
สอบสัญญา 3จี
กว่า 1 ปีแล้วที่การตรวจสอบสัญญาการให้บริการ 3จี ทรูมูฟเอช ที่เกิดขึ้นจากการทำสัญญาระหว่าง ทรู คอร์ปอเรชั่น และบริษัท กสท โทรคมนาคม ยังไร้ความเคลื่อนไหวใดๆ ทั้งที่ในช่วงแรกรัฐบาลชุดนี้พุ่งเป้าว่าจะต้องจัดการให้ได้ หลังจากเมื่อครั้งเป็นฝ่ายค้านได้หยิบยกประเด็นนี้โจมตีพรรคประชาธิปัตย์อย่างเต็มที่
กว่า 1 ปีแล้วที่การตรวจสอบสัญญาการให้บริการ 3จี ทรูมูฟเอช ที่เกิดขึ้นจากการทำสัญญาระหว่าง ทรู คอร์ปอเรชั่น และบริษัท กสท โทรคมนาคม ยังไร้ความเคลื่อนไหวใดๆ ทั้งที่ในช่วงแรกรัฐบาลชุดนี้พุ่งเป้าว่าจะต้องจัดการให้ได้ หลังจากเมื่อครั้งเป็นฝ่ายค้านได้หยิบยกประเด็นนี้โจมตีพรรคประชาธิปัตย์อย่างเต็มที่
ทว่า พอเอาเข้าจริงไม่มีหน่วยงานใดที่จะทำหน้าที่เอาผิดหรือเข้ามาตรวจสอบอย่างจริงจัง เป็นเพียงการตีฆ้องเสียงดังในช่วงแรกของการเข้ามาทำหน้าที่รัฐบาล เพื่อจะประกาศว่าได้ทำหน้าที่เรียบร้อยแล้ว แต่ไม่ได้สนใจว่าบทสรุปจะเกิดขึ้นหรือไม่ และกลายเป็นประเด็นที่ยังค้างคา
เพราะไม่ว่าจะหน่วยงานใดๆ ที่เคยฮึ่มๆ ว่าจะเอาผิด ตั้งแต่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน วุฒิสมาชิก คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) กสทฯ และต้นสังกัดสำคัญอย่างกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กลับทิ้งและปล่อยให้เรื่องเงียบหายไปเฉยๆ
ทั้งที่รัฐบาลชุดนี้ประกาศเองว่า มีหลักฐานชี้ชัดว่าสัญญาที่ทำขึ้นมีความไม่ชอบมาพากลและอาจทำให้รัฐสูญเสียผลประโยชน์ แต่กลับปล่อยให้การตรวจสอบดำเนินไปอย่างล่าช้า ทั้งที่หากเป็นข้อกล่าวหาที่ไม่มีมูล ก็ควรสรุปผลออกมาให้ชัดเจน เพื่อให้เอกชนสามารถดำเนินธุรกิจได้โดยราบรื่น แต่หากมีความผิดจริง การทอดเวลาการตรวจสอบจะยิ่งทำให้เรื่องลุกลามใหญ่โตได้ เพราะยิ่งนานจำนวนลูกค้าของผู้ให้บริการรายนี้ก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ การเอาผิดก็จะมีปัญหาพัวพันยุ่งเหยิง เพราะจะกระทบกับลูกค้าที่กลายเป็น “ตัวประกัน” โดยไม่ได้ตั้งใจ
แต่การที่รัฐคิดว่าปัญหาไม่มีทางแก้ และการตรวจสอบไร้ทางออก การเลือกวิธีการนิ่งเฉยปล่อยให้การตรวจสอบถูกลืมไป โดยคิดว่าเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดนั้น กลับสะท้อนถึงความล้มเหลวของกระบวนการตรวจสอบของประเทศแทน







