posttoday
หอการค้าส่งดัชนีเอสเอ็มอี เอกซเรย์ธุรกิจไทย

หอการค้าส่งดัชนีเอสเอ็มอี เอกซเรย์ธุรกิจไทย

31 พฤษภาคม 2556

หอการค้าไทยร่วมกับศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้ร่วมกันจัดทำดัชนีความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจเอสเอ็มอี

โดย...ชนิกา สุขสมจิตร

หอการค้าไทยร่วมกับศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้ร่วมกันจัดทำดัชนีความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจเอสเอ็มอี หรือ SMEs Competitiveness Index เป็นการจัดทำดัชนีตัวใหม่ในรอบ 50 ปีของหอการค้าไทย มีเป้าหมายสำคัญเพื่อต้องการให้มีเครื่องมือชี้วัดสถานการณ์ธุรกิจเอสเอ็มอีของประเทศไทย ซึ่งถือเป็นธุรกิจฐานรากในระบบเศรษฐกิจสามารถใช้ในการวิเคราะห์และประเมินสถานภาพของธุรกิจเอสเอ็มอี มีความสามารถเพียงพอที่จะแข่งขันและอยู่รอดในโลกของธุรกิจแค่ไหน

นอกจากนี้ ผลสำรวจยังระบุจุดอ่อนและปัจจัยเสี่ยงต่างๆ พร้อมทั้งข้อเสนอแนะแนวทางการปรับปรุงแก้ไขให้ธุรกิจเอสเอ็มอีมีความพร้อมที่จะแข่งขันและเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

สำหรับองค์ประกอบของการจัดทำดัชนีนั้น จะจัดทำดัชนีความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งเป็นการวิเคราะห์ธุรกิจเอสเอ็มอีในภาพรวมจะประกาศเป็นรายไตรมาส โดยข้อมูลดัชนีที่ได้มาจากการจำแนกการสำรวจจากค่าดัชนีอีก 3 รายการ ได้แก่ ดัชนีสุขภาพธุรกิจเอสเอ็มอี ดัชนีความสามารถในการทำธุรกิจ และดัชนีความยั่งยืนของธุรกิจเอสเอ็มอี

ขณะที่การวัดค่าดัชนีนั้น หากพบว่าดัชนีอยู่ในระดับสูงกว่า 50 แสดงว่าเอสเอ็มอีอยู่ในเกณฑ์ดีและมีแนวโน้มดีขึ้น ส่วนดัชนีที่มีค่าเท่ากับระดับ 50 อยู่ในระดับปานกลาง มีแนวโน้มทรงตัว และดัชนีที่ต่ำกว่า 50 อยู่ในเกณฑ์ที่แย่

อิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หอการค้าไทยมีนโยบายเข้ามาดูแลธุรกิจเอสเอ็มอีที่เป็นสมาชิกให้มีการพัฒนาศักยภาพมากขึ้น ดังนั้น การจัดทำดัชนีเอสเอ็มอีครั้งนี้ จึงคาดหวังจะทำให้รู้สถานภาพและความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจในปัจจุบัน โดยเฉพาะทำให้เข้าใจว่าธุรกิจเอสเอ็มอีในแต่ละภูมิภาค แต่ละประเภทธุรกิจและแต่ละขนาดธุรกิจมีความเข้มแข็ง และความเปราะบางเรื่องใดบ้าง

สำหรับดัชนีความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจเอสเอ็มอีครั้งแรก จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,106 ตัวอย่างทั่วประเทศ โดยดัชนีสุขภาพของธุรกิจจำแนกตามภูมิภาค พบว่า ภาคใต้อยู่ที่ระดับ 54.1 ต่ำสุดเมื่อเทียบกับภาคเหนืออยู่ที่ 60.6 ภาคกลางอยู่ที่ 67.1 ภาคตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ที่ 58.5 กทม.และปริมณฑล อยู่ที่ 67.2

นอกจากนี้ เมื่อจำแนกตามธุรกิจย่อยพบว่าธุรกิจที่เริ่มมีปัญหา ได้แก่ ธุรกิจสิ่งทอและแฟชั่น และธุรกิจค้าปลีก เนื่องจากปัจจัยลบในเรื่องสภาพคล่องและกำไรลดลง

สำหรับดัชนีด้านศักยภาพในการแข่งขัน พบว่าในระดับตำบลมีความสามารถในการทำธุรกิจและความยั่งยืนของธุรกิจต่ำกว่ากลุ่มอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด โดยดัชนีสุขภาพของธุรกิจอยู่ที่ระดับ 57.0 ดัชนีความสามารถในการทำธุรกิจอยู่ที่ 49.3 ในขณะที่ ดัชนีความยั่งยืนของธุรกิจอยู่ที่ระดับ 47.9 ส่งผลให้ค่าดัชนีความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจอยู่ที่ระดับ 51.4 ซึ่งเมื่อเทียบกับเอสเอ็มอีระดับอำเภอ/จังหวัด อยู่ที่ระดับ 60.0 ระดับประเทศอยู่ที่ 69.6 และระดับระหว่างประเทศอยู่ที่ 77.2

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดัชนีเอสเอ็มอีที่จัดทำขึ้น ครั้งนี้น่าจะเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่เหมือนกระจกสะท้อนการทำธุรกิจของตัวเอง เพื่อให้รับรู้ถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและสามารถปรับตัว และหาแนวทางในการรักษาฐานธุรกิจ ตลอดจนสร้างศักยภาพการแข่งขันให้มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท