
แนะมุสลิมร่วมป้องทรัพย์สินทางปัญญา
“สุรินทร์” แนะมุสลิมรวมตัวรักษาทรัพย์สินทางปัญญา พร้อมตรวจสอบหน่วยงานใช้ชื่อ “อิสลาม”
“สุรินทร์” แนะมุสลิมรวมตัวรักษาทรัพย์สินทางปัญญา พร้อมตรวจสอบหน่วยงานใช้ชื่อ “อิสลาม”
นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียน กล่าวว่า เกือบครึ่งหนึ่งของประชากรอาเซียนเป็นชาวมุสลิม และชาวมุสลิมถือเป็นกลุ่มที่มีเอกลักษณ์พิเศษเป็นของตัวเอง ในการรวมตัวสู่ประชาคมอาเซียน จึงต้องการให้ชาวมุสลิมรักษาทรัพย์สินทางปัญญาที่เป็นของชาวมุสลิมไม่ให้หายไปตามกระแสโลกาภิวัตน์
ทั้งนี้ ในต่างประเทศ ทั้งออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อินเดีย ยุโรป อเมริกา จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ประชากรมุสลิมได้เตรียมเรื่องการศึกษา การจัดการทรัพย์สินภายในสังคม การส่งเสริมความร่วมมือ เพื่อรักษาเอกลักษณ์พิเศษของชาวมุสลิมไว้ ภายใต้บรรยากาศความเปลี่ยนแปลงของโลกที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ชาวมุสลิมในอาเซียนจึงควรเตรียมการดังกล่าวสู่ความเปลี่ยนแปลง
“ทรัพย์สินทางปัญญาบางอย่างเป็นของเฉพาะชาวมุสลิม เช่น ธนาคารอิสลาม ระบบการศึกษาอิสลาม การท่องเที่ยวในภูมิภาคที่มีทรัพยากรทางประวัติศาสตร์เฉพาะของชาวมุสลิม เราต้องอนุรักษ์และหาวิธีการจัดการให้สิ่งเหล่านี้คืนประโยชน์กลับสู่ประชาคม” นายสุรินทร์ กล่าว
นอกจากนี้ ชาวมุสลิมควรเข้ามาช่วยกันตรวจสอบหน่วยงาน และบริษัทที่นำคำว่าอิสลาม มาใช้ตั้งเป็นชื่อหน่วยงาน แล้วไปประกอบกิจกรรมเชิงพาณิชย์ การค้า และเศรษฐกิจ ต้องตรวจสอบว่าหน่วยงานดังกล่าวได้มาตรฐานของอิสลามหรือไม่ และต้องปรับปรุงอย่างไร
ขณะที่เอกลักษณ์อย่างหนึ่งของชาวมุสลิม คือการสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอย่างสร้างสรรค์ ชาวมุสลิมควรต้องเตรียมพร้อม หันหน้าเข้าหากัน เพราะในอนาคตทุกคนต้องออกสู่ประชาคมอาเซียน และในที่สุดต้องออกสู่ประชาคมโลก จะไม่มีกำแพงใดๆ กั้นอีกแล้ว
นายสุรินทร์ กล่าวว่า ในการดำเนินการด้านใดๆ ก็ตาม ทุกคนควรต้องสร้างเครือข่าย เช่น การผลิต จัดส่ง และกระจายสินค้าฮาลาล ก็ควรต้องมีเครือข่ายตลอดทั้งกระบวนการ มีความน่าเชื่อถือ มีแบรนด์ อย่างไรก็ตาม ในด้านการวิจัย ได้เห็นการจัดตั้งเครือข่ายองค์กรวิจัยมุสลิมอาเซียน (แอมรอน) ถือว่าเป็นการรวมตัวที่ดีและเป็นประโยชน์ต่อชาวมุสลิม







