
เตือนเสี่ยงน้ำตาลขาดตลาด
ชงเพิ่มน้ำตาลโควตา ก. ขายในประเทศอีก 2 แสนตัน เหตุบริโภคที่สูงขึ้น อาจเสี่ยงน้ำตาลขาดตลาด
ชงเพิ่มน้ำตาลโควตา ก. ขายในประเทศอีก 2 แสนตัน เหตุบริโภคที่สูงขึ้น อาจเสี่ยงน้ำตาลขาดตลาด
นายสมศักดิ์ สุวัฒิกะ เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) เปิดเผยว่า เดือน มิ.ย.นี้ สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) จะเสนอให้คณะกรรมการน้ำตาลทราย (กน.) เพิ่มโควตาน้ำตาลทรายที่ผลิตเพื่อบริโภคในประเทศ หรือน้ำตาลทรายโควตา ก.เพิ่มอีก 2 แสนตัน หรือ 2 ล้านกระสอบจากปัจจุบัน 2.5 ล้านตัน หรือ 25 ล้านกระสอบ เมื่อผ่านความเห็น กน.แล้วจะส่งให้คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) อนุมัติต่อไป
การพิจารณาเพิ่มดังกล่าว เนื่องมาจากปริมาณน้ำตาลในระบบลดลงมากจนมีความเสี่ยงที่จะขาดตลาด เห็นได้จากน้ำตาลค้างกระดานในปัจจุบันที่เหลืออยู่ 8 แสนตัน เทียบกับช่วงเดียวกันของทุกปีจะอยู่ที่ประมาณ 2 ล้านตัน โดยปัจจัยหลักที่ทำให้มีการบริโภคน้ำตาลในประเทศเพิ่มขึ้นมาก เนื่องจากมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้ำหวาน เช่น ชาเขียวที่สูงมาก และการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมผลไม้กระป๋อง
“ตอนนี้น้ำตาลในตลาดเริ่มตึงตัวแต่ราคายังเท่าเดิมเนื่องจากเป็นสินค้าควบคุม แต่ราคาใต้ดินคงขึ้นกันไปแล้ว ซึ่งในภาคอุตสาหกรรมเองก็พบว่ามีการไล่ซื้อเก็บในสต๊อก ซึ่งถ้าปล่อยไว้ในที่สุดราคาจะขึ้น จึงต้องเพิ่มปริมาณโควตา ก.ขึ้น ซึ่งการเพิ่มโควตาน้ำตาลขายในประเทศแล้วจะทำให้โควตาสำหรับส่งออกจะปรับตัวลดลงจากปัจจุบันที่ 7.2 ล้านตัน” นายสมศักดิ์ กล่าว
ทั้งนี้ ฤดูกาลผลิต 2555/2556 ประเทศไทยมีผลผลิตมากกว่า 100 ล้านตันอ้อย และมีผลผลิตน้ำตาล 10.8 ล้านตัน มีสัดส่วนการส่งออก 7 ล้านตัน เป็นอันดับ 2 ของโลก โดยตลาดหลักๆ อยู่ในเอเชียที่ 63% มูลค่าการส่งออก 6,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 1.8 แสนล้านบาท
สำหรับฤดูกาลปี 2556/2557 ที่กำลังจะมาถึงนี้ คาดการณ์ว่าผลผลิตอ้อยจะมากกว่า 100 ล้านตัน ที่ระดับความหวานเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 12 ซีซีเอส จากฤดูกาลผลิตปี 2555/2556 ที่ระดับความหวานเฉลี่ยที่ 11.6 ซีซีเอส โดย สอน.ได้ส่งเจ้าหน้าที่ออกสำรวจถึงสาเหตุที่ค่าความหวานในปี 2555/2556 ต่ำ ว่ามีสาเหตุมาจากอะไร เพื่อปรับแผนการเพาะปลูกในฤดูกาลผลิตปี 2556/2557 ให้ดีขึ้น คาดจะช่วยให้ได้ผลผลิต1112 ล้านตัน
ขณะที่ความคืบหน้าการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายซึ่งมีนางอรรชกา สีบุญเรือง รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานคณะทำงาน จะได้ข้อสรุปภายในเดือน มิ.ย.ก่อนฤดูกาลผลิตปี 2556/2557







