posttoday
สื่อสังคมในกัมพูชา

สื่อสังคมในกัมพูชา

31 พฤษภาคม 2556

ปฏิเสธไม่ได้ว่า เศรษฐกิจ “กัมพูชา” เติบโตอย่างรวดเร็วมากในระยะหลังๆ มานี้ ธุรกิจต่างชาติพากันเข้าไปลงทุนในประเทศนี้มากขึ้น

ปฏิเสธไม่ได้ว่า เศรษฐกิจ “กัมพูชา” เติบโตอย่างรวดเร็วมากในระยะหลังๆ มานี้ ธุรกิจต่างชาติพากันเข้าไปลงทุนในประเทศนี้มากขึ้น เพราะมองเห็นโอกาสที่ยังมีอยู่อีกมาก หลังติดหล่มสงครามมายาวนาน

โดยเฉพาะธุรกิจจากต่างประเทศที่เข้าไปตั้งโรงงานผลิตในกัมพูชา เพราะมีต้นทุนต่ำกว่าที่อื่นๆ รวมถึงค่าแรงที่ยังพอสู้ไหว ผิดกับหลายประเทศในอาเซียนที่ค่าแรงขยับสูงขึ้น

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ประเมินว่า ธุรกิจเสื้อผ้ามีสัดส่วนราว 75% ของสินค้าส่งออกทั้งหมดของกัมพูชา ที่มีมูลค่า 5,220 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2554 ค่าแรงราคาถูกในกัมพูชาทำให้บริษัทชาติตะวันตกนิยมมาตั้งฐานการผลิตที่นี่

แต่สิ่งที่มาพร้อมกับการพัฒนา หนีไม่พ้นปัญหาและความท้าทาย ยกตัวอย่างการประท้วงของคนงานหลายพันคนในโรงงานผลิตเสื้อผ้าให้กับแบรนด์ดังของสหรัฐ “ไนกี้” ที่จังหวัดกัมปงสปือ โดยอ้างว่าถูกกดค่าแรง และสภาพการทำงานที่ย่ำแย่ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าสลายการประท้วงดังกล่าวจนมีผู้บาดเจ็บหลายสิบคน

น่าสนใจว่า คนกัมพูชารุ่นใหม่รับรู้ข่าวคราวต่างๆ มากขึ้น ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ที่กำลังกลายเป็นเทรนด์สุดฮิต และอาจเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความเปลี่ยนแปลงในสังคมกัมพูชา

ปัจจุบัน ชาวกัมพูชาใช้เทคโนโลยีไร้สายและเข้าสู่โลกออนไลน์มากขึ้น โดยเฉพาะสื่อสังคมออนไลน์อย่างเฟซบุ๊ก เพราะทำให้ได้รับข้อมูลข่าวสารมากขึ้นอย่างที่ไม่เคยได้รู้มาก่อน

“ทิน ซาเวเตย์” นักศึกษามหาวิทยาลัย บอกว่า เธอได้รู้ข้อมูลข่าวสารผ่านโลกออนไลน์มากขึ้น ทำให้ได้รู้สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั่วโลก

ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี มองว่า สื่อสังคมออนไลน์จะเป็นเครื่องมือที่สำคัญที่ช่วยให้คนกัมพูชาสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกับคนในสังคมได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะในหมู่คนรุ่นใหม่

“เขียว อุดม” ผู้ประกอบการอินเทอร์เน็ต ให้ความเห็นว่า สื่อสังคมออนไลน์มีความสำคัญ หากถูกใช้อย่างเหมาะสมจะช่วยพัฒนาประเทศได้ ยกตัวอย่างการแบ่งปันข้อมูลที่มีประโยชน์สำหรับนักเรียน นักศึกษา และประชาชน จะทำให้ได้รู้วิสัยทัศน์ระยะยาว และกระตุกต่อมความคิด

ที่สำคัญ สื่อสังคมออนไลน์ยังกลายเป็นเครื่องมือใหม่สำหรับนักข่าวพลเมือง เพราะสามารถถ่ายวิดีโอเหตุการณ์ต่างๆ และโพสต์ไว้บนเว็บไซต์ยูทูบ และเฟซบุ๊ก ซึ่งทำให้คนอื่นๆ ได้รู้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้น ทั้งที่เป็นข่าวและไม่เป็นข่าว

ระยะหลังๆ มานี้ เริ่มมีประชาชนกัมพูชาทำหน้าที่นักข่าวพลเมืองกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นภาพเหตุการณ์ชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาล และเหตุการณ์ที่ตำรวจใช้ความรุนแรงกับกลุ่มผู้ชุมนุม

“ชาน สก เกียง” จากมหาวิทยาลัยนอร์ตัน ในกรุงพนมเปญ มองว่า สื่อสังคมออนไลน์ทำให้เกิดความเป็นไปได้ในการนำเสนอความคับข้องใจของคนรุ่นใหม่

ผิดกับเมื่อก่อนที่ยังไม่มีสื่อสังคมออนไลน์ คนรุ่นใหม่ๆ จึงไม่รู้ว่าจะระบายความคิดความรู้สึกได้ที่ไหน แต่ตอนนี้สื่อสมัยใหม่ทำให้พวกเขาแสดงออกถึงความคิดความเห็นในเรื่องต่างๆ รวมถึงประเด็นละเอียดอ่อนในสังคมที่ไม่เคยได้พูดถึงมาก่อน

นอกจากนี้ สื่อสังคมออนไลน์ยังช่วยให้แต่ละคนติดต่อกับเพื่อนนับพันคน เมื่อสามารถเชื่อมโยงคนได้มากขึ้น ก็หมายความว่าเราสามารถมีส่วนร่วมและได้รับข้อมูลข่าวสาร ยิ่งเข้าถึงโลกออนไลน์ได้มากเท่าไร ก็ยิ่งสร้างความเปลี่ยนแปลงได้มากเท่านั้น

แต่แม้การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางออนไลน์จะทำได้รวดเร็ว แต่ตอนนี้จำนวนผู้เข้าถึงยังไม่มากนัก อย่างจำนวนผู้ใช้เฟซบุ๊กในกัมพูชามีเพียง 5% ของจำนวนประชากรทั้งหมด

แม้เสียงยังไม่ดัง แต่อย่างน้อยก็เริ่มเห็นพัฒนาการเรื่องนี้แล้ว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท