
ภาคการผลิตSMEจีนหดตัว
ผลพวงอุปสงค์ทั่วโลกชะลอจี้รัฐเร่งช่วยส่อฉุดการฟื้นตัวศก.มังกร
ผลพวงอุปสงค์ทั่วโลกชะลอจี้รัฐเร่งช่วยส่อฉุดการฟื้นตัวศก.มังกร
ภาคการผลิตเอสเอ็มอีแดนมังกรชะลอตัวแรง แนะภาครัฐเร่งช่วยเหลือ
รัฐบาลจีนเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (พีเอ็มไอ) ภาคการผลิตของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในประเทศ ประจำเดือน พ.ค. พบว่า ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อน สะท้อนให้เห็นว่าสถานการณ์เอสเอ็มอีในแดนมังกรเสี่ยงเข้าสู่ภาวะวิกฤต ขณะที่ตัวเลขที่อ่อนแอยังฉุดการเติบโตของเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ
ดัชนีพีเอ็มไอภาคการผลิตของเอสเอ็มอีจีนในเดือน พ.ค. ดิ่งลงสู่ระดับ 47.3 จุด จากระดับ 47.6 จุด ในเดือน เม.ย. สอดคล้องกับตัวเลขพีเอ็มไอ ซึ่งจัดเก็บโดยหน่วยงานภาคเอกชน ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 8 เดือน ที่ 49.2 จุด จาก 50.4 จุด
ทั้งนี้ ตัวเลขที่ต่ำกว่า 50 จุด สะท้อนให้เห็นถึงภาวะหดตัว ขณะที่ตัวเลขที่สูงกว่า 50 บ่งชี้ถึงภาวะขยายตัว
ด้านนักวิเคราะห์ชี้ว่า ข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอดังกล่าวนับเป็นสัญญาณเตือนให้รัฐบาลจีนเร่งช่วยเหลือเอสเอ็มอีให้มากขึ้น หลังจากที่ผ่านมาให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนแต่บริษัทขนาดใหญ่ รวมทั้งบรรดารัฐวิสาหกิจ
“รัฐบาลจีนมักให้ความช่วยเหลือ โดยเฉพาะทางด้านนโยบายการคลังและการผ่อนกฎการปล่อยสินเชื่อแก่รัฐวิสาหกิจและบริษัทขนาดใหญ่ สวนทางกับธุรกิจรายย่อยที่ไร้ซึ่งความช่วยเหลือใดๆ” เฉินเจียงกวง หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำภาคพื้นเอเชียจากบริษัทหลักทรัพย์มิซูโฮ กล่าว
สอดคล้องกับความเห็นของเคนเปง นักเศรษฐศาสตร์จากบีเอ็นพี พาริบาส์ ในกรุงปักกิ่ง ที่เตือนว่า ธุรกิจรายย่อยในจีน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมากถึง 60% ของจีดีพีแดนมังกร อยู่ในสภาพที่อ่อนแอกว่าธุรกิจรายใหญ่ค่อนข้างมาก พร้อมย้ำว่าตัวเลขการผลิตสินค้าใหม่สูงกว่ายอดสั่งซื้อ ซึ่งนับเป็นสัญญาณที่ไม่ดี เนื่องจากสะท้อนให้เห็นว่าสินค้าคงคลังของแต่ละบริษัทเพิ่มสูงขึ้น
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ทางการจีนได้เปิดตลาดอนุพันธ์เฉียนไห่ ซึ่งเป็นตลาดซื้อขายอนุพันธ์แบบโอทีซีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศ ที่นครเสิ่นเจิ้น เพื่อช่วยให้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมสามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้ได้ง่ายขึ้น ผ่านทางตลาดซื้อขายที่ยืดหยุ่นให้ผู้ซื้อและผู้ขายตกลงรายละเอียดต่างๆ กันเอง และมีกฎระเบียบน้อยกว่าตลาดหลักทรัพย์รูปแบบปกติ ขณะที่ในเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ทางการท้องถิ่นของจีน 4 แห่ง ได้ร่วมกันเปิดตัวโครงการหุ้นกู้เอสเอ็มอี
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เตือนว่า รัฐบาลจะต้องงัดมาตรการเพิ่มเติมหากหวังจะฟื้นฟูและกระตุ้นการเติบโตของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอย่างจริงจัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ปัญหาการเข้าถึงสินเชื่อ







