posttoday
ยุทธศาสตร์สู่ AEC ตอนที่ 26 ยุทธศาสตร์ฮับของสิงคโปร์

ยุทธศาสตร์สู่ AEC ตอนที่ 26 ยุทธศาสตร์ฮับของสิงคโปร์

05 มิถุนายน 2556

เวลาที่ธุรกิจระดับโลกเขามองหาประเทศที่จะไปทำธุรกิจหรือลงทุน เขาเอาอะไรตัดสินรู้มั้ยครับ?

เวลาที่ธุรกิจระดับโลกเขามองหาประเทศที่จะไปทำธุรกิจหรือลงทุน เขาเอาอะไรตัดสินรู้มั้ยครับ?

เขามองที่ หนึ่ง ความง่ายในการไปทำธุรกิจ ซึ่งต้องง่ายและสะดวก เริ่มตั้งแต่การตั้งบริษัท ระบบภาษี ความพร้อมของบุคลากร ความยากง่ายของการเอาเงินเข้าออก ข้อนี้สิงคโปร์ดีที่สุดในโลก ส่วนไทยอยู่ที่ 18

สอง เขามองที่ความโปร่งใส คอร์รัปชันมีมากน้อยเพียงใด และกฎหมายของประเทศนั้นๆ มีความเป็นธรรมต่อธุรกิจต่างชาติเท่ากับธุรกิจท้องถิ่นหรือไม่ เรื่องนี้สิงคโปร์ได้ที่ 5 ส่วนไทยอยู่ที่ 88

และสาม เขามองที่ความพร้อมด้านสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานว่ามีความพร้อมแค่ไหน มีต้นทุนต่ำหรือสูงในการทำธุรกิจ รวมถึงความสะดวกในการอยู่อาศัยและการใช้ชีวิตของคนต่างชาติด้วยนะครับ สิงคโปร์ได้ที่ 2 แพ้ฮ่องกง ส่วนไทยได้ที่ 46

คงไม่ต้องถามนะครับว่า ใครกันแน่เป็นศูนย์กลาง ASEAN ในปัจจุบัน

ไทยประกาศจะเป็นศูนย์กลาง AEC ด้วยการจะเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงประเทศกับประเทศเพื่อนบ้าน และบอกว่า connectivity is opportunity แต่ถ้าทั้งสามเรื่องที่ว่ามาเราอยู่อันดับครึ่งร้อย เราจะเป็นศูนย์กลาง AEC ได้อย่างไรครับ?

ผมถามคนสิงคโปร์ว่า คิดอย่างไรที่รัฐบาลไทยจะลงทุน 2 ล้านล้านบาท สร้างรถไฟขนของและขนคน เชื่อมโยงประเทศเพื่อนบ้านเข้าด้วยกัน

เขาตอบว่ายังไงรู้มั้ยครับ?

เขาตอบว่า หนึ่ง ประเทศไทยตอบได้หรือยังว่า ทำไมมาเลเซียซึ่งลงทุนทำท่าเรือใหญ่โตกว่าสิงคโปร์ในทำเลเดียวกัน และคิดค่าบริการถูกกว่า แต่ก็ยังไม่มีธุรกิจมาใช้เหมือนท่าเรือสิงคโปร์

คำตอบก็คือ ประสิทธิภาพของท่าเรือมาเลเซียยังต่ำกว่าท่าเรือของสิงคโปร์ ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงสุดของเอเชียมากว่า 20 ปีแล้ว นั่นหมายความว่าแม้ไทยเราจะมีรถไฟและถนนเชื่อมโยง แต่ถ้าบริหารกันแบบไม่มีประสิทธิภาพ ก็อาจไม่มีคนมาใช้ก็ได้ เหมือนปัญหาที่มาเลเซียเจออยู่

สอง การสร้างรถไฟขนของและขนคนนั้น ไม่ว่าทางรถไฟจะพาดผ่านไปทางใด มันก็จะทำให้เกิดมูลค่าเพิ่มของที่ดินและเพิ่มโอกาสในการทำธุรกิจตรงบริเวณนั้น รัฐบาลไทยคิดว่าจะเก็บมูลค่าเพิ่มเหล่านั้นไว้อย่างไร เพื่อนำเอามูลค่าเพิ่มเหล่านั้นเข้าสู่รัฐ เป็นผลประโยชน์ของส่วนรวมและเอาไปลดต้นทุนของการก่อสร้างรถไฟ ทำให้สามารถคิดค่าบริการที่ถูกลง

คนไทยที่ไปกับผมตอบแทนทันทีว่า อ๋อ...เรื่องแบบนี้คนไทยคิดรอบคอบอยู่แล้ว เริ่มตั้งแต่รถไฟจะวิ่งไปทางไหน นักการเมืองและพรรคพวกเขาก็จะไปกว้านซื้อที่ดินคอยไว้ก่อนแล้วขายที่ดินให้รัฐบาล ได้กำไรต่อที่หนึ่ง ต่อที่สอง คือผลประโยชน์ต่อเนื่องจากการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รอบๆ สถานีรถไฟ ก็จะถูกเก็บเอาไว้รับประทานกันเอง ส่วนต่อที่สามซึ่งได้ก่อนเลยคือค่าคอมมิชชันจากการประมูลโครงการมูลค่า 2 ล้านล้านบาท นี่เป็นที่รู้กันว่าใครควรจะได้ผลประโยชน์ก้อนใหญ่นี้ไป

ตอนต่อไปผมจะพูดถึงยุทธศาสตร์ของสิงคโปร์เมื่อเปิด AEC ครับ

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี