
โรงสีหวั่นรัฐพับจำนำข้าวผวาหนี้เงินกู้ขยายโกดัง
โรงสีผวาพับโครงการรับจำนำข้าว เร่งหาเงินคืนหนี้แบงก์
โรงสีผวาพับโครงการรับจำนำข้าว เร่งหาเงินคืนหนี้แบงก์
แหล่งข่าวจากสมาคมโรงสีข้าวไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้โรงสีที่เข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวเปลือกของรัฐบาลต่างคาดว่า โครงการรับจำนำข้าวจะไปไม่รอด โดยเฉพาะในปีหน้า เนื่องจากเกรงว่ารัฐบาลไม่มีเงินมาใช้ในโครงการแล้ว จึงทำทุกอย่างที่จะหาเงินมาใช้หนี้สินที่กู้ยืมจากสถาบันการเงินที่ใช้ในโครงการขยายกำลังการผลิตของโรงสีและสร้างโกดัง
“ที่ผ่านมาโรงสีได้กู้เงินมาลงทุนขยายกำลังการสีข้าวเปลือกของโรงสี บางรายกู้เงินมาสร้างโกดังรองรับข้าวสารในโครงการรัฐบาลขนาดใหญ่ แต่ทำท่าว่าโครงการรับจำนำข้าวจะไปไม่รอด จึงเร่งหาเงินคืนแบงก์ บางคนถึงกับพูดว่า การลงทุนจะต้องคืนทุนภายใน 1 ปีคงไม่ต้องบอกว่าชาวนาจะถูกรีดไถ่อย่างไร” แหล่งข่าวเปิดเผย
แหล่งข่าวระบุว่า การเปิดเผยข้อมูลข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผลการขาดทุนและการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวเปลือก คงต้องพึ่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เท่านั้น เพราะมีสิทธิเรียกเอกสารพยานหลักฐานต่างๆได้ ซึ่งจะมีผลกระทบต่อการดำเนินการโครงการรับจำนำข้าวเปลือกทางใดทางหนึ่งแน่นอน
นายมานัส กิจประเสริฐ นายกสมาคมโรงสีข้าวไทย กล่าวว่า โครงการรับจำนำข้าวจะเดินหน้าต่อได้หรือไม่ เป็นเรื่องของรัฐบาล โดยเฉพาะธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ว่า จะมีเงินมาหมุนเวียนจ่ายให้ชาวนาหรือไม่ ส่วนโรงสีมีหน้าที่ออกใบประทวนและสีข้าว แต่เท่าที่ทราบตอนนี้มีเสียงร้องจากชาวนาว่าจำนำข้าวแล้วยังไม่ได้เงิน
“ถามว่าเรากังวลหรือไม่ ถ้าโครงการจะล้ม ก็ตอบว่าไม่กังวลอะไร เพราะโรงสีมีหน้าที่รับข้าวและออกใบประทวนให้ชาวนา เรื่องเงินเป็นเรื่องของ ธ.ก.ส.กับชาวนา และในสมาคมฯ ไม่มีการพูดว่าโครงการจะล้มหรือไม่ล้มอย่างเป็นทางการ ส่วนโรงสีรายใดจะไปพูดกันก็เป็นการพูดกันแบบไม่เป็นทางการ” นายมานัส กล่าว
นายมานัส กล่าวว่า ส่วนการส่งข้าวสารในโครงการรับจำนำข้าวเปลือกเข้าโกดังกลางในช่วงที่ผ่านมา มีปัญหาน้อยมาก ที่มีปัญหาก็จะเป็นการส่งมอบปลายข้าวหอมฯ เข้าโครงการ แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลขายข้าวในสต๊อกได้ และมีโกดังใหม่เข้าโครงการเพิ่มเติม ส่วนจะขายข้าวอย่างไรคงต้องถามกระทรวงพาณิชย์
นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ ชี้แจงในสภา กรณีมีการอภิปรายว่าโครงการรับจำนำข้าวมีผลขาดทุนมหาศาลว่า การดำเนินการปิดบัญชีรับจำนำผลิตผลทางการเกษตรเกี่ยวข้องกับโครงการเดิม 15 โครงการ เป็นโครงการใหม่ 2 โครงการ คือ รับจำนำ 2554/2555 ต่อเนื่อง 2555/2556 เอกสารฉบับนี้มีการระบุว่าเกี่ยวเนื่องมาตั้งแต่ปีไหนบ้าง อาทิ รับจำนำข้าวนาปี 47/48 นั่นหมายถึง 9 ปีที่แล้ว ,นาปี 51/52 ข้าวเปลือกนาปี 54/55 .... เป็นต้น ทั้งหมดนี้เป็นโครงการที่คณะกรรมการได้ตรวจข้อมูล เพื่อรายงานการปิดตัวเลขโครงการที่ต้องส่งให้คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติตรวจสอบก่อน ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้ มีชื่อคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการ ภายใต้คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ ดังนั้นเอกสารนี้ควรจะต้องถูกส่งไปตรวจสอบยังคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติก่อน แต่เมื่อมีการนำมาอ้างแล้วก็เลยขอชี้แจงว่าตัวเลขทั้งหมดนี้เกี่ยวข้องกับโครงการทั้งหมด 17 โครงการ ไม่ใช่ 2 โครงการใหม่







