
ปูดทัพเรือสัตหีบผุดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์
“พงษ์ศักดิ์” ปูดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ เหมาะสร้างในฐานทัพเรือสัตหีบ แนะเรกูเลเตอร์สร้างแรงจูงใจ
“พงษ์ศักดิ์” ปูดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ เหมาะสร้างในฐานทัพเรือสัตหีบ แนะเรกูเลเตอร์สร้างแรงจูงใจ
นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงาน บรรยายพิเศษ เรื่อง “วิกฤตพลังงานไฟฟ้า ปัญหาและแนวทางแก้ไข” จัดโดยสมาคมวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร ในพระบรมราชูปถัมภ์ระบุว่า แม้โครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ คงจะไม่ได้เห็นในรัฐบาลชุดนี้ แต่ก็เป็นนโยบายที่ต้องดำเนินการในอนาคต โดยพื้นที่เหมาะสมในการตั้งโรงไฟฟ้านิวเคลียร์จะต้องอยู่ใกล้กับน้ำ
“ผมมองว่าในฐานทัพเรือสัตหีบก็เหมะสม เป็นพื้นที่ทหาร และก่อนหน้านี้กระทรวงพลังงานได้ลงนามบันทึกข้อตกลงกับกระทรวงกลาโหมด้านพลังงานมาแล้ว อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจกับภาคประชาชนเนื่องจากยังมีการต่อต้านอยู่มาก” นายพงษ์ศักดิ์ กล่าว
นอกจากนี้ ได้ขอให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรกูเลเตอร์) พิจารณากำหนดอัตราเงินนำส่งเข้ากองทุนพัฒนารอบโรงไฟฟ้า ประเภทเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ ในระดับ 57 สต./หน่วย เพื่อเป็นแรงจูงใจให้สามารถเกิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ได้ เนื่องจากเงินกองทุนฯ ดังกล่าวจะนำไปพัฒนาพื้นที่ชุมชนรอบโรงไฟฟ้าที่จะสร้างขึ้น ซึ่งเป็นอัตราที่สูงเมื่อเทียบกับการจัดเก็บจากโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ ในอัตรา 1 สต./หน่วย โรงไฟฟ้าประเภทน้ำมันเตาและดีเซล 2.50 สต./หน่วย และโรงไฟฟ้าถ่านหิน 2 สต./ หน่วย
ทั้งนี้ ประเทศไทยจำเป็นต้องบริหารการใช้เชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าให้เกิดความเหมาะสมและเพียงพอ เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน โดยเฉพาะการผลักดันให้เกิดโรงไฟฟ้าถ่านหิน เพราะเป็นทางออกที่ดีที่สุดในการลดสัดส่วนการใช้ก๊าซธรรมชาติ และไม่ทำให้ค่าไฟฟ้าปรับสูงขึ้นในระยะยาว
สำหรับแผนพัฒนาการกำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (พีดีพี) ได้กำหนดให้มีโรงไฟฟ้าประเภทพลังงานทดแทนควบคู่ไปด้วย แต่ต้องยอมรับว่ามีต้นทุนค่าไฟฟ้าที่สูง ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเพิ่มสัดส่วนการใช้ถ่านหินที่มีต้นทุนต่ำกว่า เพื่อเฉลี่ยต้นทุนค่าไฟและยังตรึงค่าไฟฟ้าไม่ให้สูงเกินไป ไม่เช่นนั้นในระยะ 5 ปีข้างหน้า ค่าไฟฟ้าจะสูงถึง 6 บาท/หน่วย จากปัจจุบันที่อยู่ที่ระดับ 3.50 บาท/หน่วย
อย่างไรก็ตาม ปัญหาไฟฟ้าดับใน 14 จังหวัดภาคใต้นั้น แม้วิกฤตจะผ่านไปแล้ว แต่ยังมีเรื่องที่ต้องแก้ไข ทั้งการขยายระบบสายส่งไฟฟ้าไปยังภาคใต้ และการผลักดันให้เกิดโรงไฟฟ้าถ่านหินใน จ.กระบี่ โดยเมื่อวันที่ 29 พ.ค. ได้เข้าชี้แจงคณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรถึงเหตุการณ์ไฟฟ้าดับที่เกิดขึ้น พร้อมขอความร่วมมือกับ สส.ในพื้นที่สนับสนุนนโยบายการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินด้วย โดย สส. ส่วนใหญ่พร้อมให้การสนับสนุน แต่ยังมีกลุ่มเอ็นจีโอในพื้นที่ที่ยังมีการคัดค้านเรื่องดังกล่าวอยู่
“ที่ผมเชียร์โรงไฟฟ้าถ่านหินเพราะเป็นทางออกของการกระจายเชื้อเพลิง ไม่ทำให้ค่าไฟแพง และเพิ่มขีดความสามารถให้กับเอกชน เพราะมีต้นทุนด้านพลังงานไม่สูงเกินไป” นายพงษ์ศักดิ์ กล่าว
ก่อนหน้านี้ นายพงษ์ศักดิ์มีแนวคิดที่จะลงพื้นที่ใน จ.กระบี่ ซึ่งเป็นพื้นที่เป้าหมายในการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน รวมทั้งสั่งการให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) หาแนวทางในการเพิ่มปริมาณไฟสำรองในภาคใต้ไว้แล้วทุกรูปแบบ รองรับกรณีไม่สามารถสร้างโรงไฟฟ้าใน จ.กระบี่ ได้







