posttoday
ลดดอกเบี้ย...ไม่ระคายผิวแบงก์

ลดดอกเบี้ย...ไม่ระคายผิวแบงก์

03 มิถุนายน 2556

นักวิเคราะห์คาดดอกเบี้ยขาลงกระทบภาพรวมรายได้ดอกเบี้ยสุทธิธนาคารพาณิชย์แค่ 0.021% “กรุงไทย” โดนหนักสุด 0.044% ขณะที่“ทิสโก้” กลับได้ส่วนต่างดอกเบี้ยเพิ่ม 0.079%

นักวิเคราะห์คาดดอกเบี้ยขาลงกระทบภาพรวมรายได้ดอกเบี้ยสุทธิธนาคารพาณิชย์แค่ 0.021% “กรุงไทย” โดนหนักสุด 0.044% ขณะที่“ทิสโก้” กลับได้ส่วนต่างดอกเบี้ยเพิ่ม 0.079%

วรพล วิรุฬห์ศรี นักวิเคราะห์กลุ่มธุรกิจธนาคารพาณิชย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ประเมินว่า การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อวันที่ 29 พ.ค.ที่ผ่านมา จะมีผลกระทบต่อส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ไม่มาก โดยคาดว่าจะทำให้ภาพรวมส่วนต่างดอกเบี้ยของกลุ่มธนาคารปรับตัวลดลงเพียง 0.021% ภายใต้สมมติฐานที่ธนาคารพาณิชย์ปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้น้อยกว่าเงินฝาก เพื่อรักษาส่วนต่างดอกเบี้ยในการทำกำไร

“แม้ดอกเบี้ยนโยบายจะเป็นขาลง แต่เรามองว่าจะไม่กระทบแบงก์มากนัก เพราะเป็นไปได้ที่ธนาคารจะไม่ลดตาม หรือถ้าลดก็คงลดดอกเบี้ยเงินฝากมากกว่ากู้เพื่อรักษามาร์จิน โดยลดเงินฝาก 0.25% และอาจจะปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ลงมาแค่ 0.125% ส่วนผลกระทบในส่วนอินเตอร์แบงก์ที่อาจทำให้รายได้ลดลงก็ไม่ได้มากมายอะไร” วรพล ประเมิน

บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง วิเคราะห์ว่า ธนาคารที่จะได้รับผลกระทบในแง่ลบต่อกำไรสุทธิมากที่สุด คือ ธนาคารทหารไทย ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารกรุงศรีอยุธยา ตามลำดับ จากฐานการปล่อยสินเชื่อที่มีขนาดใหญ่

อย่างไรก็ตาม ผลกระทบโดยรวมจะไม่ถึง 1% ของประมาณการกำไรทั้งปี โดยธนาคารกรุงไทยจะได้รับผลกระทบในแง่ส่วนต่างดอกเบี้ยมากที่สุดที่ 0.044%

ขณะที่กลุ่มธนาคารขนาดเล็กที่ทำธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อเป็นหลัก เช่น ธนาคารทิสโก้ ธนาคารเกียรตินาคิน และธนาคารธนชาต จะได้ประโยชน์ในทางบวกจากส่วนต่างดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น

ธนาคารทิสโก้จะได้ประโยชน์ในแง่ส่วนต่างดอกเบี้ยมากที่สุดที่ +0.079%

บุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารทหารไทย กล่าวว่า เชื่อว่าทิศทางดอกเบี้ยที่เข้าสู่ขาลงจะไม่กระทบต่อรายได้รวมของธนาคารในปีนี้ เนื่องจากปัจจุบันธนาคารมีฐานรายได้ที่มาจากค่าธรรมเนียมอยู่ถึง 30% ของรายได้รวม

ขณะเดียวกัน ในปีนี้ธนาคารยังเน้นเติบโตสินเชื่อในกลุ่มที่ให้ผลตอบแทนสูง

นอกจากนี้ ในช่วงที่ผ่านมาธนาคารยังสามารถบริหารต้นทุนเงินฝากได้ดีจนอยู่ในระดับใกล้เคียงกับธนาคารขนาดใหญ่ จึงเชื่อว่าส่วนต่างดอกเบี้ยของธนาคารในปีนี้จะอยู่ที่ระดับไม่ต่ำกว่า 2.7% ได้ตามเป้าหมาย

บุญทักษ์ กล่าวอีกว่า ธนาคารยังคงตั้งเป้าเติบโตสินเชื่อในปีนี้ไว้ที่ 1015% แบ่งเป็นการเติบโตสินเชื่อรายย่อย 25% สินเชื่อเอสเอ็มอี 3540% และสินเชื่อรายใหญ่ 1015% โดยในส่วนสินเชื่อรายย่อยจะเน้นเติบโตในกลุ่มสินเชื่อไม่มีหลักประกัน 25% และสินเชื่อมีหลักประกัน 10%

ขณะที่สินเชื่อเอสเอ็มอีตั้งเป้าปล่อยวงเงินใหม่ให้ได้ 16% สำหรับสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่จะขยายตัวผ่านเครือข่ายซัพพลายเชน

กรรณิกา ชลิตอาภรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า การปรับลดดอกเบี้ยลงตาม กนง.โดยทันทีของธนาคารพาณิชย์ในภาวะปัจจุบันอาจไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่ายนัก เนื่องจากสินเชื่อทั้งระบบในช่วง 4 เดือนแรกมีการเติบโตขึ้นถึง 12% และน่าจะขยายตัวทั้งปีได้ไม่ต่ำกว่า 1012% ทำให้สภาพคล่องในระบบเริ่มตึงตัวจากการระดมเงินฝากผ่านแคมเปญพิเศษของธนาคาร

กรรณิกา กล่าวอีกว่า จากภาวะดังกล่าวธนาคารคงจะต้องปรับตัวด้วยการหันไปเติบโตสินเชื่อกลุ่มที่ให้ผลตอบแทนสูงมากขึ้น เช่น สินเชื่อรายย่อยและสินเชื่อเอสเอ็มอี ซึ่งถือเป็นนโยบายของธนาคารที่ต้องการลดสัดส่วนการปล่อยกู้ธุรกิจรายใหญ่และหันไปเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียม เพื่อรักษาส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิในปีนี้ไว้ที่ 3.13.2%

“ขณะนี้ต้นทุนเงินฝากแคมเปญพิเศษของแต่ละธนาคารสูงกว่า 3% แทบทั้งสิ้น หากลดดอกเบี้ยตามทันทีเงินกู้จะมีผลทันที ขณะที่เงินฝากยังต้องรอให้ครบดีล ทำให้ธนาคารอาจต้องใช้เวลาปรับตัวสักระยะหนึ่ง” นางกรรณิกา กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท