
บ้านมือสองจ่อบูม ของใหม่ขึ้นราคา
โพสต์ทูเดย์
— บี.ซี.พี.ฯ ย้ำหลังหมดมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ โอกาสการขายจะเป็นของบ้านมือสองมากขึ้น เหตุบ้านใหม่ราคาขยับจากต้นทุนก่อสร้างใหม่ที่เพิ่มขึ้นนายสมศักดิ์ ชุติศิลป์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บี.ซี.พี.เฮ้าส์ซิ่ง บริษัทตัวแทนจำหน่ายบ้านมือสอง เปิดเผยว่า หลังจากหมดมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ที่รัฐบาลขยายมาอีก 2 เดือนหรือถึงสิ้นเดือน พ.ค. นั้น จะยิ่งส่งผลดีต่อบ้านมือสอง เนื่องจากราคาบ้านใหม่ที่จะออกมาสู่ตลาด อาจต้องปรับราคาขึ้น หลังเดือน พ.ค. ตามต้นทุนก่อสร้างที่ปรับเพิ่มสูงขึ้นอย่างน้อย 45% จากต้นทุนราคาน้ำมันที่กระทบราคา วัสดุก่อสร้าง อีกทั้งต้นทุนขึ้นหลังหมดมาตรการรัฐ
“
ขณะนี้ราคาบ้านมือสองที่เราขาย เฉลี่ยจะต่ำกว่าบ้านใหม่ในขนาดใกล้เคียงกันประมาณเกือบ 10% แต่เชื่อว่าหลังจากหมดมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ราคาขายน่าจะห่างออกมากถึง 15% ยิ่งจะเป็นโอกาสในการขายบ้านมือสอง ทำให้คนหันกลับมาพิจารณามากขึ้น” นายสมศักดิ์ กล่าวอย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์ความไม่สงบทางการเมืองในประเทศ ซึ่งมองว่าอาจยืดเยื้อ ทำให้บริษัทต้องปรับเป้ายอดขายใหม่ จากเมื่อต้นปีตั้งเป้าจะเติบโต 20% หรือขาย 1,100 ล้านบาท โดยได้ปรับเป้าขายใหม่ให้เท่ากับปีก่อนที่มียอดขายรวม 900 ล้านบาท ซึ่งในเดือน ม.ค. และ ก.พ. ที่ผ่านมา บริษัทมียอดขายเดือนละ 40 หลัง แต่ในเดือน มี.ค. เดือนเดียวมียอดขาย 160 หลัง ซึ่งเป็นผลจากมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ทำให้ลูกค้าส่วนหนึ่งเร่งตัดสินใจซื้อและโอน ส่งผลให้ยอดขายเดือน มี.ค. ที่ผ่านมาโตมากกว่าปกติ 45 เท่าตัว
ปัจจุบันบริษัทมีสินค้าในพอร์ตประมาณ 700 ยูนิต ส่วนใหญ่เป็นบ้านเดี่ยวในกลุ่มแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ และควอลิตี้ เฮ้าส์ ราคาขายเฉลี่ย 5 ล้านบาท ถึง 90% ที่เหลือจะเป็นทาวน์เฮาส์และคอนโดมิเนียม
“
เวลานี้ก็ต้องดูที่ปัจจัยการเมืองเป็นหลัก หากไม่รุนแรงไปมากกว่าที่เป็น ก็ไม่น่าจะมีผลกระทบมาก ขณะที่เศรษฐกิจโลกเริ่มปรับตัวดีขึ้น ราคาพืชผลทางการเกษตรปรับสูงขึ้น คนก็ไม่ได้ตกงานเพิ่มขึ้น ส่วนความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยนั้นยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง” นายสมศักดิ์ กล่าวว่าทั้งนี้ ตลาดบ้านมือสองส่วนใหญ่จะคึกคักในช่วงไตรมาส 34 เห็นได้จากสัดส่วนรายได้บริษัทมาจากครึ่งปีหลังถึง 60%ซึ่งพิจารณาได้จากยอดขายของบริษัทที่จะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง 60% และมาจากครึ่งปีแรก 40%







