
รุมเฉ่งรัฐ White Lie ภาค2 ธปท. ส่งสัญญาณศก.ทรุด
ท่ามกลางความอกสั่นขวัญแขวนของประชาชนว่า เศรษฐกิจในปีนี้อาจจะแย่กว่าที่คิด
ท่ามกลางความอกสั่นขวัญแขวนของประชาชนว่า เศรษฐกิจในปีนี้อาจจะแย่กว่าที่คิด ก็เกิดเหตุที่ทำให้แถมข้าวของแพงขึ้นมาก ทำให้กำลังซื้อของประชาชนหดลงในพริบตา
นอกจากจะเรียกขวัญประชาชนกลับมาไม่ได้แล้ว ยังความเชื่อมั่นถูกบั่นทอนลงไปอีก เมื่อกระทรวงพาณิชย์จัดทำตัวเลขส่งออกเดือน เม.ย. ผิดพลาด โดยแถลงว่า การส่งออกขยายตัว 10.52% แต่ข้อเท็จจริงขยายตัวเพียง 2.89%
กระทรวงพาณิชย์โยนความผิดนี้กลับไปที่กรมศุลกากร ว่าเป็นคนทำข้อมูลส่งมาให้ ซึ่ง เบญจาหลุยเจริญ อธิบดีกรมศุลกากร ชี้แจงในครั้งแรกว่า เกิดจากระบบผิดพลาด มีการคำนวณการส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ไปฮ่องกงแบบดับเบิล ทำให้ยอดส่งออกสูงเกินจริง
แต่เมื่อกลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมา เบญจาออกมาชี้แจงอีกครั้ง โดยระบุว่า บริษัทเอกชนรายหนึ่งที่ทำธุรกิจสินค้าชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ นำส่งข้อมูลผิดพลาดมาให้ ทางกรมส่งข้อมูลไปให้กระทรวงพาณิชย์เมื่อวันที่ 15 พ.ค. แต่เมื่อวันที่ 20 พ.ค. ได้ตรวจสอบพบความผิดปกติของข้อมูลก็ได้เชิญบริษัทดังกล่าวมาชี้แจงและแก้ไขข้อมูล จึงได้ส่งเอกสารแก้ไขไปให้กระทรวงพาณิชย์อีกครั้ง
แม้จะกลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ เรื่องเศรษฐกิจที่ร้อนแรงที่สุดในช่วงนี้ แต่ กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ก็ยืนยันว่า เรื่องนี้ไม่ได้เกิดความเสียหายแต่อย่างใด เมื่อรู้ว่าตัวเลขไม่ถูกต้องก็ไม่ได้ซุกซ่อนหรือปิดบัง
“หน่วยงานต่างๆ จะไม่ใช้ตัวเลขรายเดือนไปพิจารณากำหนดนโยบายอะไร แต่เมื่อมีการพิจารณานโยบายสำคัญมักใช้ตัวเลขรายไตรมาสที่มีการกลั่นกรองครบถ้วนถูกต้อง” กิตติรัตน์ กล่าว
และความผิดพลาดครั้งนี้ทำให้กิตติรัตน์สบายใจขึ้น เนื่องจากทำให้ความเคลือบแคลงใจว่ารัฐบาลแต่งตัวเลขเศรษฐกิจเพื่อกดดันให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ลดดอกเบี้ยไม่เป็นความจริง
แม้ทางภาครัฐจะไม่เป็นห่วงอะไร แต่เรื่องนี้กลายเป็นทางฝั่งเอกชนไม่สบายใจแทนลดความเชื่อถือตัวเลขเศรษฐกิจของหน่วยงานรัฐลง
พรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล กรรมการรองเลขาธิการหอการค้าไทย กล่าวว่า ตัวเลขส่งออกเดือน เม.ย. ที่แถลงผิดพลาด จะส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของภาครัฐ เพราะตัวเลขส่งออกมีการแถลงผิดพลาดมา 2 ครั้งแล้ว โดยครั้งแรกในสมัย ยรรยง พวงราช เป็นปลัดกระทรวงพาณิชย์ มีการคำนวณอัตราแลกเปลี่ยนผิด ส่วนครั้งล่าสุดเกิดจากข้อมูลที่ผิดพลาดของกรมศุลกากร
“หากมีผิดครั้งที่สามก็คงไม่มีใครเชื่อถือตัวเลขที่รัฐแถลงออกมาอีกแล้ว ก่อนมีการแถลงตัวเลขส่งออกรัฐบาลควรจะตรวจสอบก่อน ตลาดไหนขยายสูงเกินความเป็นจริง ต้องไปเช็กข้อมูลให้ดีเสียก่อน” พรศิลป์ กล่าว
ทางด้าน ธนิต โสรัตน์ เลขาธิการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า นักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติใช้ข้อมูลของรัฐประกอบการตัดสินใจลงทุนทั้งสิ้น ข้อมูลสำคัญจึงไม่ควรจะมีข้อผิดพลาด และตัวเลขการส่งออกก็มีน้ำหนักต่อการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ค่อนข้างมาก
แม้ประเด็นเรื่องการทำข้อมูลเศรษฐกิจผิดจะคลายตัวลง แต่ปัญหาใหม่ที่กำลังจ่อคอหอยรัฐบาลก็คือ สัญญาณเศรษฐกิจชะลอตัว ที่เริ่มมีความชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ จากตัวเลขเศรษฐกิจรายเดือน 5 เดือนแรกติดต่อกันนั้น ตัวเลขการขาดดุลการค้า ดุลบัญชีเดินสะพัด และดุลการชำระเงิน ดูไม่สวย หากผสมไปกับการขาดดุลงบประมาณในปีนี้ที่เป็นงบประมาณขาดดุล 3 แสนล้านบาท
เมธี สุภาพงษ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจการเงิน ธปท. กล่าวว่า แม้หลายปัจจัยภาวะเศรษฐกิจในเดือน เม.ย.ที่ผ่านมาจะชะลอลงต่อเนื่องจากไตรมาสแรก เพราะการใช้จ่ายภาคเอกชนหดตัว และการส่งออกโดยรวมฟื้นตัวได้ช้า เพราะเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่แนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจในไตรมาส 2 ปีนี้ยังอยู่ในเกณฑ์ดี เนื่องจากยังมีปัจจัยในประเทศ“แนวโน้มเศรษฐกิจไตรมาส 2 ยังดี แม้จะเห็นแนวโน้มการชะลอลงของอุปสงค์ในประเทศบ้าง แต่ก็มีปัจจัยที่มารองรับสนับสนุนในประเทศอยู่ ไม่ว่าจะเป็น รายได้นอกภาคเกษตร การว่างงานที่ยังต่ำ ความเชื่อมั่นผู้บริโภคและนักลงทุนก็ยังดีอยู่ และในช่วงท้ายปีอาจจะได้การกระตุ้นจากโครงการลงทุนจากภาครัฐมาด้วยบ้าง แต่ถึงไม่มีโครงการลงทุนภาครัฐเป็นพิเศษเข้ามา เศรษฐกิจไทยก็ยังมีแนวโน้มขยายตัวได้ สินเชื่อก็ยังขยายตัวดี ประกอบกับนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมีการลดดอกเบี้ยลงก็น่าจะมีส่วนช่วยกระตุ้นการขยายตัวได้บ้าง อย่างน้อยๆก็ช่วยด้านความมั่นใจทางเศรษฐกิจ” นายเมธีกล่าว
นายเมธี กล่าวว่า ถ้าจะดูว่าภาวะเศรษฐกิจในไตรมาส 2 จะขยายตัวได้ในระดับดีกว่าไตรมาสแรกที่ผ่านมาหรือไม่นั้น ถ้าดูจากแนวโน้มก็ยังถือว่ามีแรงส่งที่ดีให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ต่อไป ส่วนการผ่านงบประมาณในปี 2557 ที่พึ่งจะผ่านสภาก็น่าจะมีส่วนในการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจเช่นกัน เนื่อจาการทำประมาณการณ์เศรษฐกิจของธปท.มีการมองไปข้างหน้าด้วย
สนับสนุนการเติบโตอยู่







