
"โตโย-ไทย" ชูคอร์สปั้นคนโมเดลโตพร้อมเพื่อนบ้าน
ตอนนี้บริษัทไทยขยับขยายไปทำธุรกิจนอกบ้านมากขึ้น โดยเฉพาะในอาเซียนที่มีโอกาสมหาศาลรออยู่ แต่ก็มีความท้าทายเรื่องบุคลากรมาก
โดย...อัฏฐวรรณ ลวณางกูร
ตอนนี้บริษัทไทยขยับขยายไปทำธุรกิจนอกบ้านมากขึ้น โดยเฉพาะในอาเซียนที่มีโอกาสมหาศาลรออยู่ แต่ก็มีความท้าทายเรื่องบุคลากรมาก
โตโยไทย คอร์ปอเรชั่น เป็นอีกบริษัทที่ออกไปบุกเบิกนอกบ้านมานานแล้ว โดยตั้งบริษัทย่อยในเวียดนามตั้งแต่ 16 ปีก่อน มาเลเซียเมื่อ 2 ปีก่อน และล่าสุดที่เมียนมาร์ ซึ่งเพิ่งเดินเครื่องโรงไฟฟ้าพลังงานร่วมเฟสแรก โดยใช้โมเดลปั้นคนในประเทศเพื่อนบ้านเพื่อเติบโตไปพร้อมกัน
“เสน่ห์ ภูริสัตย์” รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส ฝ่ายวิศวกรรมและฝึกอบรม เล่าว่า บริษัทเป็นผู้ให้บริการทางวิศวกรรมและรับเหมาก่อสร้างแบบครบวงจร จึงมีโครงการก่อสร้างที่ต้องใช้กำลังคนจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นงานออกแบบ เขียนแบบ ควบคุมก่อสร้าง รวมถึงงานที่ใช้เทคนิคซับซ้อน ทำให้บริษัทต้องจัดคอร์สฝึกอบรมบุคลากร เพื่อให้สามารถทำงานในแบบของโตโยไทยโดยเฉพาะ เนื่องจากวิศวกรจบใหม่ แม้จะมีความรู้ตามตำรา แต่กว่าจะทำงานได้จริงก็ต้องใช้เวลาอีกร่วมปี
ทั้งนี้ ในแต่ละปีจำนวนพนักงานที่รับใหม่จะไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับงานที่บริษัทได้รับ ซึ่งในปีนี้ประเมินว่าจะต้องรับวิศวกรราว 410 คน แบ่งเป็นงานในโรงงานปิโตรเคมี 290 คน และโรงไฟฟ้า 120 คน เพราะมีการขยายงานด้านนี้ค่อนข้างมาก ส่วนงานบริหารโครงการน่าจะรับประมาณ100 คน โดยบริษัทจะทำสัญญาจ้างพนักงานใหม่เป็นเวลา 18 เดือน จากนั้นจะประเมินเป็นพนักงานประจำ เท่ากับจะมีคนมาเติมทุกปี
พนักงานใหม่ทุกคนจะต้องเข้าอบรมสัปดาห์ละ 2 ชั่วโมง เป็นเวลา 4 เดือน ครอบคลุมหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับการทำงานทั้งหมด แบ่งเป็นงานสายวิศวกร บริหารโครงการ และงานก่อสร้าง นอกจากนี้ ยังมีการฝึกจากการทำงานจริงควบคู่ไป
การจัดคอร์สอบรมแบบนี้ตอบโจทย์ความต้องการของบริษัท เพราะอยากให้พนักงานทำอะไรก็สอนอย่างนั้น โดยร่างหลักสูตรเอง และทำเป็นคู่มือแจกพนักงานใหม่ พนักงานแต่ละแผนกจะต้องรู้ทั้งกระบวนการ เป็นการสร้างคนเจเนอเรชั่นใหม่ขึ้นมาในองค์กร
สำหรับเนื้อหาหลักสูตรด้านวิศวกรรม มีทั้งงานโยธา ไฟฟ้า เครื่องกล เครื่องจักร ควบคุมการผลิต และวิศวกรงานระบบ เริ่มสอนตั้งแต่โครงสร้างงานในแผนก หน้าที่หลักๆ วิธีเริ่มต้นการออกแบบ การรักษาคุณภาพ การออกแบบให้ทันตามเวลา การประสานงาน และประเมินราคา
การสอนจะลงลึกไปในเนื้องานที่ต้องทำจริง อย่างเรื่องมาตรฐานในการออกแบบที่อาจจะไม่ได้สอนในมหาวิทยาลัย สอนตั้งแต่พื้นฐาน เรียนรู้เครื่องมือวัดต่างๆ ใครอยู่แผนกไหนก็เรียนรู้เรื่องที่เกี่ยวกับงานตัวเอง แต่จะสอนเรื่องการประสานงานระหว่างแผนกด้วย เพื่อให้งานออกมาราบรื่น ไม่ใช่ต่างคนต่างทำแล้วมีปัญหาภายหลัง
ในส่วนของงานโครงการก็จะสอนเกี่ยวกับการบริหารจัดการโครงการ ควบคุมการผลิตในโรงงาน ซึ่งต้องรู้งานด้านวิศวกรรมที่ใช้ในโครงการด้วย จะได้นึกภาพออกว่าในแต่ละโครงการมีรายละเอียดอย่างไร เพื่อให้ประสานงานได้ถูกต้อง และแผนกงานก่อสร้างจะสอนตั้งแต่ขั้นตอนการติดตั้ง การทดสอบต่างๆ
โตโยไทยใช้โมเดลนี้มาตั้งแต่ปี 2550 ซึ่งก็ได้ผลดี พนักงานใหม่สามารถทำงานได้ตรงความต้องการของบริษัท ช่วยประหยัดเวลาได้มาก
สำหรับประเด็นการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียน แม้การเคลื่อนย้ายวิศวกรจะเสรีมากขึ้น แต่ไม่น่าส่งผลกระทบกับบริษัท เพราะโมเดลปั้นคนจะช่วยสร้างโอกาสมากกว่า อย่างกรณีของโตโยไทยที่ตั้งบริษัทย่อยในเมียนมาร์ มีนโยบายรับวิศวกรชาวเมียนมาร์เข้าทำงาน โดยส่งมาฝึกอบรมที่เมืองไทย ใช้หลักสูตรเดียวกับพนักงานไทย ปัจจุบันมีวิศวกรเมียนมาร์รุ่นแรกมาฝึกอบรมในไทย 60 คน จากนั้นจะให้ทำงานฝึกฝีมือจนเก่งสัก 2-3 ปี ก่อนจะส่งกลับไปคุมงานที่เมียนมาร์ ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เคยใช้โมเดลปั้นคนแบบนี้ที่เวียดนามมาแล้ว
ขณะเดียวกัน บริษัทมีนโยบายส่งพนักงานไทยไปทำงานในต่างประเทศ เพื่อฝึกประสบการณ์ ซึ่งจะทำให้พนักงานเติบโตขึ้น







