
ยืนเป้า1,750-1,800
เตือนอย่าตกใจตลาดหุ้นร่วงช่วงสั้นทองขาลงหมดสิทธิกลับไป2.7หมื่นบาท
เตือนอย่าตกใจตลาดหุ้นร่วงช่วงสั้นทองขาลงหมดสิทธิกลับไป2.7หมื่นบาท
กสิกรไทยกิมเอ็ง ไม่แคร์หุ้นดิ่งกว่า 40 จุด คงเป้าดัชนีสดใส 1,750 และ 1,800 ต่างชาติฟันกำไรรอบนี้ 15%
หุ้นดำดิ่งทั่วโลก โดยตลาดในเอเชีย ญี่ปุ่นหนักที่สุดกว่า 7% ส่วนไทยระหว่างวันร่วงแรงกว่า 48 จุด หลุด 1,600 จุด ก่อนเด้งขึ้นมาติดลบเพียง 23 จุด เกาะกลุ่มเพื่อนบ้าน สำหรับยุโรปทรุดประมาณ 2% ด้านทองคำเด้งขึ้นเกือบ 20 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ หรือ 1.46% ซื้อขายในตลาดเอเชียบริเวณ 1,387 เหรียญสหรัฐ
นายกวี ชูกิจเกษม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย เปิดเผยว่า ดัชนีหุ้นที่ปรับตัวลดลงแรง เป็นเพียงระยะสั้น เพราะสาเหตุหลักมาจากนักลงทุนต่างชาติมีความกังวลว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะยุติมาตรการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบ หรือ QE จึงได้ขายเงินลงทุนในตลาดหุ้นเพื่อเตรียมเงินไว้รองรับการไถ่ถอนของผู้ถือหน่วย ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกรวมถึงตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงแรง
นอกจากนี้ ตลาดหุ้นไทยในระยะที่ผ่านมาปรับตัวเพิ่มขึ้นแรง จึงเป็นจังหวะเหมาะสมในการขายหุ้นเพื่อทำกำไรออกมา โดยประเมินว่าการขายหุ้นไทยรอบนี้นักลงทุนต่างชาติน่าจะได้กำไรไม่น้อยกว่า 15% ซึ่งเป็นภาพสอดคล้องกับกองทุนทริกเกอร์ฟันด์ในประเทศ เพราะดัชนีหุ้นแถว 1,600 จุด เป็นระดับที่กองทุนเหล่านี้หาจังหวะในการขาย เพราะได้ผลตอบแทนตามเป้าหมายแล้ว
“หุ้นร่วงแรงปัจจัยหลักมาจากต่างประเทศและไม่เกี่ยวกับข้อกังวลประเด็นทางการเมือง และทางบริษัทไม่ลดเป้าหมายดัชนีปีนี้ คงไว้ที่ระดับ 1,700 จุด และเป้าปีหน้าที่ระดับ 1,800 จุด เพราะผมเชื่อว่าเฟดคงไม่ถอนเงินใน QE เร็วๆ นี้” นายกวี กล่าว
อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นไทยในระดับ 1,700 จุด เท่ากับอัตราราคาเทียบกับกำไรสุทธิต่อหุ้น (พี/อี) ที่ระดับ 15 เท่า ถือว่าไม่ได้แพงเกินไป เมื่อเทียบกับประเทศในกลุ่มเดียวกัน เช่น อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ รวมถึง พี/อี ในอดีตของไทยจะซื้อขายบน พี/อี ระดับ 10-15 เท่า
นายกวี กล่าวอีกว่า ในจังหวะหุ้นที่ปรับตัวลดลงเป็นโอกาสในการซื้อในกลุ่มอุปโภคในประเทศ เช่น โรงแรม โรงพยาบาล ค้าปลีก และธนาคารขนาดใหญ่
ด้านนายสุกิจ อุดมศิริกุล กรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) หรือ MBKET มีความเห็นไปในทิศทางสอดคล้องกัน และบริษัทยังคงเป้าหมายดัชนีหุ้นไทยใน 12 เดือนข้างหน้าที่ระดับ 1,750 จุด
นายกฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการกลุ่มบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก กล่าวว่า ราคาทองมีทิศทางขาลงอย่างชัดเจน หลังจากปรับตัวขึ้นมาต่อเนื่องนานถึง 12 ปี สิ่งที่นักลงทุนเฝ้าติดตามเป็นประเด็นหลัก คือ เศรษฐกิจของสหรัฐโดยเฉพาะกรณีจะมีการต่อมาตรการ QE หรือไม่ เพราะสาเหตุที่ทำให้ราคาทองลงในระยะ 34 เดือนที่ผ่านมา เกิดจากนักลงทุนคาดว่าจะมีการยกเลิก QE ก่อนกำหนด
“ทองลงได้อีก เห็นได้จากการขายทองของอีทีเอฟทุกเดือน จึงหมดโอกาสจะกลับไปเห็นระดับ 2.7 หมื่นบาท” นายกฤชรัตน์ กล่าว
นายบุญเลิศ สิริภัทรวณิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออสสิริส กล่าวว่า ราคาทองเป็นทิศทางขาลง แต่สำหรับนักลงทุนระยะกลางเหมาะจะเข้ามาเก็บเพื่อสะสม ส่วนนักลงทุนที่ต้องการหาประโยชน์จากการลงทุน ยังสามารถเข้ามาหาจังหวะการลงทุนได้ แต่จะต้องกำหนดจุดตัดขายเพื่อขาดทุน







