
เออีซีเพิ่มโอกาสแฟรนไชส์‘ไทย’รุกตลาดภูมิภาค
คาดเออีซีเปิดโอกาสธุรกิจแฟรนไชส์ไทยรุกคืบประเทศเพื่อนบ้าน ชี้ปีนี้กลุ่มอาหารเครื่องดื่มเติบโตดี
คาดเออีซีเปิดโอกาสธุรกิจแฟรนไชส์ไทยรุกคืบประเทศเพื่อนบ้าน ชี้ปีนี้กลุ่มอาหารเครื่องดื่มเติบโตดี
นายพีระพงษ์ กิติเวชโภคาวัฒน์ ประธานที่ปรึกษา บริษัท บิสิเนส โค้ช แอนด์ คอนซัลติ้ง กล่าวว่า การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) น่าจะเป็นโอกาสให้ธุรกิจแฟรนไชส์ของไทยบุกตลาดอาเซียนได้มากยิ่งขึ้น หลังจากปัจจุบันมีแฟรนไชส์ไทยเพียง 16 ราย หรือ 69% ของทั้งหมด สามารถขยายสาขาไปยังประเทศเพื่อนบ้านได้ ซึ่งถือเป็นสัดส่วนน้อยมาก เมื่อเทียบกับประเทศอื่นในอาเซียน โดยเฉพาะฟิลิปปินส์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และสิงคโปร์
ทั้งนี้ การออกไปแข่งขันในตลาดต่างประเทศ ผู้ประกอบการแฟรนไชส์จะต้องสร้างธุรกิจให้เข้มแข็ง ที่สำคัญต้องวางระบบแฟรนไชส์ การบริหารจัดการและรูปแบบเงื่อนไขการตลาดที่แข็งแรงก่อน เพราะสิ่งเหล่านี้ยังเป็นจุดอ่อนของแฟรนไชส์ไทย
ขณะเดียวกัน นายพีระพงษ์เห็นด้วยที่จะมีการยกร่างกฎหมายเกี่ยวกับธุรกิจแฟรนไชส์ให้มีความชัดเจน เพื่อสร้างมาตรฐานในการทำธุรกิจ ทั้งยังเป็นการช่วยคุ้มครองลิขสิทธิ์ทางปัญญาของเจ้าของธุรกิจ อย่างไรก็ตาม จะต้องมีการหารือร่วมกันถึงกฎระเบียบที่จะออกมา เพราะหากเข้มงวดเกินไปจะทำให้ธุรกิจแฟรนไชส์ไม่ขยายตัว
นายพีระพงษ์ กล่าวถึงภาพรวมธุรกิจแฟรนไชส์ของไทย ว่าปัจจุบันเริ่มมีการขยายตัวดีขึ้นจากช่วงก่อนหน้านี้ที่เกิดปัญหาเศรษฐกิจ โดยเชื่อว่าหากเศรษฐกิจไม่ชะลอตัวลงในช่วง 12 ปีนี้ มูลค่าตลาดธุรกิจจะแตะระดับ 2 แสนล้านบาท ได้แน่นอน
สำหรับภาพรวมครึ่งปีแรกพบว่า ธุรกิจแฟรนไชส์ขยายตัวในทิศทางที่ดี มีธุรกิจเตรียมเปิดใหม่ไม่ต่ำกว่า 60 ราย และในจำนวนนี้เป็นแฟรนไชส์ที่มาจากต่างประเทศถึง 10 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มอาหารของกินเล่นและไอศกรีม
ทั้งนี้ คาดว่าจำนวนธุรกิจแฟรนไชส์จะขยายตัว 17% เพิ่มจาก 368 รายในปีที่ผ่านมา เป็น 800 รายในปีนี้ ขณะที่มูลค่าตลาดจะเพิ่มขึ้น 20% เป็น 1.68 แสนล้านบาท โดยกลุ่มที่มีการขยายตัวมากขึ้นคือ อาหารและเครื่องดื่ม ส่วนกลุ่มที่เติบโตน้อยลงคือ กลุ่มธุรกิจติวเตอร์ที่มีความต้องการจากตลาดสูง แต่มีปัญหาขาดแคลนบุคลากร จึงทำให้ไม่สามารถขยายสาขาไปต่างจังหวัดได้







