posttoday
ไทยพาณิชย์เชื่อดอกเบี้ยคง2.50%ถึงสิ้นปี

ไทยพาณิชย์เชื่อดอกเบี้ยคง2.50%ถึงสิ้นปี

29 พฤษภาคม 2556

ไทยพาณิชย์ คาด กนง.จะคงดอกเบี้ยระดับ 2.50% ไปถึงสิ้นปี เหตุความเสี่ยงหนี้ครัวเรือนและฟองสบู่สินเชื่ออสังหาริมทรัพย์

ไทยพาณิชย์ คาด กนง.จะคงดอกเบี้ยระดับ 2.50% ไปถึงสิ้นปี เหตุความเสี่ยงหนี้ครัวเรือนและฟองสบู่สินเชื่ออสังหาริมทรัพย์

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ ให้มุมมองเกี่ยวกับการที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเอกฉันท์ให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ต่อปี หรือจากอัตรา 2.75% เหลือ 2.50% ในวันนี้ (29 พฤษภาคม 2013) โดยวิเคราะห์ว่า เป็นเพราะการชะลอตัวของการใช้จ่ายภายในประเทศในไตรมาสแรก ทำให้กนง. ตัดสินใจลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย การขยายตัวของอุปสงค์ในประเทศทั้งการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนในไตรมาสที่ 1 ของปี 2013 ที่ต่ำกว่าการคาดการณ์ ทำให้ กนง. ผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติมเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศ และรักษาแรงส่งต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจภายใต้ภาวะแรงกดดันเงินเฟ้อที่มีไม่มากนัก แนวโน้มแข็งค่าของเงินบาท และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก

อย่างไรก็ตาม ธปท. ยังกังวลความเสี่ยงด้านเสถียรภาพการเงินรวมไปถึงเงินทุนเคลื่อนย้าย การลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอาจเป็นการเร่งการขยายตัวของสินเชื่อ ซึ่งหากอยู่ระดับที่สูงเกินไปจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเงินได้ นอกจากนี้เงินทุนเคลื่อนย้ายจากมาตรการผ่อนคลายทางการเงินของประเทศสหรัฐฯ และญี่ปุ่น ก็ยังคงเป็นความเสี่ยงต่อเสถียรภาพการเงินที่ธปท.ให้ความสนใจเช่นกัน

ทั้งนี้  ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ คาดว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบายคงอยู่ที่ระดับ 2.50% จนถึงสิ้นปี เพราะพิจารณาจากหนี้ครัวเรือนและความเสี่ยงในภาคอสังหาริมทรัพย์แล้ว ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้โอกาสในการลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมมีไม่มากนัก นอกจากนี้เศรษฐกิจไทยยังมีแนวโน้มขยายตัวได้ดีราว 5% แม้ว่าจะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเนื่องจากการบริโภคภาคเอกชนขยายตัวต่ำกว่าที่คาดในไตรมาสแรกก็ตาม โดยการส่งออกที่เริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว และการลงทุนภาครัฐที่ยังขยายตัวไปตามคาดจะเป็นแรงส่งเพิ่มเติมให้แก่เศรษฐกิจไทยในปีนี้

อย่างไรก็ดี ต้องจับตาดูมาตรการกำกับดูแลเสถียรภาพทางเศรษฐกิจเพิ่มเติม ธปท.อาจมีการใช้มาตรการ Macroprudential เพิ่มเติม เพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในภาวะที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ และสินเชื่อภาคครัวเรือนขยายตัวสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรการกำกับดูแลการปล่อยสินเชื่อในภาคอสังหาริมทรัพย์ เช่น การลดอัตราส่วนวงเงินกู้ต่อมูลค่าหลักประกัน (Loan to Value: LTV) ลงสำหรับผู้ที่ซื้อบ้านหลังที่ 2 ขึ้นไป เพื่อชะลอความร้อนแรงในการเก็งกำไรที่อยู่อาศัยและลดความเสี่ยงในการเกิดฟองสบู่

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ