
ทายาทเพอร์เฟคมองไกลผุด “ยูนิลอฟท์” รับเออีซี
หลังจากเข้ามาทดลองทำงานในฝ่ายวางแผนของพร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค แบบเงียบๆ มานานถึง 7 ปี
โดย...สุกัญญา สินถิรศักดิ์
หลังจากเข้ามาทดลองทำงานในฝ่ายวางแผนของพร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค แบบเงียบๆ มานานถึง 7 ปี ศรัณยู โง้วศิริมณี ทายาทของชายนิด โง้วศิริมณี ซีอีโอแห่งค่ายพร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค ก็ได้ฤกษ์เปิดตัว พร้อมกับเปิดโครงการที่อยู่อาศัยเจาะกลุ่มนักศึกษา ภายใต้แบรนด์ “ยูนิลอฟท์”
ศรัณยู โง้วศิริมณี ผู้จัดการอาวุโส สายงานพัฒนาธุรกิจ ผู้รับผิดชอบงานวางแผนโครงการยูนิลอฟท์ เปิดเผยว่า เข้ามาทดลองงาน 5 ปีแล้ว แต่เริ่มทำงานจริงจังในช่วง 2 ปีหลัง โดยเสริมการใช้โซเชียลมีเดียต่างๆ เพื่อตอกย้ำแบรนด์พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค และเริ่มเสนอแนวคิดโครงการที่อยู่อาศัยเจาะกลุ่มนักศึกษา เพราะเห็นว่าตลาดการศึกษาเป็นตลาดที่เติบโตมาก
นอกจากนี้ การขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มนักศึกษา ยังช่วยให้พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค มีสินค้าครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายด้วย โดยก่อนหน้านี้ เพอร์เฟค ได้เปิดแบรนด์ “ไอ คอนโด” คอนโดมิเนียมระดับล้านต้นๆ เพื่อจับกลุ่มคนทำงานตอนต้น ซึ่งวันหนึ่งเมื่อคนกลุ่มนี้มีกำลังซื้อสูงขึ้น ต้องการบ้านแนวราบ ก็มีโอกาสมาเป็นลูกค้าของเพอร์เฟคในส่วนบ้านแนวราบได้
แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับการขยายฐานไปยังกลุ่มนักศึกษา ที่เชื่อว่าวันหนึ่งเมื่อกลุ่มนี้เรียนจบ เริ่มมีงานทำ ก็จะเลือกคอนโดมิเนียมในเครือของเพอร์เฟค เป็นโมเดลที่จะทำให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน ขณะที่ธุรกิจหอพักและแคมปัส คอนโด ยังมีโอกาสเติบโตจากกลุ่มนักศึกษาต่างชาติด้วย
ทั้งนี้เพราะการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางทางการศึกษาของประเทศเพื่อนบ้าน จะมีนักศึกษาจากประเทศเพื่อน หรือแม้แต่นักศึกษาแลกเปลี่ยนในแถบเอเชียเข้ามาเรียนในไทยมากขึ้น โดยปัจจุบันสถาบันการศึกษาชั้นนำหลายแห่งได้เปิดหลักสูตรอินเตอร์เนชั่นแนล เพื่อรองรับแล้ว
“ถ้าประเมินจากตัวเลขประชากรอาเซียนช่วงอายุ 0-29 ปี ซึ่งอยู่ในวัยศึกษาถึงระดับปริญญาโท พบว่ากลุ่มนี้มีอัตราส่วนสูงถึง 53.4% หรือเกินกว่าครึ่งของจำนวนประชากรทั้งหมด ถือเป็นกลุ่มใหญ่มาก”
นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ความต้องการหอพักเพิ่มขึ้น ทั้งจากนักศึกษาไทยและต่างชาติ โดย ศรัณยู มองแบรนด์ “ยูนิลอฟท์” ไปไกลถึงตลาดอาเซียน ซึ่งในเบื้องต้นอาจขยายไปยังจังหวัดชายแดนที่เชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน หรือไปลงทุนพัฒนาโครงการยูนิลอฟท์ในประเทศแถบภูมิภาคนี้ ซึ่งแม้ว่าจะไม่ใช่เป้าหมายระยะสั้น แต่มองว่ามีความเป็นไปได้สูง
สำหรับแบรนด์ “ยูนิลอฟท์” จะมีด้วยกัน 3 โมเดล ได้แก่ โมเดลในพื้นที่กรุงเทพฯปริมณฑล ที่เป็นสถานศึกษาของรัฐ อัตราค่าเช่า 7,000-1.2 หมื่นบาทต่อเดือน โมเดลที่สอง เน้นสถานศึกษาตามหัวเมืองใหญ่ อัตราค่าเช่า 6,000-9,000 บาทต่อเดือน และโมเดลสาม เจาะกลุ่มสถานศึกษานานาชาติ อัตราค่าเช่า 9,000-2 หมี่นบาทต่อเดือน
ขณะที่รูปแบบการลงทุน ในช่วงโครงการนำร่อง ได้พัฒนาเป็นหอพัก 2 โครงการแรก ได้แก่ “ยูนิลอฟท์ เชียงใหม่” รวมจำนวน 520 ยูนิต มูลค่าโครงการ 600 ล้านบาท มียอดเข้าพักประมาณ 50% และ “ยูนิลอฟท์ ศาลายา” รวมจำนวน 530 ยูนิต มูลค่าโครงการ 600 ล้านบาท มียอดจองเข้าพัก 60%
หลังจากนี้ จะมีการจัดตั้งเป็นกองทุนอสังหาริมทรัพย์ มีมูลค่า 1,070 ล้านบาท มีการรับประกันผลตอบแทนอยู่ที่ 6.5% ต่อปี เป็นระยะเวลา 4 ปี ซึ่งกองทุนนี้เป็นแบบฟรีโฮลด์ ผู้ลงทุนถือครองเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์สินทรัพย์ตลอดชีพ ซึ่งคาดว่าจะได้รับความสนใจจากนักลงทุน
ขณะเดียวกันในช่วงครึ่งปีหลัง ยังมีแผนปรับรูปแบบโครงการจากหอพักให้เช่าเป็น “ยูนิลอฟท์ คอนโด” ในแบบแคมปัส คอนโด เปิดตัวไตรมาส 4 ปีนี้ ในทำเลศาลายาและ ใกล้มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอแบค) บางนา ราคา 1.5-1.6 ล้านบาท ขนาด 30 ตร.ม. พร้อมชูจุดขายรับประกันรายได้ค่าเช่าด้วย
ศรัณยู กล่าวว่า ปีหน้ายังเตรียมเพิ่มที่ศาลายา บางนา และแจ้งวัฒนะใกล้มหาวิทยาลัยหอการค้า อีกทำเลละ 1 โครงการ และอยู่ระหว่างศึกษาเมืองมหาวิทยาลัยที่สำคัญในต่างจังหวัด เช่น จ.ขอนแก่น และสงขลา โดยเป้าหมายระยะสั้นของยูนิลอฟท์ คือ เกาะติดทุกมหาวิทยาลัย







