
วอเตอริง โฮล
เมื่อเทคโนโลยี และช่องทางการสื่อสารผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ได้กลายมาเป็นเครื่องมือสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการยุคใหม่ ขณะเดียวกันก็มาพร้อมกับภัยคุกคามบนอินเทอร์เน็ต ที่ขยายตัวลุกลามเพิ่มขึ้นไปด้วยเช่นกัน
เมื่อเทคโนโลยี และช่องทางการสื่อสารผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ได้กลายมาเป็นเครื่องมือสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการยุคใหม่ ขณะเดียวกันก็มาพร้อมกับภัยคุกคามบนอินเทอร์เน็ต ที่ขยายตัวลุกลามเพิ่มขึ้นไปด้วยเช่นกัน
เมื่อเร็วๆ นี้ ไซแมนเทค คอร์ป ผู้ให้บริการจัดหาโซลูชันด้านการรักษาความปลอดภัยรายใหญ่ของโลก เปิดเผยแนวโน้มภัยคุกคามด้านความปลอดภัยบนอินเทอร์เน็ต (Internet Security Threat Report) โดยระบุว่า การโจมตีแบบเจาะกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ เพิ่มขึ้น 42% ในปี 2555 เทียบกับปีก่อนหน้า
ขณะที่การโจมตีเพื่อจารกรรมข้อมูลนี้เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะในภาคส่วนการผลิต รวมถึงธุรกิจขนาดเล็ก ก็ตกเป็นเป้าหมายการโจมตีมากที่สุดถึง 31%
เนื่องจากเป็นเป้าหมายที่น่าสนใจ และเป็นช่องทางสำหรับการเข้าถึงบริษัทขนาดใหญ่อีกทอดหนึ่งโดยอาศัยเทคนิค “Watering Hole”
นอกจากนี้ ผู้บริโภคยังคงมีความเสี่ยงต่อ Ransomware และภัยคุกคามบนอุปกรณ์พกพา โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนแพลตฟอร์มแอนดรอยด์ (Android)
รายงานดังกล่าวยังระบุอีกว่า อาชญากรไซเบอร์ยังคงเดินหน้าอย่างไม่หยุด โดยมีการพัฒนาแนวทางใหม่ๆ ในการโจรกรรมข้อมูลที่มีมูลค่าจากองค์กรทุกขนาด
จากความล้ำหน้าที่เพิ่มมากขึ้นของการโจมตี ประกอบกับความซับซ้อนของระบบไอทีที่ใช้งานเพิ่มขึ้นในปัจจุบัน เช่น ระบบเวอร์ชวลไลเซชัน ระบบโมบิลิตี และระบบคลาวด์
ด้วยเหตุนี้ องค์กรธุรกิจจึงจำเป็นที่จะต้องเตรียมพร้อมรับมือและดำเนินมาตรการ “ป้องกันเชิงรุก” เพื่อต่อสู้กับภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
อิริค โฮ รองประธานประจำภูมิภาคเอเชียใต้ บริษัท ไซแมนเทค คอร์ปอเรชัน ได้ย้ำถึงสถานการณ์ภัยคุกคามบนอินเทอร์เน็ตในประเทศไทยจะมีลักษณะค่อนข้างคงที่ (ครองอันดับที่ 30 ในปี 2554 และ 2555 ตามลำดับ) แต่ภัยคุกคามทางออนไลน์กลับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจเอสเอ็มอี ซึ่งตกเป็นเป้าหมายการโจมตีมาก กว่าองค์กรขนาดใหญ่
“ทั้งนี้ อาชญากรไซเบอร์มีความสนใจเพิ่มมากขึ้นในธุรกิจเอสเอ็มอีเหล่านี้ สำหรับในประเทศไทย พบว่ามีแนวโน้มทำนองเดียวกันนี้ โดย 64.61% ขององค์กรธุรกิจที่มีพนักงานน้อยกว่า 250 คน ถูกโจมตีด้วยสแปม”
ดังนั้น ธุรกิจเอสเอ็มอีจำเป็นที่จะต้องตระหนักว่าตนเองตกเป็นเป้าหมายการโจมตี และควรปรับใช้แนวทางการรักษาความปลอดภัยที่ดีที่สุดเพื่อปกป้องสินทรัพย์ข้อมูลของตนเองเช่นกัน
ทั้งนี้ ในปี 2555 มีการโจมตีผ่านเว็บไซต์เพิ่มขึ้น 30% ซึ่งโดยส่วนมากแล้วจะเริ่มต้นจากเว็บไซต์ของธุรกิจขนาดเล็กที่ถูกเจาะระบบ เว็บไซต์เหล่านี้ถูกใช้เป็นช่องทางสำหรับการโจมตีทางไซเบอร์อย่างกว้างขวาง
รวมไปถึงการโจมตีแบบ “Watering Hole” ซึ่งผู้โจมตีจะฝังโค้ดอันตรายไว้บนเว็บไซต์ เช่น บล็อก หรือเว็บไซต์ของธุรกิจขนาดเล็ก ที่เหยื่อมักจะเข้ามาเยี่ยมชม และเมื่อเหยื่อเข้าไปที่เว็บไซต์ดังกล่าว มัลแวร์ก็จะถูกติดตั้งบนคอมพิวเตอร์ของเหยื่ออย่างเงียบๆ
โดย Elderwood Gang เป็นผู้บุกเบิกวิธีการโจมตีนี้ และในปี 2555 มีองค์กรกว่า 500 แห่งที่ตกเป็นเหยื่อของการโจมตีด้วยมัลแวร์ลักษณะนี้ภายในวันเดียว
ขณะที่ผู้โจมตีจะใช้ประโยชน์จากจุดอ่อนในระบบรักษาความปลอดภัยที่หละหลวมขององค์กรแห่งหนึ่งเพื่อเจาะผ่านระบบรักษาความปลอดภัยที่แข็งแกร่งของอีกองค์กรหนึ่ง
แนวโน้มภัยคุกคามผ่านอินเทอร์เน็ตรูปแบบใหม่ดังกล่าว ถือเป็นเรื่องใกล้ตัวสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจรายย่อย หรือเอสเอ็มอีไทยต้องวางแผนป้องกัน และรับมือด้วยเช่นกัน







