
ไทยเบอร์1อาเซียน
ตลาดหลักทรัพย์ตั้งเป้า 3 ปี หุ้นไทยใหญ่ไม่แพ้ใครในภูมิภาคอาเซียน หรือแตะระดับ 21 ล้านล้านบาท
ตลาดหลักทรัพย์ตั้งเป้า 3 ปี หุ้นไทยใหญ่ไม่แพ้ใครในภูมิภาคอาเซียน หรือแตะระดับ 21 ล้านล้านบาท
นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ได้ตั้งเป้าหมายภายใน 3 ปีข้างหน้า หรือภายในปี 2558 จะเป็นหนึ่งในตลาดหุ้นที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (มาร์เก็ตแคป) ขนาดใหญ่เทียบเท่ากับตลาดหุ้นอื่นๆ ในภูมิภาคนี้ หรือเห็นมาร์เก็ตแคปที่ระดับ 7 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 21 ล้านล้านบาท จากปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 13.6 ล้านล้านบาท เป็นอันดับ 2 รองจากสิงคโปร์ ซึ่งมาร์เก็ตแคปอยู่ที่ระดับ 7 แสนล้านเหรียญสหรัฐ
ตลาดหลักทรัพย์ประเมินว่า ปัจจัยหลักจะดันให้มาร์เก็ตแคปเพิ่มขึ้นสูงได้ น่าจะเป็นผลมาจากการใช้ตลาดหุ้นไทยเป็นส่วนหนึ่งของแหล่งระดมทุนใช้ในโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท และบริษัทลูกของรัฐวิสาหกิจเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น เพราะรัฐวิสาหกิจไม่สามารถเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหุ้นได้
“ดัชนีหุ้นที่ปรับขึ้นมาระดับปัจจุบันทำให้ช่องทางการในการระดมทุนในตลาดหุ้นมีต้นทุนที่ต่ำ เมื่อเทียบกับ 3 ปีที่ผ่านมาดัชนีหุ้นไทยอยู่ที่ระดับ 750 จุด” นายจรัมพร กล่าว
นอกจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์มีแผนจะร่วมกับบีเอ็นพี พาริบาส ไปโรดโชว์ทางกลุ่มยุโรปคือ อังกฤษ สวีเดน เนเธอร์แลนด์ และเดนมาร์ก ระหว่างวันที่ 17-21 มิ.ย.นี้ และจะร่วมกับทางโนมูระไปโรดโชว์ที่ฮ่องกงและญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 3-5 ก.ค.นี้
นายจรัมพร ยังกล่าวว่า ทางตลาดหลักทรัพย์ได้สนับสนุนสมาคมบริษัทหลักทรัพย์จัดทำบทวิเคราะห์หุ้นมากขึ้น ด้วยการเลือกซื้อข้อมูลจากบริษัท S&P Capital IQ เพื่อให้บริษัทจัดทำบทวิเคราะห์หุ้นขนาดกลางและเล็กที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มดัชนี SET100 โดยให้ครอบคลุมหุ้นที่มีมาร์เก็ตแคปลำดับที่ 101-250 เพื่อให้ผู้ลงทุนใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุน
นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ กล่าวเสริมว่า มีบริษัทสมาชิกสนใจเข้าร่วมใช้บริการอย่างเป็นทางการ 10 บริษัท โดยจะเริ่มเผยแพร่ในวันที่ 10 มิ.ย.นี้ และเผยแพร่ทุกวันจันทร์ เป็นข้อมูลทางด้านการเงินปกติ และหากหุ้นตัวใดมีการซื้อขายหนาแน่นต่อเนื่องเป็นเวลา 4 สัปดาห์ติดต่อกันจะจัดทำบทวิเคราะห์ฉบับเต็ม
นอกจากนี้ หากมีหุ้นตัวใดราคาขึ้นร้อนแรงผิดปกติ อาจจะขอความร่วมมือจากบริษัทจดทะเบียนพบนักวิเคราะห์ เพื่อให้ข้อมูลและนักวิเคราะห์จะได้จัดทำบทวิเคราะห์ แต่สภาวะซื้อขายในหุ้นเก็งกำไรในขณะนี้เริ่มดีขึ้น
บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นเอเชียเริ่มฟื้น หลังจากธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) จะจัดการประชุมกับนักลงทุนในตลาดพันธบัตร เพื่อหามาตรการสกัดความผันผวนของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวของญี่ปุ่น (JGB) โดยก่อนหน้านี้ตลาดหุ้นทั่วเอเชียต้องปรับลดลงหนักตามสภาวะบอนด์ช็อก อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปี พุ่งขึ้นแรงกว่า 0.60% จนขึ้นไปแตะระดับ 1% ภายในเวลาไม่ถึง 1 สัปดาห์ โดยมีความเป็นไปได้สูงที่บีโอเจอาจแก้ปัญหาในเบื้องต้นด้วยการเพิ่มวงเงินในการเข้าซื้อพันธบัตร เพื่อเป็นการลดสภาวะเก็งกำไร และเพื่อกดระดับอัตราผลตอบแทนลง
“ข่าวดีนี้ถือเป็นตัวกระตุ้น ทำให้ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ตอบรับกันเกรียวกราว โดยหลายตลาดเริ่มพลิกจากติดลบกลับมายืนในแดนบวกได้ ส่วนหุ้นไทยแม้ดัชนีดีดขึ้นสูงกว่า 1,600 จุดได้ แต่มีแนวต้านสำคัญทางเทคนิคอยู่ที่ 1,617 จุด” บล.เอเซียพลัส ระบุ







