posttoday
สัมผัสฟิลิปปินส์

สัมผัสฟิลิปปินส์

03 มิถุนายน 2556

เมื่อปลายเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา มีโอกาสไปดูงานที่ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการอบรมเสริมสร้างความรู้เรื่องการเป็นประชาคมอาเซียนในปี 2558 จัดโดยสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ด้วยการสนับสนุนของบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ ซึ่งถือว่ามีประโยชน์มาก มีโอกาสได้พบกับตัวแทนภาครัฐและเอกชนของฟิลิปปินส์และไทย รวมถึงสื่อมวลชนชาวตากาล็อก ได้เห็นและสัมผัสความเป็นฟิลิปปินส์ (บางส่วน) ด้วย

เมื่อปลายเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา มีโอกาสไปดูงานที่ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการอบรมเสริมสร้างความรู้เรื่องการเป็นประชาคมอาเซียนในปี 2558 จัดโดยสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ด้วยการสนับสนุนของบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ ซึ่งถือว่ามีประโยชน์มาก มีโอกาสได้พบกับตัวแทนภาครัฐและเอกชนของฟิลิปปินส์และไทย รวมถึงสื่อมวลชนชาวตากาล็อก ได้เห็นและสัมผัสความเป็นฟิลิปปินส์ (บางส่วน) ด้วย

การไปเยือนฟิลิปปินส์ครั้งแรกครั้งนี้ ทำให้เห็นว่า ทุกภาคส่วนของที่นั่นกำลังพยายามเต็มที่ที่จะผลักดันให้ประเทศพัฒนาไปข้างหน้าได้ หลังจากตกหล่ม ตกขบวนประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคไปหลายปี เพราะปัญหาคอร์รัปชันอันหนักหน่วงโดยเฉพาะจากนักการเมือง ที่ตั้งหน้าตั้งตากอบโกยเพื่อผลประโยชน์ของพวกพ้องเพียงเท่านั้น

การเมืองของฟิลิปปินส์ก็คล้ายๆ กับเมืองไทย และอีกหลายประเทศในภูมิภาคนี้ ที่แต่ละพื้นที่ก็มีเจ้าถิ่นตระกูลใหญ่คุมอยู่ เรียกว่า หากใครอยากเข้าไปทำธุรกิจในเขตไหนแล้วอยากให้ทุกอย่างลื่นปรื๊ด ก็ต้องรู้ว่าจะต้องติดต่อคนกลุ่มไหน อย่างไร

ส่วนการเมืองระดับประเทศนั้นก็ไม่ต่างกับไทยเท่าไหร่นัก เพราะอำนาจก็ยังวนเวียนผลัดมืออยู่กับคนไม่กี่ตระกูล ผู้นำประเทศของฟิลิปปินส์คนปัจจุบันก็เป็นทายาทของนางคอราซอน อาควิโน ประธานาธิบดีคนที่ 11 ของประเทศ ซึ่งเป็นประธานาธิบดีหญิงคนแรกของทั้งฟิลิปปินส์และทวีปเอเชีย

ดิฉันได้ลองถามความเห็นของนักข่าวสาวฟิลิปิโนถึงประธานาธิบดีคนปัจจุบัน เบนิญโญ อาควิโน ว่าเป็นอย่างไรบ้าง เธอก็บอกว่า ดีกว่าสมัยก่อนมาก รู้สึกว่าตั้งใจพัฒนาประเทศอย่างจริงจัง และคอร์รัปชันน้อยกว่ายุคที่ผ่านมา

ขณะที่นักข่าวหนุ่มอีกคนบอกว่า รัฐบาลชุดนี้ตั้งใจแก้ปัญหาคอร์รัปชันก็จริง แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นเน้นปราบปรามฝ่ายตรงข้ามมากกว่า ส่วนพวกเดียวกันก็ยังพัวพันกับเรื่องนี้อยู่บ้าง

พูดถึงเรื่องคอร์รัปชัน ผู้รู้บอกว่าชื่อเสียด้านนี้ทำให้บรรดานักลงทุนต่างชาติเข็ดขยาดฟิลิปปินส์มากพอสมควร ทำให้มาถึงตอนนี้รัฐบาลยังไม่สามารถหาพันธมิตรเอกชนมาร่วมลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐานได้ตามเป้าที่วางไว้ โดยทั้งหมดมีมากถึง 80 โครงการเลยทีเดียว ทั้งถนนหนทาง สนามบิน และสาธารณูปโภคอื่นๆ ซึ่งหากทำได้สำเร็จ ดิฉันก็เชื่อว่าจะทำให้ฟิลิปปินส์ก้าวหน้าได้ไปอีกหลายขั้น

เพราะอย่างที่รู้กันว่าในอดีตนั้นฟิลิปปินส์ถือเป็นประเทศแถวหน้าของภูมิภาคนี้ เป็นประเทศแรกที่มีรถไฟฟ้าใช้ แต่ก็ไม่ได้มีการพัฒนา ขยายเส้นทางเพิ่มเติมเลยนับตั้งแต่เปิดให้บริการครั้งแรก

เรื่องการศึกษาก็เคยโดดเด่นมาก สมัยก่อนคนไทยนิยมส่งลูกหลานไปฝึกปรือภาษาอังกฤษที่ฟิลิปปินส์ ก่อนบินต่อไปเรียนยุโรป หรืออเมริกา บ้างก็ส่งไปเรียนหมอ วิศวะ แต่ปัจจุบันจำนวนคนไทยที่ไปเรียนฟิลิปปินส์ลดน้อยลงมาก และบางครั้งก็มีปัญหาเกี่ยวกับคุณวุฒิ ที่ ก.พ. ไม่รับรอง มหาวิทยาลัยบางแห่ง ทั้งๆ ที่เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ

ขณะที่เรื่องการลงทุน เจ้าหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ของฟิลิปปินส์ เล่าว่า ก่อนที่ไทยจะตั้งบีโอไอ เคยไปศึกษาดูงานและฝึกอบรมที่ฟิลิปปินส์ แต่ตอนนี้รู้สึกว่าไทยจะก้าวล้ำไปมาก

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางปัญหาต่างๆ ที่รุมเร้าประเทศในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา ฟิลิปปินส์ก็ยังมี “ทรัพยากรมนุษย์” ที่ส่วนใหญ่อยู่ในวัยทำงาน แถมยังพูดภาษาอังกฤษกันคล่องปร๋อ เห็นได้จากการไปเยี่ยมออฟฟิศหลายแห่งที่นั่น มีแต่คนหนุ่มคนสาวทำงานอยู่ทั้งนั้น ซึ่งน่าจะเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนให้ประเทศก้าวไปอยู่ในแถวหน้าของภูมิภาคได้อีกครั้ง

เห็นฟิลิปปินส์แล้ว ต้องบอกเลยว่า นี่คือบทเรียนชั้นดีสำหรับเมืองไทยจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นขาขึ้นหรือขาลง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท