
‘บล.เอเซีย พลัส’ ลดหุ้นไทยยันธุรกิจหลักทรัพย์’56สดใส
เอเซีย พลัส ลดพอร์ตลงทุนหุ้นไทยเท่ากับหุ้นต่างประเทศ
เอเซีย พลัส ลดพอร์ตลงทุนหุ้นไทยเท่ากับหุ้นต่างประเทศ
นายก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส (ASP) เปิดเผยว่า พอร์ตลงทุนของบริษัทที่มีอยู่กว่า 2,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่จะเป็นการลงทุนระยะสั้น ได้ลดสัดส่วนการลงทุนในหุ้นไทยลงมาใกล้เคียงกับหุ้นต่างประเทศในระยะที่ดัชนีหุ้นปรับตัวลดลงมา จากก่อนหน้านี้ให้น้ำหนักลงทุนหุ้นไทยมากกว่า
ทั้งนี้ ภาพรวมยังมองตลาดหุ้นไทยยังดี ตราบใดในสายตาของนักลงทุนต่างประเทศมองภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นเขตเศรษฐกิจประเทศที่มีการเติบโตสูง
อย่างไรก็ตาม บริษัทมีการติดตามความเสี่ยงอยู่เสมอ และเชื่อว่ามี 2 ปัจจัยที่จะฉุดให้ตลาดหุ้นปรับตัวลดลงแรงได้ คือ ประการแรก ความขัดแย้งทางการเมืองทั้งในประเทศและต่างประเทศ และประการที่สอง การถอนมาตรการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบ หรือมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี)
นายก้องเกียรติ เชื่อว่าภาพรวมธุรกิจหลักทรัพย์ในปีนี้มีการเติบโตที่ดี ส่งผลดีต่อผลการดำเนินงานของ บล.เอเซีย พลัส ในไตรมาสแรกที่ผ่านมา ทุกธุรกิจสามารถสร้างรายได้และผลกำไรในระดับที่สูง จนมีสัดส่วนเกิน 50% ของผลดำเนินงานตลอดปี 2555 สำหรับไตรมาส 2 แนวโน้มยังดี แต่อาจไม่เท่าไตรมาสแรก แต่เชื่อว่าในช่วงครึ่งหลังของปีนี้โดยภาพรวมยังดีอยู่ ปริมาณการซื้อขายน่าจะสามารถรักษาในระดับสูง 5 หมื่นล้านบาทต่อวันได้ และพยายามรักษาค่าธรรมเนียมค้าหลักทรัพย์ (คอมมิชชั่น) เฉลี่ยที่ระดับ 0.18%
ดังนั้น ในช่วงกลางปีนี้คงจะมีการพิจารณาปรับเพิ่มเป้าหมายการเติบโตของผลกำไรให้เพิ่มขึ้น จากเป้าหมายเดิมคาดว่าจะโต 40%
นอกจากนั้น งานด้านธุรกิจวาณิชธนกิจถือว่าดีสุดในรอบ 10 ปี เพราะมีงานในมือ 27 ธุรกรรม แบ่งเป็น นำหุ้นใหม่เข้าตลาด 16 ธุรกรรม ขายหุ้นเพิ่มทุน 3 ธุรกรรม และที่ปรึกษาทางการเงินอีก 8 ธุรกรรม ขณะเดียวกันยังได้เซ็นสัญญากับบริษัทจีน 5 แห่ง เพื่อรับเป็นที่ปรึกษานำบริษัทจีนเข้าตลาดหุ้นไทย







