
จับทิศอุตฯอินเทอร์เน็ตเมื่อไทยสู่ยุคโพสต์-พีซี
อุตสาหกรรมอินเทอร์เน็ต กลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือชี้วัดการพัฒนาในหลายมิติ ดังนั้นการวางทิศทางอินเทอร์เน็ตไทย จึงเป็นส่วนสำคัญต่อทั้งภาคเศรษฐกิจและสังคม
อุตสาหกรรมอินเทอร์เน็ต กลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือชี้วัดการพัฒนาในหลายมิติ ดังนั้นการวางทิศทางอินเทอร์เน็ตไทย จึงเป็นส่วนสำคัญต่อทั้งภาคเศรษฐกิจและสังคม
ทวีศักดิ์ กออนันตกูล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช. หนึ่งในนักวิทยาศาสตร์ที่บุกเบิกการใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย กล่าวว่า โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคหลังจากคอมพิวเตอร์ หรือโพสต์พีซีอีรา นั่นคือมีการใช้สมาร์ตโฟนและแท็บเล็ตกันมากขึ้น อินเทอร์เน็ตจะทวีความสำคัญมากขึ้นและอยู่กับผู้ใช้ตลอด 24 ชั่วโมง ข้อมูลจะเดินทางไปกับเราทุกที่ นั่นคือ คลาวด์และบิ๊กดาต้าที่เกิดขึ้น ระบบค้นหาจะกลายเป็นหัวใจ และธุรกิจแอพพลิเคชันจะบูมมากขึ้น ทั้งหมดคือสิ่งที่กำลังเกิดและเด่นชัดขึ้นทุกขณะ
“การมีอินเทอร์เน็ต ทำให้โอกาสเปิดกว้าง และนั่นหมายถึงตลาดที่กว้างระดับโลก ธุรกิจต่างๆ ไม่ต้องลดต้นทุนก็ได้ ใช้ต้นทุนที่มีได้อย่างเต็มที่ แต่ต้องใช้อินเทอร์เน็ตขยายตลาดให้กว้างที่สุด ลูกค้ามากขึ้น ทำรายได้มากขึ้น ปัจจัยหลักคืออินเทอร์เน็ตต้องดี ซึ่ง 10 ปีแรกของอินเทอร์เน็ตไทยไปได้เร็วมาก แต่ 10 ปีหลังที่ผ่านมา ถือว่าช้าเกินไป” ทวีศักดิ์ กล่าว
นอกจากการเร่งวางโครงข่ายให้บริการอินเทอร์เน็ตให้ครอบคลุมและมีความเร็วสูงขึ้น ทั้งแบบมีสายและไร้สายแล้ว ปัจจัยเสริมที่สำคัญคือการส่งเสริมให้เกิดการใช้งาน โดยเฉพาะกฎหมาย ทั้งกฎหมายเกี่ยวกับธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ อีคอมเมิร์ซ ที่ยังไม่คืบหน้าเท่าที่ควร และกฎหมายความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ที่มีปัญหาวิธีบังคับใช้กฎหมายและบุคลากรที่ยังไม่เพียงพอ นี่คือสิ่งที่รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการ
อนันต์ แก้วร่วมวงศ์ นายกสมาคมผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตไทย กล่าวว่า การให้บริการอินเทอร์เน็ตทั่วไปของไทย ถูกครองตลาดโดยผู้ให้บริการโทรคมนาคมใหญ่ 3 รายคือ ทรู, 3บีบี และทีโอที โดยให้บริการประมาณ 5 ล้านครัวเรือน จากทั้งหมดกว่า 22 ล้านครัวเรือน ถือว่าน้อย แม้จะมีบริการ 3จี อินเทอร์เน็ตไร้สายมาเสริม แต่ก็ต้องเร่งกระจายการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตมากกว่านี้ ปัจจัยหนึ่งคือราคา 600 บาทต่อเดือนสูงเกินไป ต้องลดราคาเป็นทางเลือกให้ประชาชน หน่วยงานที่ดูแลต้องเข้ามาวางหลักเกณฑ์ เพราะกลไกตลาดไม่มีอยู่จริง การแข่งจึงยังไม่ทำให้ราคาลดลง
“ตลาดแข่งขันไม่มีคำว่าเสรีและเป็นธรรม ผู้ให้บริการรายใหญ่ขอใบอนุญาตได้ทุกรูปแบบก็ต้องกินรวบไป ต่างประเทศอาจกำหนดว่ารายใหญ่ห้ามให้บริการอะไรบางอย่าง แต่ประเทศไทยกำหนดไว้แบบนี้ ก็ต้องดูว่าหน่วยงานกำกับดูแลสามารถทำอะไรได้บ้าง เช่น จะวางหลักเกณฑ์ให้ราคาลดจาก 600 บาทต่อเดือนได้หรือไม่ หรือต้องปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาดที่ไม่มีอยู่จริง” อนันต์ กล่าว
ขณะที่การอยู่รอดของธุรกิจผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต หรือ ไอเอสพี นั้น มีทางเดียวคือต้องเปลี่ยนธุรกิจ เพราะไม่สามารถแข่งขันกับรายใหญ่ได้เลย เช่น เปลี่ยนไปให้บริการไอซีทีโซลูชั่นส์ ให้บริการเฉพาะทาง หรือเปลี่ยนไปทำธุรกิจอื่น ซึ่งหากพิจารณาจากจำนวนไอเอสพีเดิม เหลืออยู่น้อยมากเมื่อเทียบจากจำนวนผู้รับใบอนุญาตไอเอสพีทั้งหมดกว่า 100 ราย
สำหรับทิศทางการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านอินเทอร์เน็ตของภูมิภาคอาเซียน โดยศักยภาพสามารถเป็นได้ เงินลงทุนใช้มากกว่าหลักพันล้านบาทอยู่แล้ว แต่สิ่งสำคัญกว่าเงินคือ ทิศทางนโยบายที่ชัดเจน เช่น เกาหลีกำหนดเป็นประเทศที่มีโครงข่ายไฟเบอร์อันดับ 1 ของโลก สิงคโปร์ต้องให้บริการบรอดแบนด์ไวไฟได้ทั้งเกาะ แล้วประเทศไทยต้องการอะไร มีแผนการลงทุนมารองรับหรือไม่ ถ้ารัฐเดินหน้าเรื่องนี้ เอกชนพร้อมสนองตอบทันทีอยู่แล้ว
ดวงทิพย์ โฉมปรางค์ ผู้บริหารอินเทอร์เน็ตโซไซตี้ประเทศไทย หรือ ไอซ็อค กล่าวว่า การส่งเสริมให้เกิดเศรษฐกิจดิจิตอล ต้องเตรียมความพร้อมทั้งโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ต และเตรียมด้านแนวทางเศรษฐกิจสร้างสรรค์ด้วย ซึ่งประเทศไทยมีเรื่องสร้างสรรค์อยู่มาก แต่การเตรียมพร้อมเรื่องดิจิตอลอยู่ในระดับต่ำมาก เทียบกับสิงคโปร์ที่เตรียมพร้อมเรื่องดิจิตอลอันดับ 2 ของโลก แต่ขาดแคลนความคิดสร้างสรรค์ ดังนั้นการจัดงาน ไอเน็ต แบงค็อก 2013 จะมีส่วนช่วยสร้างการรับรู้และนำไปสู่การเตรียมพร้อมได้มากขึ้น
ส่วนต่อมาคือ การผลักดันธุรกิจสู่การเป็น ธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ หรือ อีบิสิเนส ไม่ใช่ อีคอมเมิร์ซ นั่นคือต้องมีการใช้งานไอทีและอินเทอร์เน็ตในระดับเข้มข้นมากขึ้น ตั้งแต่การบริหารจัดการภายใน จนไปถึงลูกค้า เพื่อสร้างประสิทธิภาพและความคล่องตัว เพราะปัจจุบันเพียง อีคอมเมิร์ซไม่เพียงพออีกแล้ว
“ไอเน็ต แบงค็อก 2013 เป็นงานระดับภูมิภาค ที่จะแสดงศักยภาพของประเทศไทยเพื่อก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางด้านอินเทอร์เน็ตในระดับภูมิภาคนี้ ซึ่งจะดึงดูดธุรกิจการลงทุนอื่นๆ อีกมากเข้ามาในประเทศ เดิมเคยจะดึงงานนี้มาจัดในไทยเมื่อสิบปีก่อนแต่ไม่สำเร็จ วันนี้สามารถทำได้แล้ว และจะเป็นก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมอินเทอร์เน็ตไทย” ดวงทิพย์ กล่าว







