posttoday
ธุรกิจโฆษณา

ธุรกิจโฆษณา

31 พฤษภาคม 2556

ธุรกิจโฆษณาเป็นธุรกิจที่เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว บริษัทหรือห้างร้านต่างๆ ใช้โฆษณาเป็นสื่อให้ผู้บริโภคได้รับรู้ข้อมูลข่าวสาร

ธุรกิจโฆษณาเป็นธุรกิจที่เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว บริษัทหรือห้างร้านต่างๆ ใช้โฆษณาเป็นสื่อให้ผู้บริโภคได้รับรู้ข้อมูลข่าวสาร หรือเชิญชวนให้ซื้อสินค้าหรือใช้บริการ สำหรับหน่วยงานรัฐก็ได้มีการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ เพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารว่าดำเนินการอะไรบ้าง

ช่องทางการโฆษณามีหลากหลายรูปแบบ อาจโฆษณาผ่านสื่อทีวี วิทยุ หนังสือพิมพ์ ป้ายโฆษณา เว็บไซต์ โทรศัพท์มือถือ สติกเกอร์ติดรถยนต์ ใช้คนเดินถือป้ายโฆษณา เป็นต้น

เงินได้จากการรับโฆษณาเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (8) แห่งประมวลรัษฎากร มีภาษีที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจรับโฆษณา สรุปได้ดังนี้

ภาษีเงินได้

ผู้ประกอบการโฆษณาในรูปของบุคคลธรรมดา ต้องนำเงินได้ที่ตนเองได้รับจากการโฆษณาไปยื่นแบบเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปีละ 2 ครั้ง ครึ่งปีแรกนำเงินได้ที่เกิดขึ้นตั้งแต่เดือน ม.ค.มิ.ย.ไปยื่นเสียภาษีครึ่งปีด้วยแบบ ภ.ง.ด.94 ภายในเดือน ก.ย.ของปีเดียวกัน และเมื่อสิ้นปีต้องนำเงินได้ที่เกิดขึ้นตั้งแต่เดือนม.ค.ธ.ค.ไปยื่นเสียภาษีประจำปีด้วยแบบ ภ.ง.ด.90 ภายในเดือน มี.ค.ของปีถัดไป

สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ต้องนำรายได้ที่เกิดขึ้นไปยื่นเสียภาษีปีละ 2 ครั้ง ครั้งแรกให้นำรายได้ที่เกิดขึ้นในครึ่งรอบระยะเวลาบัญชี 6 เดือนแรก ไปยื่นเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลด้วยแบบ ภ.ง.ด.51 ภายใน 2 เดือน นับแต่สิ้นครึ่งรอบระยะเวลาบัญชี 6 เดือนแรก และเมื่อสิ้นรอบระยะเวลาบัญชีต้องนำรายได้รายจ่าย ที่เกิดขึ้นไปยื่นเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีด้วยแบบ ภ.ง.ด.50 ภายใน 150 วัน นับแต่วันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี

ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ผู้ประกอบการธุรกิจโฆษณาทุกรายที่มีรายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี/รอบระยะเวลาบัญชี ต้องจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม มีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.30) และเสียภาษีในอัตราร้อยละ 7 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไปเป็นประจำทุกเดือน ไม่ว่าจะมีรายรับหรือไม่ก็ตาม

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย

ผู้ว่าจ้างโฆษณาที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือนิติบุคคลอื่น (มิใช่หน่วยงานรัฐ) เมื่อจ่ายค่าโฆษณาให้แก่ผู้รับโฆษณาทุกราย มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 2 ของเงินได้ที่จ่าย และนำส่งภาษีภายใน 7 วัน นับแต่สิ้นเดือนที่จ่ายค่าโฆษณา (ผู้ว่าจ้างโฆษณาที่เป็นบุคคลธรรมดา จ่ายเงินค่าโฆษณาไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย)

ในโลกของธุรกิจผู้ว่าจ้างโฆษณาได้ให้บริษัทผู้รับโฆษณาดำเนินการโฆษณากับผู้ขายสื่อโฆษณาในกรณีนี้จะมีผู้เกี่ยวข้อง 3 ฝ่าย คือ ผู้ว่าจ้างโฆษณา ผู้รับโฆษณา และผู้ขายสื่อโฆษณา ภาษีเงินได้หัก ณที่จ่าย จะปฏิบัติอย่างไร จึงจะถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด

หากข้อเท็จจริงปรากฏว่า ผู้ว่าจ้างโฆษณาและบริษัทผู้รับโฆษณาปฏิบัติดังนี้

1.ผู้ว่าจ้างโฆษณาได้แต่งตั้งบริษัทรับโฆษณาเป็นตัวแทน มีอำนาจสั่งลงโฆษณา หรือซื้อสื่อโฆษณาแทน

2.บริษัทรับโฆษณาที่เป็นตัวแทนต้องออกใบแจ้งหนี้ ใบรับเงิน และใบกำกับภาษีให้กับผู้ว่าจ้าง โดยแยกค่าบริการและค่าสื่อโฆษณาชัดแจ้ง

3.ค่าสื่อโฆษณาต้องสามารถสอบยันได้กับค่าสื่อโฆษณาของบริษัทผู้ขายสื่อโฆษณา

หากเข้าเงื่อนไขที่กล่าวมาข้างต้น เมื่อผู้ว่าจ้างโฆษณาจ่ายเงินค่าสื่อโฆษณาให้กับบริษัทรับโฆษณาที่เป็นตัวแทน ไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายแต่อย่างใด แต่เมื่อบริษัทรับโฆษณาจ่ายเงินให้กับผู้ขายสื่อโฆษณาต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 2

อากรแสตมป์

รับจ้างโฆษณาเป็นการรับจ้างทำของผู้รับโฆษณาต้องเสียอากรแสตมป์ 1 บาทต่อวงเงินค่าจ้าง 1,000 บาท หรือเศษของ 1,000 บาท

ธุรกิจโฆษณามีภาษีใดมาเกี่ยวข้องบ้าง คงทราบเป็นข้อมูลเบื้องต้นแล้ว สวัสดีครับ

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน