
คุมเงินร้อน
หลังจาก กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง อาศัยอำนาจกระทรวงแก้ไขร่างประกาศกระทรวงการคลังเพื่อกำกับดูแลเงินทุนไหลเข้าออก โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาไปเมื่อวันที่ 29 พ.ค. 2556
หลังจาก กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง อาศัยอำนาจกระทรวงแก้ไขร่างประกาศกระทรวงการคลังเพื่อกำกับดูแลเงินทุนไหลเข้าออก โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาไปเมื่อวันที่ 29 พ.ค. 2556
วันที่ 3 มิ.ย.ที่ผ่านมา กระทรวงการคลังก็ได้ออกประกาศหลักเกณฑ์เพื่อให้นิติบุคคลและบุคคลไทยสามารถลงทุนในต่างประเทศได้มากขึ้น และให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีเครื่องมือในการดูแลเงินทุนไหลเข้าได้อย่างเหมาะสม
สาระสำคัญของประกาศดังกล่าว คือ
1.ให้อำนาจ ธปท. พิจารณาออกมาตรการดูแลเงินทุนไหลเข้า เช่น การเปิดเผยตัวตนของนักลงทุน การกำหนดระยะเวลาการถือครองตราสารหนี้
นอกจากนี้ สามารถกำหนดนักลงทุนให้ต้องทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงมาตรการที่มีความเหมาะสมอื่นๆ ในอนาคต เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมและเป็นเครื่องมือให้กับ ธปท.ดูแลเงินทุนไหลเข้าอย่างเหมาะสม
อย่างไรก็ดี ก่อนที่ ธปท.จะนำมาตรการใดออกมาใช้นั้น จะต้องได้รับความเห็นชอบจาก รมว.คลัง อีกครั้งหนึ่งก่อน เพื่อความรอบคอบ
2.ผ่อนคลายหลักเกณฑ์การโอนเงินออกนอกประเทศ โดยผ่อนผันให้บุคคลธรรมดาลงทุนโดยตรงในกิจการที่ต่างประเทศได้ไม่จำกัดจำนวนเช่นเดียวกับนิติบุคคล ทั้งการลงทุนในรูปหุ้นทุนและให้กู้ยืม
3.ผ่อนผันวงเงินการลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศ โดยผู้ลงทุนสถาบันลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศและอนุพันธ์ รวมทั้งตราสารสกุลเงินตราต่างประเทศที่ออกขายในประเทศตามที่กำหนดได้ไม่จำกัดจำนวน
4.ผู้ลงทุนสถาบันที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. ยังต้องขอจัดสรรวงเงินลงทุนจาก ก.ล.ต.ซึ่งจะจัดสรรจากวงเงินที่ ธปท.อนุมัติ 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ
5.บุคคลรายย่อยลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศและอนุพันธ์ได้เต็มที่ไม่เกิน 1 ล้านเหรียญสหรัฐ
รัฐบาลทำแล้วนะ...







