
หนุนสร้างรง.นมผงเพิ่มมูลค่าสู้ศึกเออีซี
รมว.เกษตรฯ หนุนไทยทำโรงงานนมผงสู้ศึกเออีซี ยันยังไม่ขึ้นราคานม
รมว.เกษตรฯ หนุนไทยทำโรงงานนมผงสู้ศึกเออีซี ยันยังไม่ขึ้นราคานม
นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า แนวทางในการพัฒนาอุตสาหกรรม นมทั้งระบบของไทย เพื่อเข้าสู่การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) นั้นสิ่งที่จะต้องทำคือ การพัฒนาสร้างโรงงานผลิตนมผง ซึ่งจะสามารถสร้างผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มได้มากกว่าการผลิตเพียงนมยูเอชที หรือนมพาสเจอไรซ์
ทั้งนี้ เนื่องจากตลาดนมโรงเรียนของไทยซึ่งเป็นตลาดหลักปัจจุบันเริ่มลดลง ส่วนหนึ่งจากปริมาณนักเรียนที่ลดลงตามแนวโน้มจำนวนประชากรที่ลดลง และโอกาสที่คนไทยจะดื่มนมเพิ่มเป็นเรื่องยาก เนื่องจากมีของบริโภคที่หลากหลาย แต่จะบริโภคเพิ่มสินค้าอื่นที่มีนมและผลิตภัณฑ์เป็นส่วนผสม
อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่มี นโยบายที่จะปรับขึ้นราคาน้ำนมดิบแต่อย่างใด โดยขณะที่ราคานมดิบขององค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อสค.) อยู่ที่ 15-16 บาทต่อ กก. โดยราคาประกันอยู่ที่ 18.50 บาทต่อ กก.
ทั้งนี้ ยอมรับว่าการที่ปริมาณผลผลิตนมของไทยอยู่ที่ 14 กิโลกรัมต่อตัวต่อวัน ทำให้ไทยเสียเปรียบกับประเทศผู้ผลิตนมรายใหญ่ของโลก เช่น นิวซีแลนด์ และออสเตรเลีย ซึ่งผลิตได้ 30-40 กก.ต่อตัวต่อวัน ซึ่งเมื่อนิวซีแลนด์ โดยบริษัท ฟอนทาร่า มาร่วมทุนกับประเทศเวียดนาม ทำให้เวียดนามจะพัฒนามาเป็นคู่แข่งที่สำคัญของไทย อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้าบริษัท ฟอนทาร่า เคยสนใจมาร่วมทุนกับไทย แต่เมื่อเห็นระบบทั้งหมด จึงหันไปเวียดนามเนื่องจากเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมของไทยมีการเดินขบวนประท้วงบ่อย
นายนิวัติ สุธีมีชัยกุล รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ กล่าวว่า อุตสาหกรรมนมของไทยยังสามารถที่จะสู้กับประเทศเพื่อนบ้านในเออีซีได้ เนื่องจากนมไทยมีมาตรฐานสูง ขณะเดียวกัน การเติบโตของอุตสาหกรรมนมไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีการใช้น้ำนมในประเทศประมาณ 2.8 ล้านตันต่อปี ในขณะที่เวียดนามยังใช้เพียง 1.5 ล้านตันต่อปี ซึ่งกรณีที่บริษัทยักษ์ใหญ่ของนิวซีแลนด์จะลงลงทุนกับเวียดนาม นั้นถือว่าเป็นสิ่งที่ไทยต้องจับตามอง ซึ่งจากประเด็นดังกล่าว
สำหรับมาตรฐานการผลิตนมนั้นยืนยันว่า ขบวนการผลิตไทยได้มาตรฐานทั้งระบบ โดยเฉพาะโรงงานและศูนย์รวมน้ำนมดิบจะต้องได้รับการรับรองมาตรฐานการผลิตจีเอพีจีเอ็มพี ซึ่งเป็นมาตรฐานบังคับและเครื่องหมายขององค์การอุตสาหกรรมอาหารและยา ซึ่งในอนาคตมาตรฐานจีเอพีจะทำให้เป็นมาตรฐานบังคับทั้งหมดในขณะที่ ที่จะออกให้กับฟาร์มนั้นปัจจุบันยังเป็นมาตรฐานสมัครใจ
อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 1 มิ.ย. 2556 ถือเป็นวันดื่มนมโลก ทางองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (เอฟเอโอ) ร่วมมือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดงานดังกล่าวโดยมีเป้าหมายสนับสนุนให้ประชากรโลกดื่มนมเพิ่มขึ้นจากปี 2010 อีก 5% เป็น 16 ล้านตันต่อปี ทั้งนี้ ในภูมิภาคอาเซียนปัจจุบัน ไทยดื่มนมอยู่ที่ประมาณ 14 ลิตรต่อคนต่อปี ญี่ปุ่นดื่ม 39 ลิตรต่อคนต่อปี มาเลเซีย 50 ลิตรต่อคนต่อปี เกาหลี 19 ลิตรต่อคนต่อปี และอินเดีย 42 ลิตรต่อคนต่อปี







