
แอร์พอร์ตลิงค์โวยช็อตหนัก
โอดมีจ่ายเงินเดือนพนักงานถึงสิ้นพ.ค.นี้.
โอดมีจ่ายเงินเดือนพนักงานถึงสิ้นพ.ค.นี้.
ถก รฟท.แก้สถานการณ์เร่งด่วน.แอร์พอร์ตลิงค์โวยขาดสภาพคล่องหนัก หลัง ร.ฟ.ท.ไม่จ่ายเงิน เร่งถก ทอท.ดึงผู้โดยสารเพิ่ม
ย้ำ พ.ค.นี้เป็นเดือนสุดท้ายที่บริษัทสามารถจ่ายให้ได้ระบุกระแสข่าวยุบบริษัทเป็นแนวคิดผู้ว่ารถไฟฯ คนเดียว
นายพีรกันต์ แก้ววงศ์วัฒนา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ เปิดเผยว่าในระหว่างตรวจเยี่ยมการให้บริการที่สถานีมักกะสันว่า ขณะนี้บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. ประสบปัญหาขาดสภาพคล่องอย่างหนัก เนื่องจากตั้งแต่บริษัทดำเนินการมา 2 ปี 8 เดือน ได้รับเงินจ่ายพนักงานจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ซึ่งเป็นบริษัทแม่เดือนละประมาณ 10 ล้านบาท เพียง 3 เดือนเท่านั้น ส่วนที่เหลือบริษัทต้องนำเงินจากทุนจดทะเบียน ซึ่งได้มาตั้งแต่จัดตั้งบริษัท 140 ล้านบาท จ่ายเงินเดือนให้พนักงานและค่าซ่อมบำรุงที่เร่งด่วนไปก่อน และขณะนี้เงินจำนวนดังกล่าวหมดแล้ว ต้องหารือกับ ร.ฟ.ท.ว่า เดือนหน้าจะนำเงินจากแหล่งใดมาจ่ายให้พนักงาน
“บริษัทมีหน้าที่เพียงรับจ้างเดินรถและซ่อมบำรุงรถจาก ร.ฟ.ท.เท่านั้น และค่าใช้จ่ายต่างๆ ต้องรอจาก ร.ฟ.ท. ซึ่งขณะนี้ประสบปัญหาอย่างมาก ในแต่ละปีบริษัทนำส่งรายได้ให้กับ ร.ฟ.ท. ปีละ 600 ล้านบาท แต่ ร.ฟ.ท.ไม่เคยแบ่งเงินที่ได้ให้กับบริษัท เพื่อจ่ายเงินเดือนให้กับพนักงานที่มีอยู่ประมาณ 400 คนเลย ทั้งที่ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้มีเพียง 10 ล้านบาทต่อเดือน หรือประมาณ 200 ล้านบาทต่อปีเท่านั้น ซึ่งเดือนนี้เป็นเดือนสุดท้ายที่จะมีเงินจากทุนจดทะเบียนมาจ่ายให้พนักงาน” นายพีรกันต์ กล่าว
สำหรับกรณีที่นายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการ ร.ฟ.ท. ระบุว่า ต้องการยุบบริษัทจากบริษัทลูกมาเป็นหน่วยธุรกิจใน ร.ฟ.ท. เพื่อความคล่องตัวนั้น ประเด็นนี้เป็นความเห็นจากนายประภัสร์คนเดียว เพราะนโยบายกระทรวงคมนาคมและกระทรวงการคลังนั้น ได้ให้สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศึกษารายละเอียดถึงข้อดีในการแยกบริษัทออกมาดำเนินการเองมีข้อดีข้อเสียอย่างไร ซึ่งตนเห็นว่าหากให้เกิดความคล่องตัวในการดำเนินการจริง ควรแยกบริษัทออกมาบริหารเอง ลักษณะเดียวกับบริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ (บีเอ็มซีแอล) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าใต้ดิน
เพราะหากยุบไปเป็นหน่วยธุรกิจของร.ฟ.ท. การดำเนินการทุกอย่าง คงไม่ต่างจากปัจจุบันนอกจากนี้ ในวันที่ 31 พ.ค.นี้ จะหารือร่วมกับ น.ต.ศิธา ทิวารี ประธานคณะกรรมการ บริษัท ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) ในการดึงผู้โดยสารที่ใช้บริการสนามบินสุวรรณภูมิที่มีประมาณ 50 ล้านคนต่อปี ให้หันมาใช้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ในการเดินทางเพิ่มขึ้น โดยจะให้ตั้งเคาน์เตอร์ไว้บริเวณจุดรับสัมภาระของผู้โดยสาร เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์เข้าเมือง รวมทั้งขอความร่วมมือกับ ทอท.จัดทำป้ายบอกทางไปใช้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิ้งค์ให้มากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ จะจัดทำตั๋วราคาพิเศษให้กับพนักงานในสนามบิน เพื่อกระตุ้นการใช้บริการ ซึ่งที่ผ่านมาได้ร่วมมือกับพนักงานการบินไทย โดยให้ส่วนลด 50% ซึ่งโดยให้ส่วนลด 50% ของผู้ที่ใช้บริการรถด่วนพิเศษ (เอ็กเพรสไลน์) จะขยายไปยังสายการบินอื่น และผู้โดยสารทั่วไปในอนาคตด้วย
สำหรับการจัดซื้อรถไฟฟ้าใหม่เพิ่มเติม 7 ขบวนนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาในเรื่องของราคา และรายละเอียดคุณสมบัติตัวรถของผู้ผลิตแต่ละรายเพื่อเปรียบเทียบหาผู้ผลิตที่ให้ความคุ้มค่ามากที่สุด หากมีความจำเป็นต้องเปลี่ยนการสั่งซื้อจากบริษัท ซีเมนส์ ก็ต้องเปลี่ยน แต่ระหว่างที่รอการจัดซื้อขบวนรถ ซึ่งต้องใช้เวลากว่า 2 ปีนั้น ตนจะขอเช่าขบวนรถไฟฟ้า 7 ขบวนจากประเทศอื่น ที่มีระบบเหมือนแอร์พอร์ตลิงค์ไปก่อน คาดว่า จะได้ข้อสรุปเร็วๆ นี้ ซึ่งขณะนี้มีขบวนรถไฟฟ้าใช้ได้เพียง 4 ขบวน และเสียรอการซ่อมแซม 1 ขบวน ซึ่งไม่เพียงพอในการให้บริการ โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วน







