
หุ้นปิดร่วง 23 จุดส่งท้ายหยุดยาว
ปัจจัยลบต่างประเทศกดดันตลาดหุ้นทั่วโลก ไม่เว้นไทย ปิดตลาดร่วงกว่า 23 จุด มูลค่าซื้อขายกว่า 7.8 หมื่นล้านบาท
ปัจจัยลบต่างประเทศกดดันตลาดหุ้นทั่วโลก ไม่เว้นไทย ปิดตลาดร่วงกว่า 23 จุด มูลค่าซื้อขายกว่า 7.8 หมื่นล้านบาท
ดัชนีตลาดหลักทรัพย์วันที่ 23 พ.ค.2556 ปรับตัวลงตลอดทั้งวัน หลุด 1,600 จุด ต่ำสุด 1,582.76 จุด หรือร่วงไปถึง 48.51 จุด ตามตลาดหุ้นญี่ปุ่น ที่ปรับตัวลงกว่า 1,100 จุด ก่อนจะเด้งขึ้นมายืนปิดตลาดเหนือ 1,600 จุดได้ที่ระดับ 1,607.46 จุด ลดลง 23.81 จุด หรือ -1.46% มูลค่าซื้อขาย 78,134.46 ล้านบาท
หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรกคือ
1. TRUE ปิด 10.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.40 บาท มูลค่าซื้อขาย 4,799.47 ล้านบาท
2. INTUCH ปิด 92.75 บาท ลดลง 0.25 บาท มูลค่าซื้อขาย 3,155.88 ล้านบาท
3. JAS ปิด 9.55 บาท ลดลง 0.25 บาท มูลค่าซื้อขาย 3,041.91 ล้านบาท
4. BAY ปิด 35.50 บาท ลดลง 0.25 บาท มูลค่าซื้อขาย 3,011.95 ล้านบาท
5. KBANK ปิด 214 บาท ลดลง 6 บาท มูลค่าซื้อขาย 2,784.27 ล้านบาท
นายกวี ชูกิจเกษม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กสิกรไทย กล่าวว่า ดัชนีปรับตัวลงเกือบ 50 จุด มาจากปัจจัยต่างประเทศกดดันตลาด ทั้งสหรัฐฯ ที่จะยุติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเร็วกว่าที่คาด รวมถึงการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของจีนเมื่อเช้านี้ ดัชนี PMI เดือนเมษายนลดลงมาอยู่ที่ระดับต่ำกว่า 50 จุด เเป็นครั้งแรกในรอบ 1 ปี สะท้อนการหดตัวในภาคอุตสาหกรรม ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับลดลง
นอกจากนี้อัตราการเติบโตเศรษฐกิจของประเทศญี่ปุ่นออกมา 3.5% ต่ำกว่าคาดการณ์ ทั้งที่ดำเนินนโยบายเพิ่มสภาพคล่องเหมือนสหรัฐ ส่งผลให้ดัชนีนิเคอิของญี่ปุ่น ปรับตัวลงกว่า 1,143 จุด หรือ 7.32 %
กลยุทธ์การลงทุนในระยะกลาง นักลงทุนสามารถทยอยซื้อสะสมได้ที่แนวรับ 1,580 จุด แนวรับถัดไป 1,550 จุด เชื่อว่าสุดท้ายแล้วดัชนีจะปรับตัวขึ้นมาได้อีก เนื่องจาก การปรับลดลงในครั้งนี้เป็นการขายของนักลงทุนต่างชาติ ในขณะที่ปัจจัยพื้นฐานไม่ได้เปลี่ยนแปลง







