
คปภ.คุมเข้มประกันภัยต่อ
คปภ.ตื่นตัวจ้างที่ปรึกษาวางแนวพัฒนาประกันภัยต่อไทย
คปภ.ตื่นตัวจ้างที่ปรึกษาวางแนวพัฒนาประกันภัยต่อไทย
แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ทาง คปภ.อยู่ระหว่างการว่าจ้างที่ปรึกษาโครงการพัฒนาแนวทางการกำกับการประกันภัยต่อของประเทศไทย เพื่อนำมาพัฒนา ปรับปรุง กฎ ระเบียบ และแนวทางกำกับการประกันภัยต่อให้สอดคล้องกับภาวะที่เปลี่ยนแปลงไปและให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลมากขึ้น
ทั้งนี้ เนื่องจากเบี้ยประกันภัยต่อของไทยมีการขยายตัวต่อเนื่องมาโดยตลอด ตั้งแต่ปี 2548-2554 เติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ปีละ 5% และหากเทียบระหว่างปี 2554 กับปี 2553 พบว่า มีอัตราขยายตัวมากถึง 13.5% โดยเฉพาะในปี 2554 มีเบี้ยเอาประกันภัยต่อทั้งสิ้น 41,326 ล้านบาท แบ่งเป็นเบี้ยเอาประกันภัยต่อในประเทศ 12,751 ล้านบาท และเบี้ยเอาประกันภัยต่อกับผู้รับประกันภัยต่อต่างชาติ 28,575 ล้านบาท
“อย่างเมื่อปี 2554 ที่เกิดน้ำท่วมใหญ่ ค่าสินไหมทดแทนกว่า 90% ก็อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของบริษัทรับประกันภัยต่อ และยังอยู่ในขั้นตอนเรียกเก็บค่าสินไหม ซึ่งหากเกิดเหตุการณ์ที่ผู้รับประกันภัยต่อไม่ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน หรือชดใช้ล่าช้า ก็จะส่งผลกระทบต่อ|ธุรกิจประกันภัยไทยทั้งระบบและผู้เอาประกันภัยในที่สุด โดยเฉพาะกรณีการเอาประกันภัยต่อกับบริษัทรับประกันภัยต่อต่างชาติที่มิได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ คปภ. ดังนั้น จึงต้องการมีการศึกษาเรื่องประกันภัยต่อกันใหม่” แหล่งข่าวเปิดเผย
แหล่งข่าวเปิดเผยอีกว่า การศึกษาดังกล่าวต้องมีการวิเคราะห์ถึงศักยภาพและขีดความสามารถในการรับประกันภัยของบริษัทประกันภัยในเชิงลึก รวมถึงหลักเกณฑ์การกำกับการทำธุรกรรมประกันภัยต่อทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อนำมาพัฒนาและกำหนดแนวทางการกำกับการประกันภัยต่อเพื่อสร้างเสถียรภาพให้ธุรกิจประกันภัยไทย โดยพิจารณาจากปัจจัยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลให้เกิดภัยธรรมชาติร้ายแรงจนก่อให้ความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินในทุกภูมิภาคทั่วโลก
นอกจากนี้ ต้องศึกษาถึงสภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วและส่งผลกระทบถึงกันทั่วโลก ลักษณะความเสี่ยงมีความซับซ้อนมากขึ้น ตลอดจนข้อจำกัดทางกฎหมายและการบังคับใช้การกำกับเงินกองทุนตามระดับความเสี่ยง







