
ใช้แล้วทิ้ง
เชื่อว่าหลายคนคงเคยประสบปัญหาลืมเตรียมหรือใส่ชุดชั้นในลงในกระเป๋าเดินทางของตัวเอง และรู้ตัวอีกทีเมื่อเดินทางออกจากที่พักอาศัยของตัวเองแล้ว หรือบางครั้งบางคนอาจรู้สึกไม่อยากนำชุดชั้นในของตัวเองที่ใช้แล้วใส่กลับลงในกระเป๋าเมื่อถึงเวลาต้องเดินทางกลับบ้านของตัวเอง
เชื่อว่าหลายคนคงเคยประสบปัญหาลืมเตรียมหรือใส่ชุดชั้นในลงในกระเป๋าเดินทางของตัวเอง และรู้ตัวอีกทีเมื่อเดินทางออกจากที่พักอาศัยของตัวเองแล้ว หรือบางครั้งบางคนอาจรู้สึกไม่อยากนำชุดชั้นในของตัวเองที่ใช้แล้วใส่กลับลงในกระเป๋าเมื่อถึงเวลาต้องเดินทางกลับบ้านของตัวเอง
ดานิต้า แฮร์ริส สาวเมืองนิวยอร์ก เข้าใจปัญหาดังกล่าวดี จึงตัดสินใจจัดตั้ง ดีเอ็นเอ โปรดักส์ บริษัทจัดจำหน่ายชุดชั้นในผ้าลินินสำหรับนักเดินทางชนิดใช้แล้วทิ้ง ในปี 2001 โดยขณะนั้นในสหรัฐยังมีสินค้าประเภทดังกล่าวน้อย เมื่อเทียบกับในยุโรปหรือเอเชีย
โดยทางบริษัทมีชุดชั้นในผ้าลินินทั้งสำหรับเพศหญิงและชายวางขายอยู่ทั่วไปตามซูเปอร์มาร์เก็ตสหรัฐ แบ่งออกเป็นหีบห่อละ 3, 5 และ 7 ชิ้น โดยสำหรับเพศชายมีทั้งแบบทั่วไปและบ็อกเซอร์ให้เลือกซื้อ
เนื่องจากวัตถุประสงค์หลักของสินค้านี้คือ การใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง หีบห่อบรรจุภัณฑ์และตัวสินค้าจึงมีลักษณะเบาบาง เพื่อให้ง่ายต่อการขนส่งทั้งสำหรับผู้ขายและผู้ซื้อ โดย แฮร์ริส ตั้งกลุ่มเป้าหมายของบริษัทเป็นกลุ่มลูกค้าที่เป็นนักเดินทางทั้งเพื่อพักผ่อนหย่อนใจและเพื่อประกอบธุรกิจ อายุตั้งแต่ 2555 ปี
เพื่อให้สินค้าของบริษัทเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย สาวเจ้าของธุรกิจจึงใช้แผนการตลาดโดยซื้อพื้นที่โฆษณาในเว็บไซต์เกี่ยวกับการท่องเที่ยวเป็นหลัก เช่น เว็บไซต์จองโรงแรม ตั๋วรถเดินทาง และบล็อกเกี่ยวกับการท่องเที่ยว เป็นต้น นอกจากนี้ทางบริษัทยังติดต่อนักข่าวและคอลัมนิสต์ด้านการท่องเที่ยว เพื่อนำเสนอสินค้าของตัวเองอีกด้วย
แม้จะไม่มีการเปิดเผยตัวเลขผลกำไรของบริษัท แต่ แฮร์ริส ก็ให้สัมภาษณ์ว่าบริษัทมีรายรับที่ดีพอสมควร และเสริมว่า แม้ขณะนี้จะมีคู่แข่งมากรายกว่าเมื่อก่อน แต่ทางบริษัทก็ไม่เลือกที่จะใช้สงครามราคาเป็นเครื่องมือในการเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน
“มีอยู่ครั้งหนึ่ง ตัวแทนจัดจำหน่ายสินค้าของทางบริษัทเดินเข้ามาหาที่บริษัท และขอให้ลดราคาสินค้าลงเพื่อป้องกันไม่ให้สินค้าคู่แข่งกินส่วนแบ่งตลาดเพิ่มได้ แต่ฉันก็บอกกลับไปว่า แทนที่จะลดราคาสินค้า ทางบริษัทเลือกที่จะเปลี่ยนวิธีการขนส่งสินค้าที่รวดเร็วและประหยัดมากขึ้นสำหรับผู้จัดจำหน่าย โดยบรรจุสินค้าลงในห่อบรรจุภัณฑ์ขนาดใหญ่และนำไปส่งที่จุดขนส่งสินค้าด้วยตัวเอง แทนที่จะให้ผู้จัดจำหน่ายเดินทางมารับสินค้าที่โกดังสินค้าของเรา ด้วยวิธีการเอาใจใส่ในการบริการ พวกเราจึงมีชัยชนะเหนือคู่แข่งโดยไม่ต้องลดราคาแต่อย่างใด” นักธุรกิจหญิงทิ้งท้าย
เรียกได้ว่า นอกจากจะมีไอเดียการทำธุรกิจที่แปลกแหวกแนวแล้ว ยังมีแผนการตลาดและการบริการเอาใจใส่ลูกค้าที่ดีอีกด้วย







