
ไตรมาสแรกธุรกิจประกันเบี้ยพุ่ง20.73%
คปภ.เผยธุรกิจประกันภัยไตรมาสแรกโต 20.73% เบี้ยทะลุ 1.59 แสนล้าน
คปภ.เผยธุรกิจประกันภัยไตรมาสแรกโต 20.73% เบี้ยทะลุ 1.59 แสนล้าน
นายประเวช องอาจสิทธิกุล เลขาธิการ คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาสแรกของปี 2556 ยังคงขยายตัวต่อเนื่อง แม้จะชะลอตัวลงจากช่วงก่อนหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบริโภคสินค้าคงทนยังคงขยายตัวได้ดี สะท้อนได้จากปริมาณการขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลในเดือน มีนาคม 2556 ขยายตัวที่ 93.4% จากการทยอยส่งมอบรถยนต์จากโครงการรถยนต์คันแรกที่มียอดค้างจองอยู่ ประกอบกับการแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่เข้าสู่ตลาดของผู้ประกอบการ ส่งผลให้ไตรมาสแรกธุรกิจประกันภัยมีเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงรวมทั้งสิ้น 1.59 แสนล้านบาท ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 20.73%
ทั้งนี้ แบ่งเป็นเบี้ยประกันภัยจากธุรกิจประกันชีวิต จำนวน 1.08 แสนล้านบาท ขยายตัว 20.73% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนหนึ่งเป็นผลจากมาตรการของภาครัฐที่ได้มีการประชาสัมพันธ์สร้างความรับรู้ผ่านสื่อต่างๆ หลากหลายช่องทาง เพื่อให้ประชาชนวงกว้างมีความเข้าใจและเห็นความสำคัญของการประกันชีวิตมากขึ้น ประกอบกับแนวโน้มอายุขัยของประชากรที่มีค่าเฉลี่ยสูงขึ้นจากวิทยาการทางการแพทย์ที่มีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ประชาชนหันมาสนใจการประกันชีวิตแบบบำนาญ และการประกันสุขภาพมากขึ้น
เบี้ยประกันภัยรับสูงสุด คือ การประกันชีวิตประเภทสามัญ จำนวน 8.92 หมื่นล้านบาท ขยายตัว 19.03% รองลงมาการประกันชีวิตประเภทกลุ่ม จำนวน 1.55 หมื่นล้านบาท ขยายตัวอย่างโดดเด่นถึง 37.05% และการประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล จำนวน 1,391 ล้านบาท ขยายตัว 13.22% และจากธุรกิจประกันวินาศภัย จำนวนรวมทั้งสิ้น 5.10 หมื่นล้านบาท ขยายตัวได้ดีที่ 20.73% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยการประกันภัยรถมีเบี้ยประกันภัยรับสูงสุด จำนวน 3 หมื่นล้านบาท ขยายตัวถึง 23.70% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สอดคล้องกับการขยายตัวของการขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคล รองลงมาการประกันภัยเบ็ดเตล็ด จำนวน 1.66 หมื่นล้านบาท ขยายตัว 18.02% และการประกันอัคคีภัย จำนวน 2,902 ล้านบาท ขยายตัว 13.79%
นายประเวช กล่าวว่าในช่วงไตรมาสแรกของปี 2556 อุตสาหกรรมประกันภัยขยายตัวได้ดีอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะมีฐานการเปรียบเทียบที่ค่อนข้างสูงจากปี 2555 แต่ทั้งธุรกิจประกันชีวิต และธุรกิจประกันวินาศภัยก็สามารถเติบโตได้ในอัตราที่ดี ส่งผลให้สัดส่วนเบี้ยประกันภัยต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศในช่วงไตรมาสแรกอยู่ที่ 5.3% ปรับตัวสูงขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 4.7%
ทั้งนี้ คาดว่าหากอัตราการเติบโตของธุรกิจประกันภัยยังคงสามารถรักษาระดับที่ดีนี้ต่อเนื่องไปตลอดทั้งปีสัดส่วนเบี้ยประกันภัยต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมฯ น่าจะถึงเป้าหมาย 6% ก่อนกำหนดเดิมที่ตั้งเอาไว้ภายในในปี 2557







