
ทุนสำรองลดฮวบ 1,900 ล้านเหรียญฯ
ทุนสำรองประเทศลดฮวบ 1,900 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดแทรกแซงค่าเงินบาทหลังอ่อนค่าใกล้แตะระดับ 30 บาท
ทุนสำรองประเทศลดฮวบ 1,900 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดแทรกแซงค่าเงินบาทหลังอ่อนค่าใกล้แตะระดับ 30 บาท
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานฐานะเงินทุนสำรองระหว่างประเทศของ ล่าสุด ณ วันที่ 17 พ.ค. 2556 ว่า อยู่ที่ระดับ 1.744 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 5.198 ล้านล้านบาท ลดลง 1,900 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 5.67 หมื่นล้านบาท หากคิดอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบันที่ระดับ 29.85 บาทต่อเหรียญสหรัฐ จากสัปดาห์ก่อนหน้าอยู่ที่ระดับ 1.763 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 5.231 ล้านล้านบาท
ด้านฐานะซื้อเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าสุทธิ (Forward) อยู่ที่ระดับ 2.37 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 100 ล้านเหรียญสหรัฐ จากสัปดาห์ก่อนหน้าอยู่ที่ 2.36 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ส่งผลให้ทุนสำรองระหว่างประเทศสุทธิ ซึ่งรวมทุนสำรองฯในปัจจุบันและForward แล้วอยู่ที่ระดับ 1.981 แสนล้านเหรียญสหรัฐ
ทั้งนี้ การลดลงของทุนสำรองฯน่าจะเป็นผลจาก ธปท.ทยอยลดการเข้าแทรกแซงเงินบาทโดยตรง ด้วยการเข้าซื้อเงินเหรียญสหรัฐในตลาดส่งมอบทันที(Spot)เข้าเก็บในทุนสำรองฯลง เพราะปัจจุบันเงินบาทเคลื่อนไหวมีเสถียรภาพ และมีแนวโน้มไปในทิศทางเดียวกับสกุลเงินในภูมิภาคมากขึ้น หลังเงินเหรียญสหรัฐฯปรับแข็งค่าขึ้น ตามความเชื่อมั่นของนักลงทุนในตลาดการเงินโลก ที่กำลังจับตาดูว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะฟื้นตัวดีขึ้นหรอืไม่ และธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด)จะลดการทำมาตรการผ่อนคลายทางการเงิน(QE)ลงจริงหรือไม่
อย่างไรก็ตาม ธปท.ยังมีการเข้าดูแลค่าเงินบาทอย่างต่อเนื่อง ตามความเหมาะสม เพื่อให้ค่าเงินบาทไม่ผันผวนมากจนเกินไปจนกระทบต่อภาคธุรกิจ สะท้อนได้จากธปท.ยังมีการทำ Forward เพิ่มขึ้น และฐานะ Forward ยังอยู่ในระดับสูงมาตลอด นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตามาตรการการคุมเงินทุนเคลื่อนย้ายของธปท.ที่เสนอต่อกระทรวงการคลังไปก่อนหน้านี้ด้วย ว่าจะมีการนำออกมาบังคับใช้หรือไม่ เพราะล่าสุดมีกระแสข่าวว่าอาจมีการอนุมัติให้แก้ไขกฎหมายเพื่อให้มาตรการของธปท.สามารถบังคับใช้ได้ หนุนให้เงินบาทมีทิศทางอ่อนค่าลงต่อเนื่องใกล้แตะระดับ 30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
สำหรับฐานเงินหรือเงินสดหมุนเวียนในมือภาคเอกชนและเงินฝากของสถาบันการเงินที่ธปท.ในในณะนี้อยู่ที่ระดับ 1.335 ล้านล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากสัปดาห์ก่อนที่ 1.381 ล้านล้านบาท โดยปริมาณเงินในระบบยังอยู่ในระดับปกติเพียงพอต่อความต้องการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนในระบบเศรษฐกิจ







