
หุ้น-น้ำมันสหรัฐดิ่งแรง
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลง106.59 จุดที่ 15,302.80 จุด วิตกเฟดชะลอซื้อบอนด์ ขณะที่ ราคาน้ำมันลดลง 1.88 ดอลลาร์ ปิดที่ 93.13 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลง106.59 จุดที่ 15,302.80 จุด วิตกเฟดชะลอซื้อบอนด์ ขณะที่ ราคาน้ำมันลดลง 1.88 ดอลลาร์ ปิดที่ 93.13 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ร่วงลง 106.59 จุด หรือ 0.69% ปิดที่ 15,302.80 จุด ดัชนี S&P 500 ลดลง 11.70 จุด หรือ 0.70% ปิดที่ 1,648.36 จุด และดัชนี Nasdaq ปรับตัวลง 21.37 จุด หรือ 0.61% ปิดที่ 3,467.52 จุด
ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กเป็นไปอย่างผันผวน เนื่องจากนักลงทุนเริ่มกลับมาวิตกกังวลว่า เฟดอาจจะชะลอมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) หรือโครงการซื้อพันธบัตรรัฐบาล หลังจากที่หลักฐานบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐเริ่มฟื้นตัว โดยดัชนีราคาบ้านในเดือนมีนาคมเพิ่มขึ้น 10.9% จากเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดเมื่อเทียบเป็นรายปีนับตั้งแต่เดือนเม.ย.2549 หรือในรอบ 7 ปี ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของคอนเฟอเรนซ์ บอร์ด พุ่งสู่ระดับ 76.2 ในเดือนพ.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.พ.2551
ด้าน สัญญาล่วงหน้าน้ำมันดิบชนิดไลต์สวีตครูดของสหรัฐฯ งวดส่งมอบเดือนกรกฎาคม ลดลง 1.88 ดอลลาร์ ปิดที่ 93.13 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนเบรนท์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนเดียวกัน ลดลง 1.80 ดอลลาร์ ปิดที่ 102.43 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ทั้งนี้ของนักลงทุนกังวล หลังจากองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา(OECD) ปรับลดประมาณการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกปี 2013 ลงจากร้อยละ 3.4 เหลือ 3.1 ขณะเดียวกันทางกองทุนการเงินระหว่างประเทศ(IMF) ก็ปรับลดตัวเลขคาดการณ์อัตราเติบโตของจีนเป็นรอบที่สอง จากร้อยละ 8.0 เหลือ 7.75
นอกจากนี้แล้วตลาดยังคงมีความกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด) จะเริ่มชะลอโครงการเข้าซื้อสินทรัพย์เดือนละ 85,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หลังจากเมื่อเร็วๆนี้พบเห็นสัญญาณทางบวกที่บ่งชี้ถึงความยืดหยุ่นในเศรษฐกิจอเมริกา







