
ดัชนีอุตฯยังน่าห่วง
สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) รายงานตัวเลขดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม (MPI) เดือน เม.ย. 2556 อยู่ที่ 159.16 ต่ำที่สุดในรอบ 16 เดือน นับตั้งแต่เดือน ม.ค. 2555 เป็นต้นมา ลดลง 3.84% เมื่อเทียบเดือน เม.ย. 2555 และลดลง 18.69% เทียบกับเดือน มี.ค. 2556 ส่วนการใช้กำลังการผลิตเดือน เม.ย. อยู่ที่ 60.28% เฉลี่ย 4 เดือนแรกอยู่ที่ 65.23%
สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) รายงานตัวเลขดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม (MPI) เดือน เม.ย. 2556 อยู่ที่ 159.16 ต่ำที่สุดในรอบ 16 เดือน นับตั้งแต่เดือน ม.ค. 2555 เป็นต้นมา ลดลง 3.84% เมื่อเทียบเดือน เม.ย. 2555 และลดลง 18.69% เทียบกับเดือน มี.ค. 2556 ส่วนการใช้กำลังการผลิตเดือน เม.ย. อยู่ที่ 60.28% เฉลี่ย 4 เดือนแรกอยู่ที่ 65.23%
สมชาย หาญหิรัญ ผู้อำนวยการ สศอ. บอกว่า การหดตัวของ MPI ในเดือน เม.ย. มาจากอุตสาหกรรมที่มีสัดส่วนส่งออกมากกว่า 60% ได้แก่ ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ เสื้อผ้าสำเร็จรูป อาหารทะเลแปรรูป ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ที่ชะลอตัวตามเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า รวมถึงวันหยุดที่มีมาก และการชะลอผลิตของผู้ประกอบการเพื่อรองรับมาตรการป้องกันไฟฟ้าดับ อันเนื่องมาจากการหยุดซ่อมบำรุงโรงจ่ายก๊าซธรรมชาติของเมียนมาร์
ขณะที่ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจอุตสาหกรรมในระยะ 2 เดือนข้างหน้า (มิ.ย.-ก.ค.) ชี้ว่าการผลิตจะขยายตัวแต่ยังไม่สูงมาก โดยช่วงที่เหลือของปีนี้หากสถานการณ์ค่าเงินบาททรงตัวใกล้ระดับปัจจุบัน คือ 2930 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เชื่อว่าจะทำให้การส่งออกดีขึ้น และส่งผลดีต่อภาคการผลิต
อย่างไรก็ตาม ภาคการผลิตยังคงต้องเผชิญกับความเสี่ยง โดยเฉพาะเศรษฐกิจของคู่ค้าหลักอย่างยุโรปที่ยังไม่ฟื้นตัว รวมทั้งต้องติดตามว่าสหรัฐจะยกเลิกมาตรการคิวอี 4 ที่ทำให้การบริโภคที่มีสัญญาณดีขึ้นกลับไปชะลอลงหรือไม่
นอกจากนี้ ยังต้องคำนึงถึงปัจจัยการเพิ่มขึ้นของต้นทุนการผลิต ตลอดจนการบริโภคของประชาชนภายในประเทศ ที่ออกมาต่ำกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้
เนื่องจากข้อมูลล่าสุดที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยก็ออกมาต่ำกว่าที่หลายฝ่ายคาด
สศอ.ดัชนีอุตสาหกรรมเดือนเม.ย.หดตัว 3.84% ต่ำสุดในรอบ 16 เดือน เชื่อแนวโน้มดีขึ้นหากเงินบาทนิ่ง แต่เศรษฐกิจยุโรปสหรัฐฯยังเสี่ยง คงจีพีดีอุตสาหกรรม 3.54.5% ดัชนีอุตฯ 45%
นายสมชาย หาญหิรัญ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กล่าวว่า ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม(MPI)เดือนเม.ย. 2556 อยู่ที่ 159.16 ต่ำที่สุดในรอบ 16 เดือนนับแต่เดือนม.ค. 2555 เป็นต้นมา หดตัวลง 3.84% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาและหดตัว 18.69% เทียบกับเดือนก่อนหน้า
โดยการหดตัวที่ 3.84% เป็นการกลับติดลบ หลังจากขยายตัวเป็นบวกที่ 1.2% ในเดือนก่อนหน้า แต่รวม 4 เดือนแรกของปีนี้ MPI ยังคงขยายตัว 1.5% ส่วนการใช้กำลังการผลิตนั้นเดือนเม.ย.อยู่ที่ 60.28% เฉลี่ย 4 เดือนแรกอยู่ที่ 65.23%
“การหดตัวของMPI ในเดือนเม.ย. มาจากผลของอุตสาหกรรมที่มีสัดส่วนส่งออกมากกว่า 60% ได้แก่ ฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟ เสื้อผ้าสำเร็จรูป อาหารทะเลแปรรูป ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ที่ยังชะลอตัวตามเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า รวมถึงวันหยุดที่มีมากและการชะลอการผลิตของผู้ประกอบการเพื่อรองรับมาตรการป้องกันไฟฟ้าดับอันเนื่องมาจากการหยุดซ่อมบำรุงโรงจ่ายก๊าซธรรมชาติของพม่า” นายสมชาย กล่าว
นายสมชาย กล่าวว่า แม้กลุ่มที่น้ำหนักการส่งออกสูงจะชะลอตัว แต่ยังมีกลุ่มที่ขยายตัวได้ดีคืออุตสาหกรรมรถยนต์ เครื่องดื่ม เม็ดพลาสติก ปูนซีเมนต์และนมผง
นายสมชาย กล่าวว่า สศอ.ยังคงยืนยันประมาณการณ์ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ภาคอุตสาหกรรมปีนี้ที่ 3.5-4.5 % และการขยายตัวของ MPI ที่ 45 % ส่วนจะมีการปรับประมาณการหรือไม่จะดูข้อมูลจริงที่เกิดขึ้นใน 6 เดือนแรกของปีนี้ก่อน
นายสมชาย กล่าวว่า สำหรับการนำเข้าในเดือนเม.ย. อยู่ที่ 8.9% เป็นการนำเข้าสินค้าทุน และสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป ที่ 2.3% และ 10.9% ตามลำดับ
ทั้งนี้ พบว่ามีการนำเข้าชิ้นส่วนยานยนต์จากญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นมาก คาดว่าเป็นผลของค่าเงินเยนที่อ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับเงินบาทกว่า 20% ทำให้นำเข้าได้ถูกลง โดยการนำเข้าที่สูงดังกล่าวสอดคล้องกับการผลิตในอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ขยายตัวในเดือนเม.ย. 17.53% ตามความต้องการในประเทศที่ขยายตัวตามกระตุ้นของนโยบายภาครัฐ
ตัวเลขดัชนีข้างต้นล้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ผู้ประกอบการต้องเผชิญในช่วงครึ่งหลังของปีนี้







