posttoday
เดินหน้าขยาย-ปรับปรุงลดแออัด 3 สนามบิน

เดินหน้าขยาย-ปรับปรุงลดแออัด 3 สนามบิน

27 พฤษภาคม 2556

การเดินทางด้วยเครื่องบินมีแนวโน้มเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการเพิ่มขึ้นของผู้โดยสารที่ใช้บริการสายการบินต้นทุนต่ำ

โดย...วงศ์สุภัทร์ คงสวัสดิ์

การเดินทางด้วยเครื่องบินมีแนวโน้มเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการเพิ่มขึ้นของผู้โดยสารที่ใช้บริการสายการบินต้นทุนต่ำ หรือโลว์คอสต์ แอร์ไลน์ ส่งผลให้มีการเพิ่มเที่ยวบินทั้งเส้นทางในประเทศและต่างประเทศ ดังนั้น บริษัท ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) จึงประกาศเดินหน้าเร่งปรับปรุงและขยายสนามบินหลัก 3 แห่ง คือสนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินดอนเมือง และสนามบินภูเก็ต เพื่อลดความแออัดและพร้อมรองรับผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

น.ต.ศิธา ทิวารี ประธานคณะกรรมการ ทอท. กล่าวว่า ขณะนี้ ทอท. อยู่ระหว่างเร่งรัดการขยายสนามบินสุวรรณภูมิ ระยะที่ 2 วงเงินกว่า 6.2 หมื่นล้านบาท โดยกำหนดว่าจะต้องดำเนินการก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายในช่วงไตรมาส 2 ของปี 2560

อย่างไรก็ตาม จะต้องดำเนินการวางท่อระบบส่งน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่ง ทอท. อยู่ระหว่างเจรจากับบริษัท ไทยเชื้อเพลิงการบิน ผู้ให้บริการระบบส่งน้ำมันในปัจจุบัน และหากสามารถตกลงกันได้ในประเด็นเพิ่มผลตอบแทน ทอท. ก็จะนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมบอร์ดเพื่ออนุมัติและเริ่มดำเนินการวางท่อได้ระหว่างเดือน ก.ค. 2556ส.ค.2557 และเริ่มดำเนินการขยายเฟสที่ 2

ปัจจุบัน ทอท. ได้จัดจ้างที่ปรึกษาบริหารโครงการขยายสุวรรณภูมิแล้ว และได้ลงนามสัญญาจ้างที่ปรึกษา ออกแบบงานอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 งานส่วนต่อเชื่อมอุโมงค์ด้านทิศใต้และระบบขนส่งผู้โดยสาร และและกับกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา MAA 103 Group(PMC) มา ระยะหนึ่ง และได้ ประกอบด้วย บริษัท เอ็ม เอ เอ คอนซัลแตนท์ บริษัท ดีไซน์ 103 อินเตอร์เนชั่นแนล และ บริษัท HOK,Inc.

อีกทั้งได้ว่าจ้าง บริษัท NACO, Netherlands Airport Consultants B.V. บริษัท BNP Associates, Inc. และบริษัท ไวส โปรเจ็ค คอนซัลติ้ง เป็นที่ปรึกษาออกแบบ งานอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 งานส่วนต่อเชื่อมอุโมงค์ด้านทิศใต้ ระบบขนส่งผู้โดยสารพร้อมกับจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา PSS Consortium ประกอบด้วย บริษัท โปรเกรส เทคโนโลยี คอนซัลแท็นส์ บริษัท สแปน และบริษัท เซ้าท์อี๊สท์เอเชียเทคโนโลยี เที่ปรึกษาดำเนินงานออกแบบงานระบบสาธารณูปโภค อีกทั้งโดยที่ปรึกษาจะต้องออกแบบระบบไฟฟ้าแรงสูง ระบบประปา ระบบน้ำเย็นสำหรับเครื่องปรับอากาศและระบบบำบัดน้ำเสีย อกทงอยู่ระหว่างการหาผู้ออกแบบขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันออก ซึ่งคาดว่าจะได้ผู้ออกแบบในเดือน มิ.ย.นี้

จากนั้นจะหาผู้รับเหมาก่อสร้างและเริ่มก่อสร้างในเฟส 2 หลังจากมีการก่อสร้างและวางท่อน้ำมันระหว่างเดือน

“ที่ผ่านมาการเมืองไม่นิ่งทำให้โครงการขนาดใหญ่ไม่เดินหน้า ดังนั้นจึงต้องเร่งขยายและก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิระยะที่ 2 ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อให้สามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึง 60 ล้านคนทั้งๆ ที่แผนเดิมควรเสร็จตั้งแต่ปี 2554 ซึ่งจะทำให้สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งในปี 2554 ได้สะท้อนตัวเลขผู้โดยสารให้ทราบว่า ปริมาณผู้โดยสารที่คาดการณ์มาก่อนหน้านี้เพิ่มขึ้นใกล้เคียงกัน” น.ต.ศิธา กล่าว

ใอย่างไรก็ตาม สาเหตุหลักที่เลือกบริษัทเดิมเพราะบริษัทเดิมมีแผนที่จะทำอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว ประกอบกับหากทอท.เปลี่ยนให้ บริษัท ปตท.เข้ามาวางท่อน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งจะต้องใช้เงินลงทุนมากกว่า บริษัท ไทยเชื้อเพลิงการบินถึง 2 เท่าตัว ดังนั้น หากไม่ติดขัดใดๆ ทอท.จะสามารถดำเนินการขยายสุวรรณภูมิเฟส 2 ได้ตามแผนที่วางไว้

ในส่วนของการใช้พื้นที่ มิดฟิลคองคอดที่จะก่อสร้างนั้น หากศึกษาจากสนามบินในต่างประเทศจะพบว่าหลายๆ สนามบิน ไม่มีกิจกรรมเชิงพาณิชย์ อาจมีแค่ร้านนั่งทานอาหารว่าง เช่น ปักกิ่ง หากพื้นที่ตรวจคนเขาเมืองแคบ ก็จะให้คนนั่งรถไฟฟ้า จากอาคารไปยังอาคารผู้โดยสารหลักมาตรวจคนเขาเมืองและรับกระเป๋า ซึ่งเรื่องนี้เราต้องมาคุยกันว่า เมื่อขยายเฟส 2 แล้วจะมีการจัดสรรพื้นที่อะไรอย่างไร ส่วนที่การบินไทยมีแนวคิดจะทำเทอร์มินัลของตัวเอง แต่ยังไม่ประสานมา ซึ่งในส่วนของทอท.พร้อมสนับสนุนเพราะถือว่า เป็นการช่วยส่งเสริมให้เป็นหน้าเป็นตาของประเทศ” น.ต.ศิธา กล่าว

ในส่วนของแผนการปรับปรุงสนามบินดอนเมืองนั้น น.ต.ศิธา กล่าวว่า เบื้องต้นบอร์ด ทอท.ได้อนุมัติหลักการ แต่ยังไม่อนุมัติวงเงินลงทุน เนื่องจากได้ให้ไปทบทวนแผนปรับปรุงในส่วนที่จะรองรับเครื่องบินแอร์บัส A380 ใหม่ โดยเบื้องต้นจะมีการขยายความกว้างทางวิ่ง (รันเวย์) และทางขับ (แท็กซี่เวย์) และให้ประสานกับสายการบินต่างๆ เพื่อสอบถามความต้องการว่าจะมาใช้สนามบินดอนเมืองมากน้อยแค่ไหน และคาดว่าจะได้ข้อสรุปเร็วๆ นี้

“คาดการณ์ว่า ภายในปีนี้ ผู้โดยสารสนามบินดอนเมืองจะเพิ่มถึง 17 ล้านคน ถ้าวางแผนการขยายและปรับปรุงไม่ดี จะกระทบการให้บริการ ทั้งนี้จะต้องใช้ศักยภาพของทุกสนามบินให้เต็มที่” น.ต.ศิธา กล่าว

ทั้งนี้ น.ต. ศิธา กล่าวว่า ทั้งสนามบินสุว สนามบินก็ต่างมีจุดขาย ดังนั้น ” เรามอง 2 ส่วนสำหรับสุวรรณภูมิดอนเมือง คือ 1. ความสะดวกของสายการบินและ 2.ความสะดวกของผู้โดยสารในการต่อเครื่อง และทำเลใกล้บ้าน ผู้ใช้บริการที่อยู่ในโซนดินแดง รัชดา แจ้งวัฒนะ ฝั่งธน เมืองนนท์ ก็พร้อมที่จะขึ้นที่ดอนเมือง ขณะที่มีผู้โดยสารบางส่วนเห็นว่าถ้าไปใกล้ๆ ขับรถไปแทนที่จะขึ้นที่สุวรรณภูมิ ซึ่งผู้ใช้บริการแต่ละสนามบินล้วนมีนัยยะ ดอนเมืองจึงเป็นทางเลือกไม่ต้องเดินไกล

สำหรับโครงการสนามบินดอนเมือง วงเงินลงทุนทั้งหมด 1.07 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นงานจำเป็นเร่งด่วน กำหนดแผนงานระยะแรก เดือน พ.ค. 2556-พ.ค. 2557 มีการงานที่ต้องดำเนินการ อาทิ งานซ่อมแซมอาคารผู้โดยสาร อาคาร 2 งานซ่อมแซมอาคารฝั่งใต้ งานซ่อมแซมอาคารเทียบเครื่องบิน หมายเลข 5 งานซ่อมแซมอาคารจอดรถ 7 ชั้น ส่วนงานระยะยาว เริ่มเดือน พ.ค. 2556–ม.ค. 2559 มีงานที่ต้องดำเนินการ อาทิ งานซ่อมแซมอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ (เดิม) งานซ่อมแซมปรับปรุงอาคารผู้โดยสารอาคาร 1 งานซ่อมแซมอาคารเทียบเครื่องบินหมายเลข 6 งานซ่อมแซมอาคารจอดรถยนต์ภายในประเทศ (เดิม) เป็นต้น

สำหรับโครงการพัฒนาสนามบินภูเก็ต วงเงินลงทุนกว่า 5,791 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศหลังใหม่ เพิ่มหลุมจอดอากาศยานปรับปรุงอาคารผู้โดยสารเดิมเป็นอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ ซึ่งโครงการมีความคืบหน้าตามแผน และคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2558 โดยจะสามารถขยายการรองรับผู้โดยสารจาก 6.5 ล้านคนต่อปี เป็น 12.5 ล้านคนต่อปี

“เราพยายามทำให้สนามบินของเรารองรับผู้โดยสารให้มากที่สุด เพราะขณะนี้เรารองรับคนได้น้อย เช่น สนามบินภูเก็ตรองรับได้กว่า 6 ล้านคน แต่ผู้โดยสารมีถึง 10 ล้านคน จึงต้องเร่งขยายสนามบินรองรับให้ได้ 12 ล้านคน ตมตามแผนการขยายสนามบินภูเก็ตจะแล้วเสร็จปี 2558 แต่ได้เร่งรัดผู้รับเหมาให้ทำงานให้เสร็จโดยเร็ว ภายในสิ้นปี 2556 โดยเฉพาะหลุมจอด จากปัจจุบัน 15 หลุมจอด โดยของใหม่จะเพิ่ม 10 หลุม แต่ต้องการให้เสร็จ ควรมีหลุมจอดที่ใช้ได้รวม 20 หลุมจอด และมีแนวคิดที่จะทำอาคารผู้โดยสารชั่วคราวเพื่อรองรับคนในส่วนที่เพิ่มให้ได้มากที่สุดภายในสิ้นปีนี้ด้วย” น.ต.ศิธา กล่าว

น.ต.ศิธา กล่าวว่า สำหรับการปรับปรุงและขยายสนามบินทั้ง 3 แห่ง ส่วนตัวแล้วต้องการให้มีการทยอยเปิดให้บริการในส่วนที่มีการก่อสร้างแล้วเสร็จก่อนเป็นส่วนๆ ไป เพราะขณะนี้การดำเนินการมีความล่าช้าไปมากแล้ว และเมื่อขยายสุวรรณภูมิระยะที่ 2 เสร็จ ก็จะเดินหน้าวางแผนดำเนินการในระยะที่ 3 ต่อไป เพื่อให้โครงการมีความต่อเนื่องและพร้อมรับมือกับสถานการณ์ ผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นในอนาคตได้

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล