posttoday
ไทยหืดขึ้นคอส่งออกข้าวเสี่ยงเสียแชมป์ต่ออีกปี

ไทยหืดขึ้นคอส่งออกข้าวเสี่ยงเสียแชมป์ต่ออีกปี

29 พฤษภาคม 2556

โดย...อรวรรณ จันทร์ธิวัตรกุล

โดย...อรวรรณ จันทร์ธิวัตรกุล

การส่งออกข้าวของไทยตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาอยู่ในภาวะชะลอตัว ทั้งนี้เนื่องจากปัจจัยสำคัญๆ อาทิ ราคาข้าวไทยที่สูงกว่าประเทศคู่แข่งมาก อันเป็นผลพวงจากนโยบายรับจำนำของรัฐบาล ปริมาณข้าวที่มีอยู่มากทั้งในไทยเองและประเทศคู่แข่งอย่างอินเดีย รวมทั้งประเทศผู้นำเข้ามีผลผลิตภายในเพิ่มมากขึ้น จึงไม่จำเป็นต้องซื้อข้าวจากประเทศไทย จากเหตุการณ์แวดล้อมดังกล่าว จึงน่าเป็นห่วงว่าปีนี้ไทยคงจะไม่สามารถทวงแชมป์ส่งออกข้าวของโลกคืนได้

ยาก หลังอินเดียเวียดนาม เบียดแย่งส่งออกข้าวสูงสุด

ชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยว่า การส่งออกข้าวไทยปี 2556 มีแนวโน้มที่ไทยจะไม่สามารถกลับมาส่งออกข้าวเป็นอันดับหนึ่งของโลกได้ เนื่องจากอินเดียยังมีสต๊อกข้าวเหลืออยู่อีก 30 ล้านตัน ทำให้คาดว่าในปีนี้อินเดียจะยังคงส่งออกข้าวไม่ต่ำกว่า 9 ล้านตัน แม้จะลดจากการส่งออกปี 2555 ที่อินเดียส่งออกได้ถึง 10 ล้านตัน แต่ก็ยังส่งออกข้าวสูงกว่าไทยอยู่ดี

ขณะที่เวียดนามการส่งออกข้าวปีนี้มีแนวโน้มที่จะส่งออกได้สูงถึงกว่า 8 ล้านตัน เพราะผลผลิตข้าวเพิ่มสูงมาก อีกทั้งราคาส่งออกข้าวเวียดนามปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ตันละ 370380 เหรียญสหรัฐ/ตัน เพราะมีการแข่งขันด้านราคากับข้าวของอินเดีย ส่วนราคาข้าวไทยยังคงทรงตัวอยู่ที่ตันละ 550-560 เหรียญสหรัฐ ทำให้ราคาข้าวไทยยังห่างจากคู่แข่งอยู่มากกว่าตันละ 100 เหรียญสหรัฐ และผู้ซื้อหันไปซื้อข้าวจากประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น

นอกจากนี้ ในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา ไทยส่งออกข้าวได้ 2.4 ล้านตัน หากไทยต้องการจะส่งออกให้ได้ตามเป้าหมายกระทรวงพาณิชย์ 8.5 ล้านตัน จะต้องส่งออกให้ได้เฉลี่ยเดือนละ 8 แสนตัน ซึ่งมีความเป็นไปได้ยากมาก

“ปีนี้จึงประเมินว่าอินเดียและเวียดนามเบียดแซงไทยเพื่อแย่งเป็นผู้ส่งออกข้าวเบอร์ 1 ของโลก ในแง่ของปริมาณ” ชูเกียรติ กล่าว

นอกจากนั้น ความต้องการข้าวในตลาดโลกยังลดลง โดยอินโดนีเซียไม่มีแผนนำเข้าข้าวจากทั้งเวียดนามและไทย เพราะสต๊อกข้าวยังมีอยู่สูงและผลผลิตในประเทศยังเพิ่มต่อเนื่อง ส่วนฟิลิปปินส์รัฐบาลมีนโยบายลดการนำเข้าข้าวและหันมาพึ่งพาตนเอง โดยแผนงานปี 2554-2559 เน้นเพิ่มพื้นที่เพาะปลูก เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร อีกทั้งแต่ปัจจุบันฟิลิปปินส์ยังต้องนำเข้าข้าว เพราะต้องสต๊อกข้าวล่วงหน้า 4 เดือน แหลังปี 2557 มีแผนส่งออกข้าวคุณภาพสูง

ทั้งนี้ ไทยครองความเป็นผู้ส่งออกข้าวอันดับหนึ่งของโลกมาเป็นระยะเวลาหลายสิบปี แต่ปี 2555 ไทยส่งออกได้ลดลง เป็นผลจากราคาข้าวไทยสูงกว่าคู่แข่งมาก ทำให้อินเดียแซงไทยเป็นผู้ส่งออกอันดับหนึ่ง และเวียดนามเบียดขึ้นมาเป็นอันดับสอง กระแทกไทยตกลงไปอยู่อันดับสามในที่สุด

นอกจากประเทศคู่แข่งสำคัญๆ ที่จะมีการส่งออกเพิ่มมากขึ้นแล้ว ที่น่าจับตามองคือ ประเทศผู้ส่งออกข้าวในภูมิภาคอาเซียน ทั้งเมียนมาร์ กัมพูชา และลาว ต่างกำลังขยับขึ้นเป็นผู้ขายข้าวหน้าใหม่ โดย ปวิน ซาน รมช.พาณิชย์ของประเทศเมียนมาร์ กล่าวในงานประชุมข้าวนานาชาติ ที่จัดขึ้นที่ จ.เชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 2728 พ.ค. ว่า นโยบายข้าวของรัฐบาลเมียนมาร์จะเน้นเพิ่มพื้นที่ผลิต และเปิดโอกาสการลงทุนจากต่างชาติเข้ามามีส่วนร่วมลงทุนภาคเกษตรเพื่อเพิ่มการส่งออก โดยเป้าหมายผลักดันการส่งออกข้าวสารในปี 2563 ให้ถึง 4.5 ล้านตัน ขณะที่การส่งออกช่วง 3 เดือนแรกปีนี้ ส่งออกได้สูงสุดในรอบ 10 ปี ปริมาณถึง 1.5 ล้านตัน และเมียนมาร์จะสนับสนุนการจัดตั้งสมาพันธ์ข้าวอาเซียนด้วย

ด้าน กาน จันเมตา รมช.พาณิชย์กัมพูชา กล่าวว่า ขณะนี้กัมพูชาผลิตข้าวได้เกินการบริโภคในประเทศ 4 ล้านตันข้าวเปลือก หรือ 2 ล้านตันข้าวสาร จึงมีแผนผลักดันการส่งออกข้าวสารเพิ่มจากปัจจุบัน 45 หมื่นตัน เพิ่มเป็น 1 ล้านตันในปี 2558 และตั้งเป้าหมายเพิ่มเป็น 10 ล้านตันในปี 2563 โดยรัฐบาลมีแผนส่งเสริมการเพิ่มผลผลิตและดึงการลงทุนจากต่างชาติ ซึ่งขณะนี้กัมพูชาได้ลงนามขายข้าวให้อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ประเทศละ 100 ตันต่อปี

นาม วิยะเกด รมว.อุตสาหกรรมและการค้า สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว กล่าวว่า ลาวจะร่วมมือกับผู้ผลิตข้าวในอาเซียน ดำเนินนโยบายความร่วมมือข้าว 5 ประเทศ เพราะมองว่าเป็นประโยชน์กับอาเซียนอย่างมาก หากสามารถร่วมกันวางแผนการผลิตและการค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยดึงราคาข้าวของอาเซียนให้สูงขึ้นได้ และจะทำให้การส่งออกข้าวของลาวเพิ่มขึ้นได้ด้วย และหากความร่วมมือค้าข้าว 5 ประเทศระหว่างประเทศผู้ผลิตอาเซียนเกิดขึ้นเป็นรูปธรรมแล้ว ก็จะนำไปสู่ความร่วมมือกับประเทศผู้นำเข้าในอาเซียน ทั้งมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ต่อไป

ที่ต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด ด้านฑิฆัมพร นาทวรทัต รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า การระบายข้าวในสต๊อกรัฐบาลรูปแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ยังคงเดินหน้าต่อไป ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการทยอยส่งมอบ และมีการเจรจาขายข้าวสำหรับผลผลิตใหม่ที่รัฐได้รับจากโครงการรับจำนำ อย่างไรก็ตาม เพื่อปรับกลยุทธ์และดึงเข้ามาร่วมมือกับไทยทั้งด้านการผลิต และการจำหน่ายเพื่อให้อาเซียนเป็นแหล่งผลิตและขายข้าวของโลก

นายซูทาร์โต อลิโมโซ ประธานหน่วยงานนำเข้าข้าวของอินโดนีเซีย (บูล็อก) กล่าวว่า ปีนี้อินโดนีเซียไม่มีแผนนำเข้าข้าว จากทั้งเวียดนามและไทย เพราะสต๊อกข้าวยังมีอยู่สูงและผลผลิตในประเทศยังเพิ่มต่อเนื่อง นอกจากนี้รัฐบาลอินโดนีเซียกำลังส่งเสริมการเพิ่มผลผลิตข้าวและเทคโนโลยีใหม่ เพื่อลดการนำเข้าข้าวซึ่งปกติต้องนำเข้าปีละ 2 ล้านตัน

น.ส.กอบสุข เอี่ยมสุรีย์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า การส่งออกข้าวไทยขณะนี้อยู่ในภาวะชะลอตัว โดย 4 เดือนแรกส่งออกได้ 2 ล้านตัน แต่คาดว่าทั้งปีภาคเอกชนจะส่งออกข้าวได้ 6.5 ล้านตัน และไทยยังมีความพร้อมเป็นศูนย์กลางการค้าข้าวในอาเซียนได้

นายโอฬาร ไชยประวัติ ประธานผู้แทนการค้าไทย (ทีทีอาร์) กล่าวว่า ยุทธศาสตร์ด้านการตลาดข้าวต่างประเทศของไทยว่า มี 4 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ ยุทธศาสตร์การผลักดันการส่งออกข้าวในเชิงมูลค่าแทนการส่งออกในเชิงปริมาณ และการส่งออกแบบจีทูจี ยุทธศาสตร์การพัฒนาภาพลักษณ์ข้าวไทยและส่งเสริมคุณภาพมาตรฐานข้าว โดยเฉพาะข้าวท้องถิ่นต่างๆ ยุทธศาตร์การพัฒนาตลาดพิเศษใหม่เพื่อเจาะกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูง เช่น ข้าวหอมมะลิอินทรีย์ และยุทธศาสตร์แสวงหาความร่วมมือในระดับภูมิภาค เช่น ความร่วมมือค้าข้าว 5 ประเทศ ระหว่างไทย ลาว กัมพูชา พม่า และเวียดนาม เพื่อสร้างเสถียรภาพราคาข้าวโลก

รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า ในการประชุมข้าวครั้งนี้ มีผู้ซื้อจากประเทศต่างๆเข้าร่วมการประชุม เพื่อขอรับฟังความชัดเจนแนวทางการดำเนินนโยบายสินค้าข้าวของไทย รวมถึงต้องการนำเสนอปัญหาการค้าข้าวของไทย โดยเฉพาะราคาที่เพิ่มสูงขึ้นทำให้ส่วนแบ่งตลาดข้าวของผู้นำเข้าในต่างประเทศลดลง อย่างไรก็ตามพบว่าในการประชุมครั้งนี้ ผู้ซื้อไม่ได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็นดังกล่าวในเวทีการประชุมไทยแลนด์ ไรซ์ คอนเวนชั่น คาดว่าจะมีการสอบถามนโยบายรับจำนำข้าวของรัฐบาลนอกรอบการประชุมเป็นส่วนใหญ่

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท