
คอฟฟี่ รีพับลิก ใครๆ ก็เป็นเจ้าของธุรกิจได้
แบรนด์ยักษ์ใหญ่ในวันนี้ ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นจากฝีมือของเจ้าของที่ประสบความสำเร็จมาแล้ว ธุรกิจหลายแบรนด์ถูกสร้างขึ้นจาก
โดย...ลภัสรดา ภูศรี
“แบรนด์ยักษ์ใหญ่ในวันนี้ ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นจากฝีมือของเจ้าของที่ประสบความสำเร็จมาแล้ว ธุรกิจหลายแบรนด์ถูกสร้างขึ้นจาก ‘คนธรรมดาๆ’ ที่สร้างสรรค์สินค้าหรือบริการจากใจ และลงแรงสร้างมันขึ้นมาให้สำเร็จ”
ซาฮา ฮาเชมี นักธุรกิจชาวอังกฤษเจ้าของ “คอฟฟี่ รีพับลิก” ร้านกาแฟชื่อดังในอังกฤษเขียนข้อความดังกล่าวลงบนพ็อกเกตบุ๊ก “ใครๆ ก็เป็นเจ้าของธุรกิจได้ : เส้นทางการสร้างอาณาจักรร้านกาแฟจากครัวที่บ้าน” ด้วยความหวังว่าจะสามารถปลุกแรงบันดาลใจของคนที่มีฝันอยากเป็นเจ้าของธุรกิจให้กล้าลงมือทำ โดยไม่กลัวที่จะล้มเหลว ดังเช่นที่เจ้าตัวและน้องชาย บ็อบบี้ ฮาเชมีสองพี่น้องผู้ไร้ความรู้ด้านการทำธุรกิจ สามารถฝ่าฝันอุปสรรคจนสร้างอาณาจักรร้านกาแฟที่ชิงส่วนแบ่งตลาดในอังกฤษจากแบรนด์กาแฟชื่อก้องโลกอย่างสตาร์บัคส์ได้อย่างสง่างาม
สำหรับใครก็ตามที่ต้องการมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ฮาเชมีแนะว่า “ความมุ่งมั่น” เป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะธุรกิจใดๆ ก็ตามจะไม่สามารถฝ่าฟันอุปสรรคที่ถาโถมได้เลย หากผู้กุมบังเหียนไม่พร้อมทุ่มเทที่จะแก้ปัญหา
ดังกรณีของ คอฟฟี่ รีพับลิก ในวันที่เป็นเพียงไอเดียบนแผ่นกระดาษ ซาฮาและบ็อบบี้ ถูกปฏิเสธการขอสินเชื่อถึง 19 ครั้ง และผ่านการอนุมัติในครั้งที่ 20 ซึ่งหากทั้งคู่ยอมแพ้ตั้งแต่แรก ก็คงไม่มีร้านคอฟฟี่ รีพับลิก ซึ่งปัจจุบันมีสาขาในอังกฤษถึง 149 แห่ง และในอีก 9 ประเทศทั่วโลกรวมเป็น 165 แห่ง
และเมื่อมีเงินทุนอยู่ในมือแล้ว ภารกิจถัดไปคือ “การทำวิจัยตลาด” เพื่อให้แน่ใจว่าสินค้าหรือบริการที่เราจะเสนอขายเป็นสิ่งที่ตลาดต้องการอย่างแท้จริง ดังเช่น คอฟฟี่ รีพับลิก ที่มีจุดกำเนิดมาจากการสังเกตเห็นช่องทางการตลาดในธุรกิจร้านกาแฟในอังกฤษเมื่อช่วงปี 1990 ที่ร้านกาแฟอร่อยๆ ในราคาสบายกระเป๋าในอังกฤษยังคงมีน้อย แตกต่างกับในสหรัฐที่มีร้านกาแฟเก๋ๆ อยู่ทุกหัวมุมถนน
เมื่อเห็นช่องทางทำเงินอยู่ตรงหน้า ฮาซาและบ็อบบี้ จึงลงมือ “ร่างแผนธุรกิจ” เพราะเชื่อว่าจะต้องใช้เป็นคู่มือดำเนินธุรกิจแล้วยังเป็นสิ่งสำคัญในการยื่นขอสินเชื่อหรือหาเงินทุนจากนักลงทุนอีกด้วย
และเมื่อธุรกิจเริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น นักธุรกิจสาวเตือนว่า ผู้ประกอบการมือใหม่ทุกคนจะต้องเจอกับ “สถานการณ์วัดใจ” ที่อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนทำให้เจ้าของธุรกิจอาจรู้สึกท้อแท้และถอดใจได้
เพราะเป็นที่รู้กันดีว่า ผู้ประกอบการมือใหม่จะยังไม่มีความน่าเชื่อถือมากนัก ซึ่งนับเป็นอุปสรรคต่อการขอสินเชื่อ การเจรจาต่อรองกับซัพพลายเออร์ ตลอดจนถึงเป็นเหตุให้ในช่วงแรกอาจยังไม่มีลูกค้า
ในขั้นนี้ ซาฮาแนะว่า นักธุรกิจมือใหม่ควรร่าง “สิ่งที่ต้องทำ” เพื่อจัดลำดับความสำคัญและขั้นตอนได้อย่างมีระบบ เช่น การพัฒนาระบบเทคโนโลยีของธุรกิจให้มีเสถียรภาพ ไปจนถึงการยืนหยัด “จุดขาย” ที่สร้างความต่างให้กับธุรกิจไว้ และหาความรู้เพิ่มเติม หรือปรึกษาผู้มีประสบการณ์ โดยมีเป้าหมายไว้ในใจว่า จะต้องทำตามร่างให้สำเร็จและไม่ล้มเลิกกลางทาง
เพราะสถานการณ์วัดใจต่างๆ เหล่านี้ เป็นสิ่งที่มือใหม่หัดบริหารต้องพบเจอกันทุกครั้ง ไม่เว้นแม้แต่ธุรกิจร้านกาแฟของสองพี่น้องฮาเชมี
เห็นได้จากในช่วง 6 เดือนแรก มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการบางตากว่าที่คาด โดยบางวันมีรายได้เพียง 200 ปอนด์ ซึ่งแม้ทำให้ทั้งสองใจเสียอยู่ไม่น้อย แต่ก็ไม่ได้ยอมแพ้ และเริ่มศึกษากลยุทธ์การตลาดใหม่ๆ จนเรียกความสนใจจากสื่อหลายแขนงมาเป็นกระบอกเสียงโฆษณาร้านได้ในที่สุด
นอกเหนือจากเคล็ดลับการเป็นเจ้าของธุรกิจแล้ว พี่น้องนักธุรกิจแชร์ประสบการณ์อีกว่า การหาลูกจ้างที่มีความสามารถเป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะเมื่อต้องขยายสาขาไปสถานที่ใหม่ เพราะลูกจ้างในพื้นที่จะมีความรู้ความเข้าใจในพื้นที่ในมุมมองเชิงลึกกว่าคนนอกแน่นอน
อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์การทำธุรกิจที่กล่าวมา อาจใช้ไม่ได้ผลเลย หากท้ายที่สุดแล้วเจ้าของธุรกิจไม่กล้าที่จะลงมือทำและปล่อยให้ความฝันยังคงเป็นความฝันต่อไป
“อย่ากลัวที่จะเสี่ยงลงมือทำ เพราะหากไม่กล้าก็จะไม่สามารถเติบโตได้เลย” ซาฮา ฝากไว้เป็นข้อคิด







