
USD Futures
ช่วงนี้ต้องยอมรับว่าค่าเงินเป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของหลายๆ คน เนื่องจากเงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างมาก
ช่วงนี้ต้องยอมรับว่าค่าเงินเป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของหลายๆ คน เนื่องจากเงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อช่วง เม.ย.ที่ผ่านมา ค่าเงินเคยแข็งค่าขึ้นไปอยู่ที่ 28.63 บาทต่อ 1 ดอลลาร์ ซึ่งถือว่าเป็นระดับที่แข็งค่ามากสุดตั้งแต่ระบบอัตราแลกเปลี่ยนของไทยเปลี่ยนมาเป็นระบบลอยตัวแบบจัดการเมื่อปี 2540 ทำให้หลายๆ ฝ่าย โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกติดตามแนวโน้มของค่าเงินและหาวิธีการจัดการค่าเงินกันอย่างมาก
เครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงที่มีการใช้งานเป็นหลักของผู้ประกอบการไทย ได้แก่ สัญญาฟอร์เวิร์ดและออปชั่นที่ผู้ประกอบการติดต่อทำธุรกรรมกับธนาคาร ซึ่งถึงแม้ธนาคารจะสามารถออกแบบสัญญาให้ตรงตามความต้องการของผู้ประกอบการได้ทั้งเรื่องจำนวนเงินและระยะเวลาของสัญญา แต่ในทางปฏิบัติธนาคารจะพิจารณาความน่าเชื่อถือของลูกค้าผ่านฐานะทางการเงิน หรือกำหนดวงเงินขั้นต่ำของสัญญาที่จะซื้อขายกับลูกค้า ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการที่มีขนาดกลางและขนาดย่อมที่เรามักเรียกสั้นๆ ว่า SME นั้น ไม่สามารถที่จะไปซื้อขายฟอร์เวิร์ดกับธนาคารได้ ถ้าจะให้เปรียบเทียบง่ายๆ ก็สามารถมองเทียบได้ว่า ตลาดฟอร์เวิร์ดเป็นตลาดขายส่ง (Wholesale) ทำให้ SME ที่อาจมองได้ว่าเป็นรายย่อยหรือค้าปลีก (Retail) ไม่สามารถเข้าไปทำธุรกรรมได้
โดยเมื่อกลางปีที่แล้ว TFEX ได้ออกแบบสัญญาฟิวเจอร์สที่อ้างอิงค่าเงินบาทต่อเงินดอลลาร์สหรัฐ หรือ USD Futures โดยกำหนดขนาดของสัญญาไว้ที่ 1,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 30,000 บาทต่อสัญญา ซึ่งถือเป็นอีกทางเลือกให้กับรายย่อยเพื่อใช้ในการจัดการความเสี่ยงด้านค่าเงินได้ โดยเฉพาะ SME ที่มีธุรกิจส่งออกนำเข้าขนาดไม่ใหญ่และไม่สามารถเข้าถึงตลาดเงินล่วงหน้าอย่างฟอร์เวิร์ดได้ แต่ก็มีคำถามว่า ราคา USD Futures ที่อาจเทียบได้ว่าเป็นตลาด Retail ที่ซื้อขายกันสัญญาละ 1,000 ดอลลาร์นั้น จะแพงกว่าสัญญาฟอร์เวิร์ดที่เป็น Wholesale หรือไม่อย่างไร
จากข้อมูลราคา USD Futures ของเดือนใกล้สุด หรืออายุประมาณ 1 เดือน เทียบกับราคาฟอร์เวิร์ดของสัญญาที่มีอายุใกล้เคียงกัน ตั้งแต่เริ่มเปิดซื้อขายจนถึงปัจจุบันพบว่าทั้งสองค่ามีความแตกต่างกันไม่มาก อยู่ที่ประมาณไม่เกิน +/- 0.05 บาท หรือ 5 สตางค์ ตามศัพท์ห้องค่าเงินต่างประเทศมักใช้เรียกกัน ความใกล้เคียงกันของราคา USD Futures และราคาฟอร์เวิร์ด ย่อมเป็นประโยชน์กับ SME ที่ต้องการป้องกันความเสี่ยง เนื่องจาก SME สามารถซื้อขายในตลาด Retail ด้วยราคาที่เทียบเคียงได้กับตลาด Wholesale ที่มีข้อจำกัดในการเข้าถึง







