posttoday
รอความชัดเจนปรับลดดอกเบี้ยของธปท.

รอความชัดเจนปรับลดดอกเบี้ยของธปท.

28 พฤษภาคม 2556

ภาวะตลาดตราสารหนี้ (20-23 พ.ค. 2556) มีมูลค่าการซื้อขายรวม 457,515 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 114,379 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 1% ทั้งนี้เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้วจะพบว่ากว่า 67% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด หรือประมาณ 305,890 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (State Agency Bond) ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นตราสารที่มีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน) ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดยกระทรวงการคลัง (Government Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 135,075 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชน (Corporate Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 10,948 ล้านบาท หรือคิดเป็น 30% และ 2% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตามลำดับ

ภาวะตลาดตราสารหนี้ (20-23 พ.ค. 2556) มีมูลค่าการซื้อขายรวม 457,515 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 114,379 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 1% ทั้งนี้เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้วจะพบว่ากว่า 67% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด หรือประมาณ 305,890 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (State Agency Bond) ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นตราสารที่มีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน) ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดยกระทรวงการคลัง (Government Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 135,075 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชน (Corporate Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 10,948 ล้านบาท หรือคิดเป็น 30% และ 2% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตามลำดับ

สำหรับพันธบัตรรัฐบาล รุ่นที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรก คือรุ่น LB196A (อายุ 6.1 ปี) LB155A (อายุ 2 ปี) และ LB176A (อายุ 4.1 ปี) โดยมีมูลค่าการซื้อขายในแต่ละรุ่นเท่ากับ 37,844 ล้านบาท 36,387 ล้านบาท และ 15,095 ล้านบาท ตามลำดับ ส่วนพันธบัตรที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รุ่นที่มีปริมาณซื้อขายสูงสุด 3 อันดับแรก คือรุ่น CB13620C (อายุ 28 วัน) CB13611A (อายุ 14 วัน) และ BOT14OA (อายุ 1 ปี) มูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 26,276 ล้านบาท 21,241 ล้านบาท และ 21,129 ล้านบาท ตามลำดับ

ขณะที่หุ้นกู้ภาคเอกชน ซึ่งมีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ หุ้นกู้ของบริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) รุ่น TLT138A (AAA) มูลค่าการซื้อขาย 988 ล้านบาท และรุ่น TLT136A (AAA) มูลค่าการซื้อขาย 618 ล้านบาท และหุ้นกู้ของบริษัท บ้านปู รุ่น BANPU195A (AA) มูลค่าการซื้อขาย 945 ล้านบาท

เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Yield Curve) ปรับตัวในกรอบแคบๆ โดยปรับตัวลดลงเล็กน้อยในตราสารช่วงอายุ 1 เดือน3 ปี ในช่วง 1 ถึง 3 Basis Point แต่กลับปรับตัวสูงขึ้นในตราสารอายุตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป ในช่วง +1 ถึง +3 Basis Point (100 Basis Point มีค่าเท่ากับ 1%) หลังจากที่นักลงทุนส่วนใหญ่กำลังรอดูความชัดเจนเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่ ธปท.จะทำการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ช่วงกลางสัปดาห์หน้า (วันที่ 29 พ.ค.) เนื่องจากตัวเลข GDP ไตรมาสแรกของปี 2556 แสดงให้เห็นถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจไทยในระดับที่ต่ำกว่าการคาดการณ์ โดยอยู่ที่ระดับ 5.3% yoy (GDP ไตรมาส 4 ของปี 2555 ที่อยู่ที่ระดับ 7.5%)

ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้ปรับตัวเลขประมาณการ GDP ของประเทศไทยตลอดทั้งปี 2556 เป็น 4.25.2% ลดลงจากตัวเลขประมาณการเดิมที่ 4.55.5% การขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ลดลงทำให้ตลาดเริ่มคาดการณ์ถึงความเป็นไปได้ที่จะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีกครั้ง

นอกจากนี้แล้ว การดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบของประเทศสหรัฐและญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง ยังคงเป็นอีกประเด็นที่ส่งผลต่อการไหลเข้าของเงินทุนต่างชาติและความผันผวนของค่าเงินบาท ซึ่งอาจมีผลทำให้ ธปท.นำมาพิจารณาในการตัดสินใจด้านดอกเบี้ยนโยบายด้วยเช่นกัน ความกังวลเหล่านี้ส่งผลทำให้อัตราผลตอบของแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุน้อยกว่า 3 ปี ปรับตัวลดลง

ในสัปดาห์นี้นักลงทุนต่างชาติมียอดขายสุทธิในตราสารหนี้ทุกประเภท (ทั้งระยะสั้นและระยะยาว) รวมกันกว่า 9,136 ล้านบาท แต่หากพิจารณาเฉพาะการซื้อขายในตราสารหนี้ระยะยาว (อายุคงเหลือมากกว่า 1 ปี) จะพบว่าเป็นการซื้อสุทธิเพียง 553 ล้านบาท ขณะที่ขายสุทธิในตราสารหนี้ระยะสั้นถึง 9,689 ล้านบาท สำหรับนักลงทุนรายย่อย มียอดขายสุทธิ 315 ล้านบาทเช่นกัน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท