเซ้นต์ ไทยแลนด์อินเตอร์เนชั่นแนลด็อกโชว์ 2013”จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 – 30 มิถุนายน 2556 นี้ ตั้งแต่10 โมงถึง 2 ทุ่ม อาคาร 5 – 6 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ติดตามความเคลื่อนไหวของงานได้ที่ www.thailanddogshow.com หรือ Facebook.com/ThailandinternationDogShow รายละเอียดเพิ่มเติม 02-833-5109

อิมแพ็คควัก 20 ล้านจัดด็อกโชว

นางกุลวดี จินตวร ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท อิมแพ็คเอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ เปิดเผยว่า อิมแพ็คได้ร่วมมือกับสมาคมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยงไทย สมาคมพัฒนาพันธุ์สุนัข (ประเทศไทย) และผู้ประกอบการด้านสินค้าและบริการสำหรับสุนัขทั้งภาครัฐและเอกชน จัดงาน “สมาร์ทฮาร์ท พรีเซ้นต์ ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล ด็อกโชว์ 2013” ขึ้น ภายใต้แนวคิดขบวนการหมาเปื้อนยิ้ม ซึ่งถือเป็นงานแฟร์สำหรับสุนัขที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 13 ในระหว่างวันที่ 2730 มิ.ย. 2556 นี้ ที่ อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยใช้งบประมาณจัดงานกว่า 20 ล้านบาท โดยคาดว่าปีนี้จะมีการรวมตัวของคนและสุนัขมากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา 5070% ขณะที่ตลาดอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยงไทยมีมูลค่าสูงถึง 1.2 หมื่นล้านบาท

แรงงานบริการค้าปลีกส่อขาดแคลน

น.ส.สุธิดา กาญจนกันติกุล ผู้จัดการฝ่ายการตลาด แมนพาวเวอร์กรุ๊ป กล่าวว่า ปัจจุบันตลาดแรงงานในประเทศไทยยังถือว่ามีช่องว่างอยู่มาก โดยเฉพาะตลาดแรงงานประเภทกลุ่มบริการและค้าปลีกที่ยังเป็นที่ต้องการของตลาดในปัจจุบัน และคาดว่าจะมีอัตราส่วนความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นในอนาคต ซึ่งแรงงานกลุ่มดังกล่าวจะเติบโตรับกับการเปิดตลาดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ในปี 2558 แน่นอน เนื่องจากแรงงานในกลุ่มธุรกิจบริการและค้าปลีก มีแนวโน้มเคลื่อนย้ายตามการค้าและการลงทุนค่อนข้างสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้บริหารตั้งแต่ระดับกลางขึ้นไป ซึ่งอาจส่งผลต่อภาวะขาดแคลนแรงงานกลุ่มนี้ในอนาคตอันใกล้ จากการลงทุนของสินค้าและบริการจากต่างชาติที่เพิ่มขึ้นถึง 2 เท่าจากปีก่อน

จะเห็นได้จากปัจจุบันที่กระแสด้านสินค้าและบริการ จะมีแนวโน้มที่มาจากต่างชาติมากขึ้นตามกระแสนิยม มีเข้ามาลงทุนของสินค้าและบริการที่มาจากต่างชาติเพิ่มจำนวนสูงขึ้นถึง 2 เท่าเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ทั้งสินค้าที่มาจากเกาหลี ญี่ปุ่น จีนและอเมริกาที่มาบุกตลาดในประเทศไทย ทั้งในส่วนของสินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม สินค้าแฟชั่น อาหารแปรรูป และสินค้าเกี่ยวกับเทคโนโลยี และหากเปิดตลาดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ในปี 2558 ในอนาคต แรงงานในด้านบริการจะเป็นที่ต้องการมากขึ้น โดยเฉพาะระดับบริหารงานที่จะช่วยให้สินค้าและบริการมีศักยภาพเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค ซึ่งจะต้องใช้บุคลากรที่มีความสามารถ ดังนั้น ทักษะความรู้ ประสบการณ์ของบุคลากรในกลุ่มจึงเป็นเรื่องสำคัญเป็นอย่างยิ่งและจะเป็นที่ต้องการในตลาดในอนาคต”


นางสาวสุธิดา กล่าวอีกว่า โอกาสของแรงงานในกลุ่มบริการและค้าปลีกจะมีการขยายตัวค่อนข้างสูง ดังนั้น จึงมองว่า ภาครัฐ ภาคเอกชน ควรให้ความสำคัญกับแรงงานในกลุ่มสาขางานบริการและค้าปลีกทุกภาคส่วน ให้ความสำคัญในด้านทักษะความชำนาญเฉพาะด้าน และมองถึงสิ่งที่จะเป็นจุดแข็งของแรงงานไทยในด้านงานบริการ อันจะเป็นที่ต้องการของภาคธุรกิจในอนาคต อีกทั้งกระตุ้นเพิ่มจำนวนบุคลากรเหล่านี้ให้มีจำนวนที่เพียงพอรับความต้องการของตลาดในอนาคต ซึ่งมองว่าตลาดในกลุ่มนี้จะมีการขยายตัวไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 เนื่องจากธุรกิจเดิมก็ต้องทำการขยายหน้าร้าน เพิ่มปริมาณพนักงานทุกระดับเพื่อให้ธุรกิจมีประสิทธิภาพมากขึ้น และยังธุรกิจที่เตรียมเปิดใหม่บุกสู่ตลาดในประเทศตามลำดับ ดังนั้นเมื่อเกิดการแข่งขันที่สูงขึ้น กลุ่มธุรกิจเหล่านี้จะมีความต้องการพนักงานที่มีประสิทธิภาพตามไปด้วย จะเห็นได้ชัดจาก กลุ่มไดเร็กเซลล์ที่มีมีอัตราเพิ่มขึ้นจากเดิมเป็นเท่าตัว จนเกิดการแข่งขันระหว่างผู้ประกอบการที่สูงขึ้น ส่งผลให้ความต้องการแรงงานประเภท พนักงาน Call Center มีความต้องการเพิ่มขึ้น และยังแบ่งถึงความสามารถของพนักงานที่รับสายอย่างเดียว พนักงานที่สามารถให้ข้อมูลได้และสื่อสารภาษาอังกฤษได้ ซึ่งพนักงานในกลุ่มระดับปฏิบัติการยังมีการ Turnover สูงอยู่ แต่ระดับ Management ระดับบริหารงานขึ้นไปจะมีการ Turnover ที่น้อยมาก จะเป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท