
‘บีโอไอ’ดันทุนไทยไปนอก
ปรับบทบาทส่งเสริมธุรกิจไปต่างประเทศเร่งถกคลังเอื้อภาษีสินเชื่อ
ปรับบทบาทส่งเสริมธุรกิจไปต่างประเทศเร่งถกคลังเอื้อภาษีสินเชื่อ
บีโอไอลุยส่งเสริมทุนไทยไปนอก ถกคลังแก้ปัญหาภาษีสินเชื่อเล็งเปิดสำนักงานในต่างประเทศเพิ่ม
นายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า บีโอไออยู่ระหว่างการปรับบทบาทการส่งเสริมการลงทุนจากเดิมที่เน้นส่งเสริมการเข้ามาลงทุนในประเทศไทย ไปสู่การสนับสนุนธุรกิจไทยไปลงทุนต่างประเทศ โดยล่าสุดอยู่ระหว่างการประสานงานกับกระทรวงการคลังเพื่อให้บีโอไอดูแลการออกบัตรส่งเสริมให้แก่ผู้ออกไปลงทุนต่างประเทศ เพื่อยกเว้นการจ่ายภาษีซ้ำซ้อนเมื่อมีการส่งกลับกำไรเข้าประเทศ อย่างไรก็ตามในส่วนนี้บีโอไอยังมีข้อจำกัดเรื่องของกำลังคน เนื่องจากปัจจุบันก็เข้าไปทำหน้าที่แทนหลายหน่วยงาน
นอกจากนี้ ยังจะหารือกับกระทรวงการคลังเกี่ยวกับแหล่งเงินทุนที่จะมาสนับสนุนผู้ประกอบการ เนื่องจากการไปลงทุนต่างประเทศนั้น ต้องใช้เงินทุนมากและบางส่วนต้องมาจากเงินกู้ ซึ่งนอกจาธนาคารของรัฐแล้ว บีโอไอจะดึงธนาคารพาณิชย์เข้ามาเป็นพันธมิตร ซึ่งหลายแห่งก็ให้ความสำคัญกับลูกค้าที่ออกไปลงทุนในอาเซียน ไม่ว่าจะเป็นธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารไทยพาณิชย์
นายอุดม กล่าวว่า ในส่วนที่บีโอไอได้ดำเนินการไปแล้วเกี่ยวกับการส่งเสริมการออกไปลงทุนต่างประเทศของธุรกิจไทย คือการจัดตั้งหน่วยงานเพื่อทำหน้าที่ให้คำแนะนำปรึกษา จัดทำโครงการให้ความรู้ด้านกฎระเบียบและโอกาสการลงทุนในประเทศต่างๆ ซึ่งปีนี้มีผู้ประกอบการที่ผ่านการอบรมเกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ประมาณ 200 คน และปรากฎว่าเป็นโครงการที่ผู้ประกอบการให้ความสนใจสูง
“ผู้ประกอบการไทยที่สนใจออกไปลงทุนต่างประเทศและเข้ามาขอคำปรึกษากับบีโอไอจำนวนมาก และที่ออกไปลงทุนแล้วตอนนี้ไม่เฉพาะรายใหญ่แต่มีรายกลางเพิ่มขึ้นและอยู่ในอุตสาหกรรมที่หลากหลาย ทั้งชิ้นส่วนยานยนต์ ซึ่งไปลงทุนทั้งในเวียดนาม อินโดนีเซีย อินเดีย ศรีลังกา ในอุตสาหกรรมอาหาร เกษตร และโรงแรม” นายอุดม กล่าว
ทั้งนี้ บีโอไอมีแผนที่จะเปิดสำนักงานในเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการในประเทศเป้าหมายที่ธุรกิจไทยมีการไปลงทุนสูง โดยในเดือน มิ.ย. จะเปิดสำนักงานที่เมืองมุมไบ ประเทศอินเดีย ซึ่งจะเปิดดำเนินงานในสถานกงสุลใหญ่ ณ นครมุมไบ ให้เป็นจุดอำนวยความสะดวกให้กับนักลงทุนที่ไปลงทุนในอินเดียและประเทศข้างเคียง เช่น ศรีลังกาและบังกลาเทศ
สำหรับในอาเซียนขณะนี้อยู่ระหว่างของบประมาณปี 2557 สำหรับการเปิดสำนักงานในประเทศเป้าหมาย ได้แก่ เมียนมาร์ อินโดนีเซีย และเวียดนาม โดยกรณีของเมียนมาร์และอินโดนีเซียอาจเปิดอยู่ในสถานทูต แต่ที่เวียดนามอาจจะแยกออกมา เพราะสถานทูตไทยอยู่ที่กรุงฮานอย แต่มีเป้าหมายจะเปิดที่เมืองโฮจิมินห์ ซึ่งเป็นเมืองเศรษฐกิจ







