posttoday
ข้อพิจารณาเรื่องอุปทานล้นตลาดและฟองสบู่ (จบ)

ข้อพิจารณาเรื่องอุปทานล้นตลาดและฟองสบู่ (จบ)

04 มิถุนายน 2556

เมื่อเกิดปรากฏการณ์ฟองสบู่ในตลาดสินทรัพย์ จึงมักจะมีความคิดเห็นแตกต่างกันสองฝ่ายเสมอ ฝ่ายหนึ่ง คือ ผู้กำกับดูแลด้านมหภาคหรือนักวิชาการ ซึ่งมองเสถียรภาพระยะยาวของตลาดเป็นหลัก และอีกฝ่ายหนึ่ง คือ ผู้ประกอบการและผู้บริโภคที่ประสงค์จะซื้อและประสงค์จะเชื่อในมุมมองของตนว่ายังไม่เกิดภาวะฟองสบู่

เมื่อเกิดปรากฏการณ์ฟองสบู่ในตลาดสินทรัพย์ จึงมักจะมีความคิดเห็นแตกต่างกันสองฝ่ายเสมอ ฝ่ายหนึ่ง คือ ผู้กำกับดูแลด้านมหภาคหรือนักวิชาการ ซึ่งมองเสถียรภาพระยะยาวของตลาดเป็นหลัก และอีกฝ่ายหนึ่ง คือ ผู้ประกอบการและผู้บริโภคที่ประสงค์จะซื้อและประสงค์จะเชื่อในมุมมองของตนว่ายังไม่เกิดภาวะฟองสบู่

ผู้ที่ไม่เชื่อว่าเกิดภาวะฟองสบู่มักยกเหตุผลว่า ตลาดได้รับบทเรียนมาแล้วจากวิกฤตเศรษฐกิจและปัญหาฟองสบู่แตกในอดีต ดังนั้นจึงมีความระมัดระวังอยู่แล้ว อัตราดอกเบี้ยไม่ได้อยู่ในระดับสูงเช่นในอดีต อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนของผู้ประกอบการส่วนใหญ่อยู่ในระดับต่ำ ฯลฯ

สำหรับกรณี “ฟองสบู่แตก” (Bubbles Burst) ถือเป็นปรากฏการณ์ต่อเนื่องจากการเกิดภาวะฟองสบู่ยืดเยื้อ (Prolonged Bubbles) เป็นระยะเวลานาน สูงสุดคืนสู่สามัญ จนความเป็นจริงมาเยือนว่าในโลกนี้ไม่มีอะไรที่พุ่งขึ้นสูงได้ตลอดไป เฉกเช่นเดียวกับทฤษฎีแรงความโน้มถ่วงของโลกว่าของขึ้นสู่ที่สูงแล้วต้องตกลงสู่ที่ต่ำ หรือตามวลีที่ว่า “If it seems too good to be true, it probably is too good to be true.” แปลเป็นไทยว่า “หากสิ่งใดดูเหมือนจะดีเกินจริง มันก็คงจะดีเกินจริง”

แต่การที่ฟองสบู่จะแตกได้ ต้องมีปัจจัยลบมาบรรจบกันหลายปัจจัยในจังหวะเวลาที่เกือบจะพร้อมกัน ปัจจัยหนึ่งที่อาจเป็นปัญหาในกรณีของประเทศไทยคือความรุนแรงทางการเมือง เพราะปัจจัยทางการเมืองก่อให้เกิดผลเชิงลบกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการและของผู้บริโภค

ภาวะเศรษฐกิจเป็นปัจจัยสำคัญอีกด้าน เงินร้อนที่ไหลทะลักเข้ามาในภูมิภาคเอเชียในปัจจุบันและเข้าไปสู่ตลาดทุนและตลาดตราสารหนี้ก่อนแล้วนั้น อาจมีส่วนหนึ่งที่เข้ามาแสวงหาผลตอบแทนในตลาดอสังหาริมทรัพย์ หากมีเหตุให้เงินร้อนเหล่านี้ไหลออกจากระบบกะทันหัน จนกระทบต่อตลาดทุนและตลาดตราสารหนี้ ก็จะเกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ (Chain Reaction) ต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์และภาคที่อยู่อาศัยโดยตรงได้

อัตราดอกเบี้ยในตลาดที่ต่ำนานเกินไปเป็นระยะเวลานาน ก็อาจเป็นปัจจัยเร่งให้เกิดภาวะฟองสบู่ เช่นที่เกิดขึ้นกับตลาดที่อยู่อาศัยในสหรัฐมาแล้วในระหว่างช่วงปี 20012005 จนเมื่อถึงจุดที่ธนาคารกลางสหรัฐจำเป็นต้องเข้ามาแก้ไขโดยการปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และนำไปสู่การปรับเพิ่มของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืมในตลาด ปัญหาได้ทวีความรุนแรงและราคาเริ่มหันเหทิศทางตกลงมารุนแรงในระหว่างปี 20072012

ในบางกรณีธนาคารกลางและภาครัฐอาจยุติมาตรการส่งเสริมการซื้อขายโดยกะทันหันในจังหวะที่เศรษฐกิจเป็นขาลง (กรณีเช่นนี้ไม่เกิดกับตลาดอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย เพราะแม้จะได้มีการยุติมาตรการสนับสนุนไปแล้ว แต่เป็นจังหวะเวลาที่เศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้น) หรือในทางกลับกันอาจมีการประกาศมาตรการสกัดกั้นฟองสบู่ที่ฉับพลันรุนแรงเกินไป แทนที่จะดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไป ก็อาจเกิดภาวะตลาดสั่นคลอนรุนแรง การออกมาตรการสกัดการเก็งกำไรจึงควรดำเนินแบบค่อยเป็นค่อยไปและมีการแยกแยะไม่ให้กระทบภาพรวม

ในอดีตปรากฏการณ์ฟองสบู่แตกที่ได้รับการกล่าวถึงกันมาก ได้แก่ ฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์แตกในปี 1990 ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งแม้ถึงขณะนี้ผ่านไปแล้วประมาณ 20 ปี และแม้ธนาคารกลางญี่ปุ่น (Bank of Japan) จะพยายามกดอัตราดอกเบี้ยนโยบายให้ต่ำมาแล้วเป็นเวลานาน แต่ก็ยังไม่ช่วยให้เศรษฐกิจของญี่ปุ่นพื้นตัว ชาวญี่ปุ่นจำนวนมากยังเผชิญกับความสูญเสียทางเศรษฐกิจมาจนถึงทุกวันนี้

ในนครเซี่ยงไฮ้ของจีนเมื่อประมาณ 10 กว่าปีที่แล้ว ก็เคยเกิดปรากฏการณ์ฟองสบู่จนถึงขั้นฟองสบู่แตกมาแล้วรอบหนึ่ง แต่สามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วเพราะเศรษฐกิจของสาธารณรัฐประชาชนจีนมีความแข็งแกร่ง ประกอบกับรัฐบาลสังคมนิยมสามารถออกมาตรการและปรับปรุงมาตรการต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว

เมื่อฟองสบู่ก่อร่างจนเป็นฟองใหญ่มากมายแล้ว โอกาสที่ฟองสบู่จะแตกก็ย่อมมีมากขึ้น แต่ถึงกระนั้นนักวิเคราะห์หรือผู้เชี่ยวชาญใดๆ ก็ไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่าฟองสบู่จะแตกเมื่อไร เปรียบเสมือนเราบอกว่าคนเราเกิดมาแล้วต้องตาย แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าจะตายเมื่อไร คะเนได้เพียงว่ายิ่งคนเราอายุมากขึ้นเท่าไร โอกาสที่จะตายย่อมมีมากขึ้น การทำนายการเกิดฟองสบู่นั้นแม้จะยาก แต่เทียบกันแล้วก็ยังง่ายกว่าการทำนายว่าฟองสบู่จะแตกหรือไม่ หรือแตกเมื่อไร

ปัจจัยบวกจากความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจเอเชีย อาจช่วยค้ำจุนให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์และตลาดที่อยู่อาศัยในประเทศไทยยังเดินหน้าไปได้ แต่ตลาดที่อยู่อาศัยในบางประเทศแถบนี้เริ่มมีความเปราะบาง ทั้งในเมืองใหญ่ของสาธารณรัฐประชาชนจีน ฮ่องกง สิงคโปร์ ฯลฯ และเงินร้อนที่หลั่งไหลเข้ามาสู่ภูมิภาคอาจมีโอกาสไหลกลับออกไปพร้อมความเชื่อมั่นที่ทรุดตัว

หากปัจจัยลบมาบรรจบจนตลาดสูญเสียเสถียรภาพและอุปสงค์หดตัวกลับสู่ความต้องการซื้อที่แท้จริง ผู้ประกอบการและผู้บริโภคบางรายที่ลงทุนหรือเก็งกำไรเกินความพอดี ก็ต้องพร้อมรับสภาพความเป็นจริง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท