
จับทิศสร้างธุรกิจแอพฝ่าสมรภูมิเรดโอเชี่ยน
ถ้าพิจารณาตลาดแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต ซึ่งมีสองตลาดสำคัญ คือ ไอโอเอส และกูเกิลเพลย์ มีแอพรวมกันมากกว่า 1 ล้านแอพ นี่คือเรดโอเชี่ยนของแท้ โอกาสที่จะมีคนหันมาสนใจแอพที่พัฒนาขึ้นมาสักอันเป็นเรื่องที่ยากมาก ดังนั้นหากจะสร้างรายได้จึงยากยิ่งกว่า
ถ้าพิจารณาตลาดแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต ซึ่งมีสองตลาดสำคัญ คือ ไอโอเอส และกูเกิลเพลย์ มีแอพรวมกันมากกว่า 1 ล้านแอพ นี่คือเรดโอเชี่ยนของแท้ โอกาสที่จะมีคนหันมาสนใจแอพที่พัฒนาขึ้นมาสักอันเป็นเรื่องที่ยากมาก ดังนั้นหากจะสร้างรายได้จึงยากยิ่งกว่า
สิทธิพล พรรณวิไล หรือหนูเนย ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาและออกแบบแอพบนมือถือทุกระบบปฏิบัติการ เจ้าของบริษัท หัวลำโพง ผู้พัฒนาแอพ MOLOME โซเชียลการแชร์รูปภาพ กล่าวว่า แนวทางอนาคตไม่ใช่พัฒนาแอพเพื่อขาย หรือหวังขายโฆษณาแบนเนอร์ ซึ่งค่าเฉลี่ยทั่วโลกผู้พัฒนาจะได้เงิน 15 เซนต์ต่อผู้ใช้ 1 คนต่อวัน และสร้างความรำคาญให้ผู้ใช้ ดังนั้น โมเดลนี้ก็ไม่ใช่แนวทางที่สดใสนัก
ทางออกคือ พัฒนาแอพที่ดาวน์โหลดฟรี แต่ขายสินค้าหรือบริการพิเศษเพิ่มในแอพ ซึ่งผู้ใช้ยินดีจะจ่ายเงินหากเปรียบเทียบการจ่าย แต่การจ่ายในแอพมีโอกาสที่ผู้ใช้จะจ่ายเงินเรื่อยๆ ตัวอย่างเช่น สติ๊กเกอร์ในไลน์ ที่ผู้ใช้ยินยอมซื้อสติ๊กเกอร์สวยๆ แปลกๆ มาใช้และรู้สึกพึงพอใจ
จากการสำรวจทั่วโลกพบว่า มีแอพประมาณ 5% เท่านั้นที่ประสบความสำเร็จ แม้โอกาสไม่มากแต่ท้าทาย โดยปัจจัยที่นำไปสู่ความสำเร็จคือ แอพนั้นต้องใช้งานบนทุกระบบของมือถือ ต้องแย่งเวลาในชีวิตของผู้ใช้ไป เหมือนเฟซบุ๊กที่คนใช้พร้อมจะเปิดตลอดเวลา และต้องมีการใช้ซ้ำอย่างต่อเนื่อง มีการอัพเดทใหม่ตลอดเวลา การออกแบบต้องสวยงาม ใช้งานง่าย และต้องรู้จักทำตลาดให้เป็นที่รู้จัก
“แต่ถ้าต้องการหลีกหนีจากตลาดเรดโอเชี่ยน สามารถเปลี่ยนมาพัฒนาเอนเตอร์ไพรส์แอพ หรือแอพสำหรับองค์กรธุรกิจได้ ตลาดมีความต้องการสูงมาก เช่น ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มีการใช้แอพเพื่องานขาย งานตรวจรับ ธุรกิจประกันภัยใช้แอพเพื่อให้บริการ ธุรกิจค้าปลีกใช้แอพเพื่อตรวจเช็กสินค้า” สิทธิพล กล่าว
ยุคลอาจ ชาญพานิชกิจการ ซีไอโอ บริษัท แอพโซลูท เพลย์ หัวหน้าทีมพัฒนาแอพ ติ๊กเก้อ กล่าวว่า การศึกษาวัฒนธรรมท้องถิ่นและนำมาพัฒนาแอพก็เป็นสิ่งสำคัญ เช่น ติ๊กเก้อ ที่มองเห็นว่า คำเสี่ยวท้ายรถบรรทุก ทุกคนชอบอ่านและอยากบอกต่อ เพราะเป็นเรื่องตลกและยังไม่มีแอพลักษณะนี้มาก่อน เมื่อคิดได้ก็ลงมือทำทันที โดยเน้นความง่ายและรวดเร็ว จากนั้นเปิดบริการเพื่อทดลองตลาด
“จุดเด่นของติ๊กเก้อคือ อารมณ์ขัน สามารถปรับเล่นกับกระแสสังคมที่กำลังนิยมในเวลานั้น เช่น ละครคุณชายพุฒิภัทร ทำให้ได้รับความนิยมต่อเนื่อง แม้จะไม่หวือหวาเท่าช่วงแรก แต่ก็ยังมีการใช้งานอยู่ตลอดสม่ำเสมอ” ยุคลอาจ กล่าว
สำหรับโมเดลธุรกิจ ติ๊กเก้อไม่ขายแบนเนอร์โฆษณา แต่ใช้วิธีร่วมมือกับแบรนด์สินค้าต่างๆ คิดคำสนุกๆ ให้ผู้ใช้นำไปแชร์ต่อผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ก สร้างปรากฏการณ์สินค้าที่มาร่วม เช่น ยาสตรีเบนโล หรือยาแก้ไอน้ำดำตราเสือดาว และยังมีแบรนด์อื่นๆ อีกมาก นี่คืออีกช่องทางในการสร้างรายได้
วัชรพงษ์ พจนีย์นนท์ ผู้จัดการไลน์ประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันไลน์มีผู้ใช้ 15 ล้านราย ปัจจัยสำคัญคือ ไลน์เข้าใจอารมณ์ผู้ใช้ เริ่มต้นจากแอพโซเชียลแชท ซึ่งคนยินดีที่จะใช้งานนานๆ ได้ มีสติ๊กเกอร์ที่ทุกคนใช้ได้เหมือนกัน และทั้งหมดคือคาแรกเตอร์ที่ต่อยอดได้ทั้งทางธุรกิจ
โมเดลธุรกิจการร่วมมือกับแบรนด์สินค้าสร้างเป็นแอคเคาท์ธุรกิจขึ้น ผู้ใช้สามารถเลือกว่าจะติดตามข้อมูลหรือไม่ก็ได้ ไม่บังคับให้ต้องรับข้อมูลที่ไม่ตรงกับความต้องการ นี่คือการเอาใจเขามาใส่ใจเรา ส่วนไทม์ไลน์เป็นการแชร์ความคิดความรู้สึกเพื่อบอกความเป็นตัวตน และสิ่งต่อมาคือ การพัฒนาเกมบนไลน์ ให้ทุกคนที่เป็นเพื่อนกันในไลน์ได้เล่นเกมด้วยกัน
“ไลน์พัฒนาอีโคซิสเต็มส์ของแอพที่ผู้ใช้สามารถอยู่ในไลน์โดยไม่ต้องออกไปที่อื่นอีกเลย แชทกับเพื่อน แชร์ประสบการณ์ เล่นเกม ติดตามข่าวสารสินค้าและบริการที่สนใจ ทุกคนใช้บริการได้เหมือนกัน แต่ถ้าอยากได้สิทธิพิเศษเพิ่มก็สามารถจ่ายเงินเล็กน้อยได้ใช้ทันที” วัชรพงษ์ กล่าว







