posttoday
จังหวะช็อปหุ้นแบงก์

จังหวะช็อปหุ้นแบงก์

25 พฤษภาคม 2556

นักวิเคราะห์เชียร์หุ้นแบงก์ หลังสินเชื่อ เม.ย.โตต่อเนื่อง ราคาหุ้นร่วงเป็นโอกาสซื้อ พื้นฐานแกร่ง

นักวิเคราะห์เชียร์หุ้นแบงก์ หลังสินเชื่อ เม.ย.โตต่อเนื่อง ราคาหุ้นร่วงเป็นโอกาสซื้อ พื้นฐานแกร่ง

บริษัทหลักทรัพย์เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) คงน้ำหนักการลงทุนมากกว่าตลาดสำหรับหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ เนื่องจากสินเชื่อเดือน เม.ย.ยังคงขยายตัวต่อเนื่อง 0.4% หรือ 3.48 หมื่นล้านบาท แม้อัตราการเติบโตจะชะลอตัวลงก็ตามและราคาหุ้นได้รับผลกระทบในแง่จิตวิทยาจากการปรับลดดอกเบี้ยลง ดังนั้น จึงแนะนำให้ซื้อหุ้นเกือบทั้งกลุ่มยกเว้นธนาคารทหารไทย (TMB) และบริษัท ทิสโก้ ไฟแนนเชียลกรุ๊ป (TISCO)

การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 29 พ.ค.นี้ ตลาดมองว่ามีโอกาสที่จะมีการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลง อาจส่งผลกระทบในแง่จิตวิทยาการลงทุนในหุ้นกลุ่มนี้ แต่หากประเมินผลกระทบต่อปัจจัยพื้นฐานแล้วพบว่ามีผลต่อกำไรสุทธิน้อยมากไม่ถึง 1% ภายใต้สมมติฐานดอกเบี้ยเงินฝากประจำลดลง 0.25% และดอกเบี้ยเงินกู้ลดลง 0.125%

ทั้งนี้ ธนาคารทหารไทย ธนาคารกรุงไทย (KTB) ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ธนาคารกรุงเทพ (BBL) ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) และธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) ตามลำดับ ขณะที่ TISCO ธนาคารเกียรตินาคิน (KK) และบริษัท ทุนธนชาต (TCAP) จะได้ประโยชน์ในด้านส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM)

“KTB จะได้รับผลกระทบจาก NIM มากที่สุด ขณะที่ TISCO ได้ประโยชน์มากที่สุด นอกจากนี้ นักลงทุนอาจหาจังหวะในช่วงราคาหุ้นปรับฐานเป็นโอกาสที่ดีในการซื้อสะสม เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานโดยรวมยังคงแข็งแกร่ง” บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ระบุ

ด้านฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส ยังคงน้ำหนักการลงทุนมากกว่าตลาดในหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ แม้ดัชนีหุ้นกลุ่มนี้จะเริ่มเห็นการปรับฐานราคาในระยะสั้น แต่หากพิจารณาสัดส่วนราคาต่อมูลค่าหุ้นทางบัญชี (พีบีวี) ที่ 1.9 เท่า ยังต่ำมากหากเทียบกับค่าเฉลี่ยของธนาคารพาณิชย์ในภูมิภาค อาทิ อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ที่มีพีบีวีเกิน 2 เท่าไป อีกทั้งคาดการณ์กำไรสุทธิปี 25562557 ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ไทยที่สูงถึง 30.6% และ 11.9% เทียบกับปีก่อนตามลำดับ

ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยยังคงเลือกหุ้นธนาคารขนาดใหญ่ คือ BBL ส่วนธนาคารกลางและเล็ก คือ KK ซึ่งเห็นการเติบโตเชิงรุกของกำไรต่อหุ้นต่อเนื่อง

นักวิเคราะห์ บล.กรุงศรี คาดหวังการลงทุนภาครัฐและเอกชนจะฟื้นตัวในช่วงที่เหลือของปีช่วยกระตุ้นการเติบโตของสินเชื่อ โดยคงเป้าหมายสินเชื่อรวมทั้งปี 2556 เติบโต 11.8% ซึ่งจะชะลอตัวจากเติบโต 13.3% ในปี 2555

นอกจากนี้ ธนาคาร 5 แห่ง มียอดเงินฝากขยายตัว คือ BAY, KBANK, KK, KTB และ TISCO สำหรับผลกระทบจากการปรับลดดอกเบี้ยลงคาด BBL, TMB และ KTB อาจได้รับผลกระทบมากที่สุด ซึ่งประเมินว่าธนาคารปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝากลง 0.25% เท่ากับดอกเบี้ยนโยบายอาจส่งผลให้ประมาณการรายได้ดอกเบี้ยสุทธิของกลุ่มฯ ในปี 2556 ปรับลดลง 2.3% จาก 3.34 แสนล้านบาท

“เราคงน้ำหนักการลงทุนกลุ่มธนาคารเท่ากับตลาดเลือก TCAP และ KK เป็นหุ้นเด่นในกลุ่ม” บล.กรุงศรี ระบุ

ทั้งนี้ สินเชื่อเดือน เม.ย. ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 21 ติดต่อกัน แม้มีสัญญาณการชะลอตัวจากเดือน มี.ค.ก็ตาม ธนาคารส่วนใหญ่ 9 แห่ง สินเชื่อเติบโตยกเว้นเพียง TMB ที่สินเชื่อหดตัว โดย TISCO เติบโตโดดเด่น 1.5% รองลงมาเป็น KK เติบโต 1% คาดว่าเติบโตจากสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์และสินเชื่อเอสเอ็มอี

ขณะที่ SCB รายงานสินเชื่อเติบโตสูงสุดในกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ที่ 0.9% จากเดือน มี.ค.

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี