
ผลดีเปิดเสรีประกันสุขภาพ
ถึงตอนนี้ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)
โดย...วารุณี อินวันนา
ถึงตอนนี้ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ไฟเขียวธุรกิจประกันขายประกันสุขภาพและอุบัติเหตุส่วนบุคคลได้ทันที โดยไม่ต้องขออนุมัติก่อนเหมือนในอดีต แล้วให้รายงานรายละเอียดในภายหลัง ตามแนวทางการเปิดเสรีแล้ว
ประเวช องอาจสิทธิกุล เลขาธิการ คปภ.ระบุว่า เพื่อลดขั้นตอนในการให้ความเห็นชอบ และเกิดความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ ให้เป็นไปด้วยความรวดเร็ว มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อทาง คปภ.จะได้ทราบแนวทางการขายในปัจจุบันและความต้องการในการซื้อผลิตภัณฑ์ของประชาชน รวมถึงเพื่อให้มีข้อมูลในการใช้ประกอบการพิจารณาปรับปรุงกรมธรรม์ประกันภัย และอัตราเบี้ยประกันภัยให้เหมาะสมยิ่งขึ้นต่อไป
อย่างไรก็ตาม คปภ.จะยังคงดูแลอยู่ห่างๆ โดยให้บริษัทประกันชีวิต และบริษัทประกันวินาศภัย จัดส่งข้อมูล แผนความคุ้มครอง และเบี้ยประกันภัยสำหรับประเภทการประกันภัย ที่มีการจัดทำแผนความคุ้มครอง พร้อมวิธีการคำนวณที่มาของเบี้ยประกันภัยตามแผนความคุ้มครองที่เสนอขาย และช่องทางการเสนอขาย ในเดือนถัดไปหลังจากที่ได้ทำการขายแล้ว
ขณะที่สำนักงานอัตราเบี้ยประกันภัย (TID) มองว่า การให้บริษัทประกันสามารถนำแบบประกันออกขายได้ทันทีที่พร้อม ภายใต้กฎเกณฑ์ที่หน่วยงานกำกับกำหนดไว้ โดยไม่ต้องขออนุมัติก่อนนั้นเป็นหนึ่งในแนวทางที่เริ่มเข้าสู่การเปิดเสรีธุรกิจประกันภัย เป็นการส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันอย่างเต็มที่ ก่อให้เกิดการแข่งขันด้านนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายในตลาด ตอบสนองความต้องการของผู้เอาประกันภัย ตามความต้องการของประชาชน
แม้จะผ่านมา 5 เดือนแล้ว แต่ คปภ.มีตัวเลขเบี้ยประกันสุขภาพเพียง 2 เดือนแรกเท่านั้น โดยบริษัทประกันชีวิตทั้งระบบมีเบี้ยประกันสุขภาพ 4,877.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.87%
ส่วนบริษัทประกันวินาศภัยมีเบี้ยสุขภาพรวม 1,030.96 ลดลงเล็กน้อยจาก 2 เดือนแรกของปี 2555 ที่มีเบี้ยสุขภาพ 1,157.32 ล้านบาท
ขณะที่ความเคลื่อนไหวในตลาดประกันสุขภาพคึกคัก หลังจากที่กระทรวงสาธารณสุขจะมีการปรับราคากลางค่ารักษาพยาบาลเพิ่มขึ้นอีกไม่ต่ำกว่า 2030% ทำให้ประชาชนเริ่มหันมามองการซื้อประกันสุขภาพ แทนการไปเสี่ยงจ่ายค่ารักษาเอง โดยบริษัทประกันมีการขนแบบประกันสุขภาพ ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล ออกมาดึงลูกค้าอย่างมีสีสันและแปลกไปจากเดิม
รูปแบบใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น มีทั้งการขยายอายุผู้ที่ทำประกันสุขภาพให้สูงขึ้นของบริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ มีแบบราคาคงที่ 3 ปีของบริษัท กรุงไทย แอกซ่า ประกันชีวิต และยังมีการให้ผ่อนผ่านบัตรเครดิตดอกเบี้ย 0% ของบริษัท บูพา ประกันสุขภาพ และจับกลุ่มลูกค้าผู้สูงวัยของบริษัท เอไอเอ สาขาประเทศไทย บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต บริษัท ไทยประกันชีวิต บริษัท อลิอันซ์ อยุธยาประกันชีวิต ที่มีการโฆษณาผ่านสื่อทีวี
บริษัท โตเกียวมารีนประกันชีวิต บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต รวมถึงบริษัทประกันชีวิตทุกแห่งมีนโยบายให้ตัวแทนเน้นขายประกันชีวิตควบคู่ประกันสุขภาพและประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล เพื่อให้ประชาชนได้รับความคุ้มครองที่ครอบคลุม และประกันอุบัติเหตุไม่เคลมคืนเบี้ยปีสุดท้าย ที่บริษัท ไทยซัมซุง ประกันชีวิต ก็โดดลงมาเล่นตลาดนี้ด้วย
ผลที่ตามมาคือตลาดประกันสุขภาพในไทย มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2555 ที่ผ่านมา ธุรกิจประกันภัยทั้งระบบมีเบี้ยประกันสุขภาพรวม 4.33 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% จากปี 2554 ที่มีเบี้ยรับรวม 3.77 หมื่นล้านบาท โดยบริษัทประกันชีวิตมีส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดคิดเป็น 87% หรือ 3.75 หมื่นล้านบาท ส่วนบริษัทประกันวินาศภัยมีส่วนแบ่งการตลาด 13% หรือ 5,795.67 ล้านบาท
ทั้งนี้ ลูกค้าประกันสุขภาพของบริษัทประกันชีวิตมีการเรียกร้องค่าสินไหม (เคลม) ประมาณ 45% หรือเป็นเงิน 1.62 หมื่นล้านบาท ส่วนลูกค้าของบริษัทประกันวินาศภัยมีการเคลม 45% หรือเป็นเงิน 2,604.92 ล้านบาท
ด้วยสัดส่วนค่าสินไหมที่ไม่สูง ค่ารักษาพยาบาลที่นับวันจะแพงขึ้น ยิ่งคนทำประกันสุขภาพเพิ่มขึ้น ค่าสินไหมทดแทนจะลดลงอีก ทำให้ตลาดประกันสุขภาพเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่หอมหวนสำหรับผู้ประกอบการประกันภัยในการเข้ามาเก็บกินกำไร







