posttoday
ยกกองทุนรวมไทยติดอันดับ 3 ของโลก

ยกกองทุนรวมไทยติดอันดับ 3 ของโลก

23 พฤษภาคม 2556

บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) เปิดเผยผลการศึกษางานวิจัยประสบการณ์ในการลงทุนของนักลงทุนที่มีต่อกองทุนรวมทั่วโลก “Global Fund Investor Experience” โดยงานวิจัยครั้งนี้ได้จัดทำขึ้นเป็นครั้งที่ 3 และมีการสำรวจทั้งหมด 24 ประเทศทั่วโลกทั้งในทวีปอเมริกา ยุโรป เอเชีย และแอฟริกา ซึ่งประเทศไทยได้คะแนนรวม B

บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) เปิดเผยผลการศึกษางานวิจัยประสบการณ์ในการลงทุนของนักลงทุนที่มีต่อกองทุนรวมทั่วโลก “Global Fund Investor Experience” โดยงานวิจัยครั้งนี้ได้จัดทำขึ้นเป็นครั้งที่ 3 และมีการสำรวจทั้งหมด 24 ประเทศทั่วโลกทั้งในทวีปอเมริกา ยุโรป เอเชีย และแอฟริกา ซึ่งประเทศไทยได้คะแนนรวม B

สำหรับเกณฑ์การพิจารณาให้คะแนนของมอร์นิ่งสตาร์ งานวิจัยดังกล่าวมุ่งเน้นการศึกษาใน 4 หัวข้อหลัก ได้แก่ 1.กฎเกณฑ์การกำกับดูแลและภาษี 2.การเปิดเผยข้อมูล 3.ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย 4.การซื้อขายและบทบาทของสื่อ โดยการศึกษาในแต่ละหัวข้อได้มีการเฉลี่ยน้ำหนักการให้คะแนน โดยเน้นที่ผลการสำรวจจากข้อมูลและประสบการณ์จริง ซึ่งอ้างอิงข้อมูล ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2555 โดยจากการวิจัยพบว่าสหรัฐอเมริกาได้รับคะแนนสูงสุดระดับ A ขณะที่แอฟริกาใต้ได้คะแนนต่ำสุด D โดยการศึกษาในครั้งนี้ได้ศึกษาประเทศเกาหลีใต้และเดนมาร์กเพิ่มเป็นครั้งแรก

“มอร์นิ่งสตาร์ทำการศึกษาเรื่อง Global Fund Investor Experience เป็นครั้งแรกเมื่อปี 2552 ซึ่งศึกษาทั้งหมด 16 ประเทศทั่วโลก โดยมีจุดประสงค์เพื่อศึกษาเชิงลึกเรื่องประสบการณ์ในการลงทุนของนักลงทุนที่มีต่อกองทุนรวมทั่วโลกนับแต่นั้นเป็นต้นมา มอร์นิ่งสตาร์ได้มีการหารืออย่างต่อเนื่องกับบุคคลที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมกองทุนรวม อาทิ หน่วยงานกำกับดูแล สมาคม และผู้จัดการกองทุน เพื่อรวมกันช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมกองทุนรวมในประเทศไทยให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อนักลงทุน ซึ่งในครั้งนี้นักวิเคราะห์ของมอร์นิ่งสตาร์ทั่วโลกได้ทำงานรวมกันและขยายการศึกษางานวิจัยรวมทั้งสิ้น 24 ประเทศทั่วโลก” พีร์ ยงวณิชย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) กล่าว

วิธีการและผลสรุปคะแนนรวมของแต่ละประเทศจากงานวิจัยฉบับนี้มีดังนี้

เกณฑ์การพิจารณาให้คะแนนของมอร์นิ่งสตาร์ งานวิจัยดังกล่าวมุ่งเน้นการศึกษาใน 4 หัวข้อหลักได้แก่ 1.กฎเกณฑ์การกำกับดูแลและภาษี 2.การเปิดเผยข้อมูล 3.ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย 4.การซื้อขายและบทบาทของสื่อ โดยการศึกษาในแต่ละหัวข้อได้มีการเฉลี่ยน้ำหนักการให้คะแนน เน้นที่ผลการสำรวจจากข้อมูลและประสบการณ์จริง ซึ่งอ้างอิงข้อมูล ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2555 ผลงานวิจัยครั้งนี้ได้ทำการจัดอันดับโดยเฉลี่ยน้ำหนักการให้คะแนนในแต่ละหัวข้อ และนำคะแนนรวมที่ได้มาจัดอันดับ

ประเทศไทย

จากการศึกษาในครั้งนี้ประเทศไทยได้คะแนนรวม B โดยนักลงทุนได้ผลประโยชน์สูงสุดจากการลงทุนจากนโยบายเรื่องภาษี อีกทั้งค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ แต่อย่างไรก็ตาม วิธีการซื้อขายและบทบาทของสื่อยังคงเป็นเรื่องที่ต้องพัฒนาต่อไป

ประเทศไทยได้คะแนนดีที่สุดใน 24 ประเทศ ในเรื่องของภาษีที่มีต่อการลงทุนในกองทุนรวม ซึ่งนักลงทุนได้รับการยกเว้นภาษีส่วนกำไร (Capital Gains) จากการลงทุนในกองทุนรวม อีกทั้งยังได้รับสิทธิพิเศษในการลดหย่อนภาษีจากการลงทุนระยะยาวอีกด้วย

การเปิดเผยข้อมูล – ประเทศไทยได้คะแนนในระดับปานกลาง โดยกองทุนมีการเปิดเผยข้อมูลการลงทุนค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ ในมาตรฐานเดียวกัน โดยข้อมูลดังกล่าวจะถูกอัพเดทอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง ในรายงานครึ่งปีและประจำปี ในส่วนของหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปยังขาดข้อมูลที่สำคัญไปก็คือ ค่าใช้จ่ายในการซื้อขายหลักทรัพย์ (Trading Costs) ชื่อผู้จัดการกองทุนและประสบการณ์ช่วงต้นปี 2556 สำนักงาน ก.ล.ต. ได้มีการปรับปรุงรูปแบบของหนังสือชี้ชวนส่วนสรุป เพื่อให้มีความกระชับและเข้าถึงนักลงทุนมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงนี้มิได้ถูกพิจารณาให้คะแนนในงานศึกษานี้

ประเทศไทยได้คะแนนสูงกว่าค่าเฉลี่ยในเรื่องค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย โดยกองทุนส่วนใหญ่ไม่ได้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการซื้อขายหน่วยลงทุน (หรือเก็บในอัตราที่ต่ำมาก) ผลการสำรวจพบว่ายังไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มในกรณีที่กองทุนผลการดำเนินงานได้ดี (Performance Fees) ส่วนค่าใช้จ่ายในกองทุนตราสารหนี้อยู่ในระดับต่ำ ขณะที่กองทุนหุ้น กองทุนผสม และกองทุนตลาดเงินนั้นอยู่ในระดับใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ย

การซื้อขายกองทุนผ่านระบบเปิด (Open Architecture System) ที่มีน้อยกว่า 20% (โดยค่าเฉลี่ยในประเทศอื่นๆ อยู่ที่ 50%) ช่องทางการซื้อขายที่มีอยู่อย่างจำกัด กองทุนส่วนใหญ่มีซื้อขายผ่านสาขาของธนาคาร รวมทั้งการขาดการประชาสัมพันธ์ในการลงทุนระยะยาว ทำให้ประเทศไทยได้คะแนนต่ำในเรื่องวิธีการซื้อขายและบทบาทของสื่อ

ผลการสำรวจอื่นๆ

ข้อจำกัดห้ามมิให้มีการรับค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุนที่ที่ปรึกษาการลงทุนได้รับจากบริษัทจัดการลงทุนมีเพิ่มมากขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก ที่เห็นได้อย่างชัดเจนคือในสหราชอาณาจักร อ้างอิงตาม Retail Distribution Review (RDR) เกณฑ์ดังกล่าวได้มีผลบังคับใช้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว รวมทั้งในออสเตรเลียและเนเธอร์แลนด์ ซึ่งจะมีการบังคับใช้เกณฑ์ดังกล่าวในเร็วๆ นี้

ถึงแม้ว่ามูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวมในสหรัฐอเมริกาและยุโรปจะใกล้เคียงกัน แต่นักลงทุนในสหรัฐอเมริกาได้เปรียบจากการจ่ายค่าธรรมเนียมในการลงทุนที่ต่ำกว่าอย่างมีนัยสำคัญ

นับจากผลวิจัยในครั้งที่แล้ว นิวซีแลนด์เป็นประเทศที่มีการพัฒนาสูงที่สุด โดยมีคะแนนเพิ่มขึ้นเป็น C จาก D ซึ่งเป็นผลมาจากกฎเกณฑ์การกำกับดูแลและการเปิดเผยข้อมูลที่ดีขึ้น

ข้อมูลชื่อผู้จัดการกองทุนยังคงเป็นส่วนที่หาได้ยาก ทำให้นักลงทุนเผชิญความท้าทายในการค้นหาผู้จัดการกองทุนที่จะรับผิดชอบต่อผลการดำเนินงานทั้งในช่วงที่ดีและแย่

ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ยังคงไม่มีการบังคับให้เปิดเผยข้อมูลพอร์ตโฟลิโอการลงทุน (Full Portfolio Holdings) ขณะที่ในฝรั่งเศส แอฟริกาใต้ เกาหลีใต้ และสหราชอาณาจักร มีการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวต่อผู้ถือหน่วยลงทุนเท่านั้น

ติดตามผลงานวิจัยฉบับเต็มได้ที่ http://global.morningstar. com/fundinvestorexperience2013

ทั้งนี้ Morningstar เป็นบริษัทฯชั้นนำของโลกทางด้านการให้บริการข้อมูลและการวิเคราะห์เกี่ยวกับ การลงทุนต่างๆ อาทิเช่น ข้อมูลกองทุนเปิด กองทุนปิด หุ้น อีทีเอฟ และ ข้อมูลการลงทุนอื่นทั่วโลก รวมทั้งการจัดอันดับกองทุน โดยบริษัทฯ มีวัตถุประสงค์ที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์การลงทุนที่มีประสิทธิภาพสูงสุดและตรงต่อความต้องการของผู้ลงทุน เพื่อที่จะช่วยให้ผู้ลงทุนประสบความสำเร็จและบรรลุเป้าหมายทางการลงทุนตามที่ได้วางแผนไว้ บริษัทฯ ได้มีการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการในรูปแบบต่างๆ อาทิเช่น เว็บไซต์ ซอฟต์แวร์ สื่อสิ่งพิมพ์ และบริการต่างๆ ไปยังนักลงทุน 3 กลุ่มหลักๆ ได้แก่ นักลงทุนรายย่อย ที่ปรึกษาทางการเงิน และนักลงทุนสถาบัน Morningstar เป็นบริษัทที่มีความเป็นอิสระในการดำเนินงานและได้รับความเชื่อถืออย่างสูงในด้านการบริการข้อมูลการลงทุน โดยมีการดำเนินกิจการอยู่กว่า 27 ประเทศทั่วโลก และให้บริการข้อมูลการลงทุนกว่า 422,000 ข้อมูลการลงทุน

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ