
ไทยพาณิชย์เจ๋งจ่ายดอกเบี้ยให้บัญชีเดินสะพัด
“ใบโพธิ์” ฉีกกฎบัญชีเดินสะพัด เปิดบัญชีรูปแบบใหม่ให้ดอกเบี้ยเสมือนเงินฝากประจำ หวังกินส่วนแบ่ง
“ใบโพธิ์” ฉีกกฎบัญชีเดินสะพัด เปิดบัญชีรูปแบบใหม่ให้ดอกเบี้ยเสมือนเงินฝากประจำ หวังกินส่วนแบ่ง
นายไตรรงค์ บุตรากาศ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สาย GTS ธนาคารไทยพาณิชย์เปิดเผยว่า ขณะนี้ธนาคารได้ออกผลิตภัณฑ์บัญชีรูปแบบใหม่สำหรับลูกค้าธุรกิจในชื่อ “SCB One” ซึ่งเป็นการเปลี่ยนรูปแบบบัญชีเดินสะพัดเดิมที่ลูกค้าจะไม่ได้รับดอกเบี้ยเงินฝาก มาเป็นลูกค้าที่เปิดบัญชีจะได้รับดอกเบี้ยจากบัญชีเดินธุรกิจด้วย
ทั้งนี้ ธนาคารจะคำนวณอัตราดอกเบี้ยออมทรัพย์จากยอดคงเหลือในบัญชีทุกสิ้นวันให้กับลูกค้าเจ้าของบัญชี ซึ่งจะช่วยลดความยุ่งยากในการโยกย้ายเงินเข้าออกหลายบัญชีแบบเดิม
นอกจากนี้ หากลูกค้ามียอดเงินฝากคงเหลือในบัญชีถึงเกณฑ์ที่กำหนด ณ สิ้นวันของทุกวัน ธนาคารจะจ่ายดอกเบี้ยพิเศษให้อีก โดยยอดเงินฝากคงเหลือที่ 8 แสน2 ล้านบาท จะได้รับดอกเบี้ยพิเศษในอัตราเงินฝากประจำ 1 เดือน ลบ 0.50%
ขณะที่ยอดเงินคงเหลือในบัญชีระหว่าง 25 ล้านบาท ลูกค้าจะได้รับดอกเบี้ยพิเศษในอัตราเงินฝากประจำ 1 เดือน ลบ 0.35% และหากมียอดคงเหลือ 5 ล้านบาทขึ้นไป จะได้ดอกเบี้ยพิเศษในอัตราเงินฝากประจำ 1 เดือน ลบ 0.25%
“เดิมลูกค้าธุรกิจจะไม่ได้รับดอกเบี้ยจากบัญชีกระแสรายวัน ทำให้ต้องโอนเงินที่เหลือจากเดินสะพัดเข้าบัญชีออมทรัพย์หรือฝากประจำเพื่อให้ได้ดอกเบี้ย แต่บัญชีรูปแบบใหม่ของเรานี้ถือเป็นครั้งแรกที่บัญชีเดินสะพัดจะคำนวณดอกเบี้ยทั้งออมทรัพย์และประจำให้ลูกค้าโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องย้ายเงินไปมา” นายไตรรงค์ กล่าว
นอกจากดอกเบี้ยแล้ว ลูกค้าที่เปิดบัญชีนี้จะได้รับสิทธิประโยชน์อื่นอีก เช่น ไม่มีค่าธรรมเนียมการโอนเงินไปยังบัญชีคู่ค้าผ่านช่องทางบริการธนาคารออนไลน์เพื่อธุรกิจ และได้รับส่วนลด 50% สำหรับค่าธรรมเนียมการเรียกเก็บเช็คข้ามเขตภายในธนาคาร และยังได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปีในปีแรกที่สมัครใช้บริการธนาคารออนไลน์
นายไตรรงค์ กล่าวว่า กลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ธนาคารจะเข้าไปทำตลาดผ่านผลิตภัณฑ์นี้ คือ กลุ่มธุรกิจระดับกลางที่มียอดขายไม่เกิน 1,000 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันธนาคารมีฐานอยู่ราว 2.8 หมื่นราย
นายไตรรงค์ กล่าวว่า ธนาคารเชื่อว่าการออกผลิตภัณฑ์ตัวนี้จะช่วยดึงลูกค้ากลุ่มนี้เข้ามาและทำให้สิ้นปีนี้น่าจะมีส่วนแบ่งตลาดในธุรกิจการโอนเงินเพิ่มขึ้นเป็น 16% และเพิ่มขึ้นเป็น 20% ภายใน 3 ปี







