
ธุรกิจโฆษณา
ธุรกิจโฆษณาเป็นธุรกิจที่เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว บริษัทหรือห้างร้านต่างๆ ใช้โฆษณาเป็นสื่อให้ผู้บริโภคได้รับรู้ข้อมูลข่าวสาร
ธุรกิจโฆษณาเป็นธุรกิจที่เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว บริษัทหรือห้างร้านต่างๆ ใช้โฆษณาเป็นสื่อให้ผู้บริโภคได้รับรู้ข้อมูลข่าวสาร หรือเชิญชวนให้ซื้อสินค้าหรือใช้บริการ สำหรับหน่วยงานรัฐก็ได้มีการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ เพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารว่าดำเนินการอะไรบ้าง
ช่องทางการโฆษณามีหลากหลายรูปแบบ อาจโฆษณาผ่านสื่อทีวี วิทยุ หนังสือพิมพ์ ป้ายโฆษณา เว็บไซต์ โทรศัพท์มือถือ สติกเกอร์ติดรถยนต์ ใช้คนเดินถือป้ายโฆษณา เป็นต้น
เงินได้จากการรับโฆษณาเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (8) แห่งประมวลรัษฎากร มีภาษีที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจรับโฆษณา สรุปได้ดังนี้
ภาษีเงินได้
ผู้ประกอบการโฆษณาในรูปของบุคคลธรรมดา ต้องนำเงินได้ที่ตนเองได้รับจากการโฆษณาไปยื่นแบบเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปีละ 2 ครั้ง ครึ่งปีแรกนำเงินได้ที่เกิดขึ้นตั้งแต่เดือน ม.ค.มิ.ย.ไปยื่นเสียภาษีครึ่งปีด้วยแบบ ภ.ง.ด.94 ภายในเดือน ก.ย.ของปีเดียวกัน และเมื่อสิ้นปีต้องนำเงินได้ที่เกิดขึ้นตั้งแต่เดือนม.ค.ธ.ค.ไปยื่นเสียภาษีประจำปีด้วยแบบ ภ.ง.ด.90 ภายในเดือน มี.ค.ของปีถัดไป
สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ต้องนำรายได้ที่เกิดขึ้นไปยื่นเสียภาษีปีละ 2 ครั้ง ครั้งแรกให้นำรายได้ที่เกิดขึ้นในครึ่งรอบระยะเวลาบัญชี 6 เดือนแรก ไปยื่นเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลด้วยแบบ ภ.ง.ด.51 ภายใน 2 เดือน นับแต่สิ้นครึ่งรอบระยะเวลาบัญชี 6 เดือนแรก และเมื่อสิ้นรอบระยะเวลาบัญชีต้องนำรายได้รายจ่าย ที่เกิดขึ้นไปยื่นเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีด้วยแบบ ภ.ง.ด.50 ภายใน 150 วัน นับแต่วันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี
ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ผู้ประกอบการธุรกิจโฆษณาทุกรายที่มีรายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี/รอบระยะเวลาบัญชี ต้องจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม มีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.30) และเสียภาษีในอัตราร้อยละ 7 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไปเป็นประจำทุกเดือน ไม่ว่าจะมีรายรับหรือไม่ก็ตาม
ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย
ผู้ว่าจ้างโฆษณาที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือนิติบุคคลอื่น (มิใช่หน่วยงานรัฐ) เมื่อจ่ายค่าโฆษณาให้แก่ผู้รับโฆษณาทุกราย มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 2 ของเงินได้ที่จ่าย และนำส่งภาษีภายใน 7 วัน นับแต่สิ้นเดือนที่จ่ายค่าโฆษณา (ผู้ว่าจ้างโฆษณาที่เป็นบุคคลธรรมดา จ่ายเงินค่าโฆษณาไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย)
ในโลกของธุรกิจผู้ว่าจ้างโฆษณาได้ให้บริษัทผู้รับโฆษณาดำเนินการโฆษณากับผู้ขายสื่อโฆษณาในกรณีนี้จะมีผู้เกี่ยวข้อง 3 ฝ่าย คือ ผู้ว่าจ้างโฆษณา ผู้รับโฆษณา และผู้ขายสื่อโฆษณา ภาษีเงินได้หัก ณที่จ่าย จะปฏิบัติอย่างไร จึงจะถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด
หากข้อเท็จจริงปรากฏว่า ผู้ว่าจ้างโฆษณาและบริษัทผู้รับโฆษณาปฏิบัติดังนี้
1.ผู้ว่าจ้างโฆษณาได้แต่งตั้งบริษัทรับโฆษณาเป็นตัวแทน มีอำนาจสั่งลงโฆษณา หรือซื้อสื่อโฆษณาแทน
2.บริษัทรับโฆษณาที่เป็นตัวแทนต้องออกใบแจ้งหนี้ ใบรับเงิน และใบกำกับภาษีให้กับผู้ว่าจ้าง โดยแยกค่าบริการและค่าสื่อโฆษณาชัดแจ้ง
3.ค่าสื่อโฆษณาต้องสามารถสอบยันได้กับค่าสื่อโฆษณาของบริษัทผู้ขายสื่อโฆษณา
หากเข้าเงื่อนไขที่กล่าวมาข้างต้น เมื่อผู้ว่าจ้างโฆษณาจ่ายเงินค่าสื่อโฆษณาให้กับบริษัทรับโฆษณาที่เป็นตัวแทน ไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายแต่อย่างใด แต่เมื่อบริษัทรับโฆษณาจ่ายเงินให้กับผู้ขายสื่อโฆษณาต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 2
อากรแสตมป์
รับจ้างโฆษณาเป็นการรับจ้างทำของผู้รับโฆษณาต้องเสียอากรแสตมป์ 1 บาทต่อวงเงินค่าจ้าง 1,000 บาท หรือเศษของ 1,000 บาท
ธุรกิจโฆษณามีภาษีใดมาเกี่ยวข้องบ้าง คงทราบเป็นข้อมูลเบื้องต้นแล้ว สวัสดีครับ







