
มั่นใจแบงก์ลดดอกกู้กิตติรัตน์อุ้มเงินฝาก
“กิตติรัตน์” ระบุ สถาบันการเงินจะปรับดอกเบี้ยลงตาม กนง. ในเร็วๆ นี้ ตีขลุมดอกเบี้ยฝากไม่ลงแน่
“กิตติรัตน์” ระบุ สถาบันการเงินจะปรับดอกเบี้ยลงตาม กนง. ในเร็วๆ นี้ ตีขลุมดอกเบี้ยฝากไม่ลงแน่
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เปิดเผยถึงกรณีมีกระแสข่าวว่าสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงตามอัตราดอกเบี้ยนโยบาย จึงทำให้ธนาคารพาณิชย์ไม่สามารถปรับลดดอกเบี้ยได้ ว่า ถือเป็นเรื่องปกติที่ธนาคารพาณิชย์จะต้องใช้ระยะเวลาในการพิจารณาเพื่อปรับลดอัตราดอกเบี้ยให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ซึ่งคงไม่ใช่สถาบันการเงินของรัฐเพียงอย่างเดียว
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าในเร็วๆ นี้ จะเห็นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของสถาบันการเงินต่างๆ ปรับตัวลดลงบ้าง แต่ในส่วนของเงินฝากนั้นเชื่อว่าจะได้รับการดูแลจากธนาคารไม่ปรับลดลงเพื่อดูแลการออมของประเทศ ขณะที่ภาครัฐจะออกพันธบัตรรัฐบาลเพื่อส่งเสริมการออมของประเทศให้มากขึ้น
นายเมธี สุภาพงษ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า เริ่มเห็นสัญญาณการลงทุนเก็งกำไรภาคอสังหาริมทรัพย์บ้างแล้ว แต่ยังไม่น่าวิตกกังวล ซึ่ง ธปท.จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ความต้องการอสังหาริมทรัพย์ในเขต กทม. และปริมณฑลชะลอตัว โดยจำนวนที่อยู่อาศัยเดือน เม.ย.นี้ ได้รับอนุมัติสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์ 6,011 หน่วย ลดลงจากเดือน มี.ค. เนื่องจากธนาคารพาณิชย์เริ่มระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น
ขณะที่ผู้ประกอบการเริ่มเปิดโครงการใหม่มากขึ้น โดยโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบมีแนวโน้มกลับมาเปิดขายมากขึ้น ส่วนอาคารชุดเริ่มชะลอตัวลงหลังเร่งเปิดขายช่วงปลายไตรมาสที่ผ่านมา ประกอบกับผู้ประกอบการประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานและเริ่มหาที่ดิน สำหรับพัฒนาโครงการอาคารชุดได้ยาก โดยเฉพาะทำเลตามแนวรถไฟฟ้า
ด้านดัชนีราคาที่อยู่อาศัยในเขต กทม. และปริมณฑล พบว่า ดัชนีราคาที่ดิน ราคาบ้านเดี่ยวพร้อมที่ดิน และราคาทาวน์เฮาส์พร้อมที่ดินเดือน เม.ย.ปรับลดลง ขณะที่ดัชนีราคาอาคารชุดปรับเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
นายคณิศ แสงสุพรรณ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง กล่าวว่า แนวโน้มเศรษฐกิจของไทยในไตรมาส 3-4 ของปีนี้ จะได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ซึ่งจะกระทบต่อการส่งออกสินค้าของไทยโดยตรง โดยตลาดสำคัญอย่างสหรัฐและยุโรปยังไม่เห็นสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน







