posttoday
แก้ความสามารถแข่งขันไม่ถูกจุด

แก้ความสามารถแข่งขันไม่ถูกจุด

23 พฤษภาคม 2556

ขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยยังแก้ไขไม่ถูกจุด

ขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยยังแก้ไขไม่ถูกจุด

จากรายงานขีดความสามารถในการแข่งขันของ 144 ประเทศทั่วโลก (The Global Competitiveness Report 20122013) จัดทำโดย เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรั่ม หรือ WEFความสามารถแข่งขันของไทยปี 2012 ถูกจัดอยู่ที่อันดับ 38 ดีกว่าอันดับ 39 ปี 2011 แต่เท่ากับอันดับ 38 ที่ได้ในปี 2010 แม้อันดับล่าสุดไม่ได้แย่ลง แต่เมื่อพิจารณาโครงสร้างภายในพบว่าไทยมีปัญหาหลายด้านทีเดียว

จากการสำรวจพบว่า ปัญหาที่พบมากที่สุดในการเข้ามาดำเนินธุรกิจในไทย ได้แก่ ความไม่มีเสถียรภาพทางการเมือง/การปฏิวัติรัฐประหาร รองลงมา คือ การคอร์รัปชั่น ความไม่ต่อเนื่องทางนโยบาย ความไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาล การขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะ และขาดแคลนนวัตกรรม

ด้านปัจจัยเชิงสถาบัน พบว่าไทยยังมีปัญหาต้นทุนการก่อการร้ายที่สูง การขาดความเชื่อถือต่อนักการเมือง การไม่ได้รับความสะดวกในการถือครองกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน การไม่ไว้วางใจต่อสถาบันตำรวจ การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ความไม่โปร่งใสของนโยบายรัฐบาล ความเอนเอียงในการดำเนินนโยบายของรัฐ การทุจริตและฉ้อฉลทางธุรกิจ การให้สินบาทคาดสินบน ต้นทุนธุรกิจจากอาชญากรรมและความรุนแรง ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ ภาระต้นทุนจากการดำเนินนโยบายของภาครัฐ และความสูญเปล่าของการใช้จ่ายภาครัฐ

ด้านโครงสร้างพื้นฐานนับว่าไทยพัฒนาโดดเด่น โดยปัจจัยส่วนใหญ่มีขีดความสามารถแข่งขันที่ดีเมื่อเทียบกับคู่แข่งต่างประเทศ ขณะที่ด้านสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจเชิงมหภาค เป็นอีกด้านที่ภาครัฐบริหารได้มีประสิทธิภาพ ด้วยการยึดถือวินัยการเงินการคลังตลอดเวลาหลังวิกฤตต้มยำกุ้ง อย่างไรก็ตามเริ่มมีปัจจัยน่าห่วง คือ สัดส่วนหนี้ภาครัฐต่อจีดีพีที่สูงเมื่อเทียบประเทศอื่น

ด้านสาธารณสุขและการศึกษาขั้นพื้นฐาน พบว่าไทยยังอ่อนด้อยด้านบริหารและควบคุมโรค เช่น ไข้มาลาเรีย วัณโรค และโรคเอดส์ เป็นต้น ทำให้ประชากรล้มป่วยและต้องดูแลรักษา เป็นต้นทุนค่าใช้จ่ายทางเศรษฐกิจที่สูญเสียไปต่อปีมหาศาล นอกจากนี้ด้านการศึกษาขั้นพื้นฐาน ไทยยังมีปัญหามากทั้งอัตราการเข้าโรงเรียนของนักเรียนชั้นปฐมศึกษา คุณภาพระบบการศึกษา และอัตราการอ่านออกเขียนได้ เป็นต้น

ด้านการพัฒนาการศึกษาขั้นสูงและการฝึกอบรม ปัจจัยที่ไทยยังประสบปัญหา ได้แก่ อัตราการเข้าสู่การศึกษาขั้นมัธยมศึกษา คุณภาพระบบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษา การให้บริการงานวิจัยและการฝึกอบรมที่เพียงพอ การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตในสถาบันการศึกษา คุณภาพการเรียนการสอนด้านบริหารจัดการ และคุณภาพการเรียนการสอนด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ เป็นต้น

ด้านประสิทธิภาพตลาดสินค้า พบว่าปัจจัยที่ไทยยังประสบปัญหา ได้แก่ ต้นทุนจากนโยบายด้านการเกษตร ระยะเวลาในการจัดตั้งธุรกิจ ภาระจากกฎระเบียบด้านพิธีการศุลกากร ประสิทธิภาพของนโยบายป้องกันการผูกขาด การครอบงำตลาดของธุรกิจรายใหญ่ อัตราภาษีนำเข้า และกำแพงภาษี เป็นต้น

ด้านประสิทธิภาพของตลาดแรงงาน ไทยยังมีปัญหาด้านต้นทุนค่าแรงงานที่มีความซ้ำซ้อน ความยืดหยุ่นของการกำหนดอัตราค่าจ้างแรงงาน ความน่าเชื่อถือของผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการ ขณะที่ด้านการพัฒนาตลาดการเงิน พบว่าไทยยังประสบปัญหาด้านการพัฒนากฎหมายเพื่อคุ้มครองผู้กู้และผู้ให้กู้อย่างเท่าเทียม

ด้านความพร้อมของเทคโนโลยี ยังเป็นอีกกลุ่มปัญหาที่ไทยยังไม่เข้มแข็ง ไม่ว่าจะเป็นด้านการเข้าถึงโทรศัพท์มือถือบรอดแบนด์ การใช้อินเทอร์เน็ตของประชาชน ความกว้างของแบนด์วิดท์ การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ และการมีเทคโนโลยีสมัยใหม่ เป็นต้น

สำหรับด้านนวัตกรรม พบว่าไทยยังไร้ประสิทธิภาพในนโยบายด้านการจัดซื้อจัดหาเทคโนโลยีขั้นสูงโดยภาครัฐ การพัฒนานวัตกรรม การใช้จ่ายของภาคธุรกิจด้านการวิจัยและพัฒนา จำนวนสิทธิบัตร เป็นต้น

ดังนั้น จะเห็นว่าไทยยังอ่อนแอทุกด้านไม่ว่าจะเป็นกลุ่มปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ได้แก่ ด้านสถาบัน สาธารณสุขและการศึกษาขั้นพื้นฐาน และกลุ่มปัจจัยที่ยกระดับประสิทธิภาพเศรษฐกิจ ได้แก่ ความพร้อมของเทคโนโลยี ตลาดสินค้า ตลาดแรงงาน ตลาดการเงิน การศึกษาขั้นสูงและการฝึกอบรมต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรายังอ่อนแอมากในกลุ่มปัจจัยนวัตกรรม ที่เปรียบเสมือนพลังแห่งการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในอนาคตของประเทศ...ณ จุดนี้ จึงน่าห่วงไม่น้อย

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล