posttoday
แจกโพยหุ้นแนะทยอยซื้อเก็บของถูก

แจกโพยหุ้นแนะทยอยซื้อเก็บของถูก

04 มิถุนายน 2556

มิ.ย.เงินไหลออกจากตลาดหุ้นและตราสารหนี้ คาดดัชนีลงลึก 1,480-1,500 แนะเล่นสั้น

มิ.ย.เงินไหลออกจากตลาดหุ้นและตราสารหนี้ คาดดัชนีลงลึก 1,480-1,500 แนะเล่นสั้น

ดัชนีหุ้นไทยลดลงหนักจนหลุดแนวรับสำคัญ 1,540 จุด มาปิดที่ 1,539.26 จุด ลดลง 22.81 จุด หรือลดลง 1.46% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 55,526.98 ล้านบาท ดัชนีเคลื่อนไหวระหว่าง 1,535.77-1,564.66 จุด

นักลงทุนต่างชาติเทขายหนัก 5,768 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนสถาบัน บัญชี บล. และนักลงทุนในประเทศเป็นผู้ซื้อ

นายยศพณ แสงนิล รองผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ยูโอบี เคย์เฮียน ให้ความเห็นว่า คาดว่าดัชนีสิ้น มิ.ย. จะลดลงต่ำกว่าเดือน พ.ค. ทำให้หุ้นไทยปรับฐาน 2 เดือนติดต่อกัน ด้วยการเทขายทำกำไรจากความกังวลจากการถอนมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) ดัชนีมีโอกาสลงลึกถึง 1,480-1,500 จุด โดยหากลงมากไปกว่านี้จะกลับตัวขึ้นแรง

นายยศพณ แนะนำซื้อหุ้นปันผล และให้ทำกำไรระยะสั้นหากมีกำไร เพราะต่างชาติมีโอกาสขายออกมามากขึ้น หลังดัชนีลงหลุดแนวรับสำคัญ 1,540 จุด

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ มองตลาดหุ้นไทยเดือน มิ.ย. ยังอยู่ในช่วงขาลง แนวรับอยู่ที่ 1,520-1,530 โดยเลือกหุ้นที่คาดว่าจะเข้าคำนวณ SET50 Index และ SET100 Index

นอกจากนั้น ยังแนะนำหุ้นที่น่าจะมีข่าวดีในระยะสั้น เช่น การได้งานใหม่ การขายสินทรัพย์เข้ากองทุนอสังหาริมทรัพย์ และการจัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน

สำหรับหุ้นที่แนะนำสำหรับเดือน มิ.ย. คือ บริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ (BEAUTY) บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ (BGH) บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS) บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา (CENTEL) บริษัท ช.การช่าง (CK) บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ (KCE) บริษัท ไพลอน (PYLON) บริษัท เอสพีซีจี (SPCG) บริษัท ศรีราชาคอนสตรัคชั่น (SRICHA) และบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น (WHA)

ด้านแนวต้านและแนวรับสำคัญของดัชนีเดือนนี้อยู่ที่ 1,600, 1,620-1,625 จุด และ 1,520-1,530 จุด ตามลำดับ

ตลาดตราสารหนี้วันแรกของเดือน มิ.ย. นักลงทุนต่างชาติได้เทขายตราสารหนี้กว่า 2,090 ล้านบาท ทำให้อัตราผลตอบแทนตราสารหนี้เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ทำให้ค่าเงินบาทที่อ่อนลงเป็น 30.40 บาท

น.ส.อริยา ติรณะประกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย ให้ความเห็นว่า แรงขายยังมีต่อเนื่องจากเดือน พ.ค. ที่นักลงทุนต่างชาติขายตราสารหนี้เป็นเดือนแรกในรอบปีนี้ เพราะกังวลการถอนคิวอีเร็วกว่ากำหนดของสหรัฐ และคาดว่าจะมีแรงขายต่อเนื่องในทั้งเดือน มิ.ย.

สำหรับราคาทองคำในประเทศของสมาคมค้าทองคำมีการปรับขึ้น 2 รอบ เพิ่มขึ้น 150 บาท ทองคำแท่งรับซื้อบาทละ 20,100 บาท และขายออก 20,200 บาท อ้างอิงราคาในตลาดโลกที่ 1,398 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ค่าเงินบาท 30.44 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ราคาทองคำแกว่งตัวระหว่าง 1,380-1,420 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์

นายณัฐพงศ์ หิรัณยศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก ประเมินว่าราคาทองมีแนวโน้มลดลงมากกว่าปรับตัวขึ้น

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน