posttoday
คลังเชื่อดอกขาลง

คลังเชื่อดอกขาลง

31 พฤษภาคม 2556

เศรษฐกิจไทยหดตัวตามเศรษฐกิจโลก ประกันตีปีกจ่ายผลตอบแทนสูงกว่า

เศรษฐกิจไทยหดตัวตามเศรษฐกิจโลก ประกันตีปีกจ่ายผลตอบแทนสูงกว่า

คลังฟันธงดอกเบี้ยต้องลดอีก เหตุเศรษฐกิจโลกชะลอตัวทำเศรษฐกิจไทยแห่ตามไปด้วย

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองผู้อำนวยการ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กล่าวว่า การที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เหลือ 2.50% ต่อปี เพราะเห็นว่าเศรษฐกิจเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวลงมาก และเศรษฐกิจโลกยังชะลอตัวกว่าที่คาด

“เชื่อว่าหากเศรษฐกิจไทยยังชะลอตัวไม่ฟื้นขึ้น แนวโน้มการลดดอกเบี้ยลงอีกก็มีความเป็นไปได้” นายเอกนิติ กล่าว

นายประเวช องอาจสิทธิกุล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า การที่ ธปท.ลดดอกเบี้ยนโยบายจะส่งผลดีต่อธุรกิจประกันชีวิต เพราะกรมธรรม์ของประกันชีวิตส่วนใหญ่จะค้ำประกันผลตอบแทนคงที่ขั้นต่ำ 2.75% และจะไม่มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเหมือนสถาบันการเงินอื่นๆ เนื่องจากเป็นธุรกิจที่มีสัญญาระยะยาว จะไม่มีการปรับลด หรือ ขึ้นดอกเบี้ยตามตลาด

อย่างไรก็ตาม อาจจะส่งผลกระทบต่อผลตอบแทนจากการลงทุนในระยะสั้นของธุรกิจประกันชีวิตและธุรกิจประกันวินาศภัย แต่ในระยะยาวแล้วไม่กระทบเพราะธุรกิจประกันชีวิตมีการลงทุนในสินทรัพย์ระยะยาว

นายสาระ ล่ำซำ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย กล่าวว่า การลดดอกเบี้ยลงไม่ส่งผลกระทบในด้านลบต่อธุรกิจประกันชีวิต เพราะแบบประกันส่วนใหญ่มีการค้ำประกันผลตอบแทนคงที่ และให้ความคุ้มครองชีวิตคิดเป็นสัดส่วน 90% ของตลาดทั้งหมด และเป็นสัญญาระยะยาวที่มีการคำนวณความเสี่ยงเรื่องดอกเบี้ยเอาไว้แล้ว จึงไม่มีผลกระทบหากดอกเบี้ยระยะสั้นมีการปรับลดลง ขณะที่ผลกระทบต่อการลงทุนก็มีไม่มากนัก เพราะมีการลงทุนในสินทรัพย์ยาว เช่น พันธบัตร ที่ให้ผลตอบแทนคงที่ในระยะยาว

ทั้งนี้ เชื่อว่าธุรกิจประกันชีวิตทั้งระบบจะยังเติบโตเพิ่มขึ้น 17.3% ตามเป้าหมายที่วางไว้ทั้งปีแน่นอน ซึ่งไตรมาสแรกโตถึง 20% จากการที่มีแบบประกันใหม่ๆ ออกมาให้เลือกจำนวนมาก ช่องทางการจำหน่ายหลากหลาย เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ทั่วถึง ทั้งผ่านตัวแทนที่มีกว่า 4 แสนคน ผ่านสาขาธนาคารพาณิชย์ และช่องทางอื่นๆ

นอกจากนี้ กรมธรรม์ไมโครอินชัวรันส์ หรือ กรมธรรม์ราคาถูก กำลังออกสู่ตลาด หลายบริษัทมีการออกแบบประกันราคาถูกมาให้บริการประชาชน จะทำให้ยอดขายประกันชีวิตเติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้

ภาพรวมที่ดูเหมือนจะเข้าทางธปท.ขณะนี้ ทั้งจากแรงกดดันการเมืองที่ลดลงและความกังวลภาวะหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น จึงทำให้ธนาคารต่างชาติอย่างเอชเอสบีซีคาดการณ์ว่าทิศทางดอกเบี้ยอ้างอิงของไทยในปีนี้จะทรงตัวอยู่ที่ระดับ 2.5 % ไปจนถึงสิ้นปี ก่อนจะทยอยปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในช่วงต้นปีหน้า


สอดคล้องกับศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ ที่มองว่า ดอกเบี้ยนโยบายในปีนี้น่าจะยืนที่ 2.5 % ไปจนถึงสิ้นปี แม้ว่ากำลังซื้อการบริโภคในประเทศจะเริ่มชะลอแต่ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปีนี้ก็ยังน่าจะโตได้ดีราว 5 %


โดยประเมินว่ามีความเป็นไปได้ที่ ธปท.จะใช้มาตรการกำกับดูแลความเสี่ยงเฉพาะด้าน หรือ Macro prudential เพิ่มเติม เพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในภาวะที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำและสินเชื่อภาคครัวเรือนขยายตัวสูง โดยเฉพาะการกำกับดูแลการปล่อยสินเชื่อในภาคอสังหาริมทรัพย์ เช่น การลดอัตราส่วนวงเงินกู้ต่อมูลค่าหลักประกัน (Loan to Value: LTV) ลงสำหรับผู้ที่ซื้อบ้านหลังที่ 2 ขึ้นไป


งานนี้คงต้องจับตาดูต่อไปว่าฝ่ายที่ต้องการลดดอกเบี้ยจะหามุขใหม่อะไรมาบีบให้ธปท.สนองความต้องการของตัวเอง ซึ่งหากหมากเกมนี้ต้อนยังไงก็ไม่จนก็มีความเป็นไปได้ที่อาจเห็นการล้างหน้าไพ่ใหม่ด้วยการยุบสภา เพื่อกลบเกลื่อนความล้มเหลวในการดำเนินนโยบายต่างๆก่อนสิ้นปี

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท